Beginning [Special]
Kibum x Donghae ,,, Kyuhyun x Sungmin
By :: borin
The Story has Just Begun …
“วันนี้กี่รายล่ะ”
เสียงทุ้มๆดังขึ้นจากข้างในตัวบ้าน ก่อนเจ้าของเสียงจะเดินออกมาตรงหน้าประตู
“ยืนมองอะไรล่ะ ออกมาช่วยพี่ลากไอ้นี่เข้าบ้านหน่อย”
“วันนี้มีผู้ชายเสร็จพี่ทงเฮไปกี่ราย”
“คนเดียว ไปเก็บมันกลับมาได้ก่อน”
คยูฮยอนจดๆเขียนๆอะไรลงไปบนกระดาษที่ถือมา แล้วเดินขึ้ันบันไดไป
“จดสถิติการยั่วของพี่ชายเนี่ยนะ”
ซองมินส่ายหัวเบาๆไปมา แล้วดันๆถีบๆทงเฮให้ไปนอนบนโซฟา
อีซองมินกลับไปได้ซักพักแล้ว ในห้องนั่งเล่นตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่คยูฮยอนและทงเฮที่เมาหลับไม่ได้สติอยู่บนโซฟาตัวกว้างตรงกลางห้องเท่านั้น คยูฮยอนขยับตัวพี่ชายให้นอนในท่าที่สบายตัวมากขึ้น มือใหญ่ปัดปอยผมที่ปรกใบหน้าสวยหวานออกไปทัดหูเอาไว้ทั้งสองข้าง ดวงตาคมมองใบหน้าพี่ชายที่มีเค้าโครงหน้าคล้ายกัน ผิดกันตรงที่ความหวานสวย
*เฮ้อออ*
คยูฮยอนเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ๆ ปาเข้าไปครึ่งค่อนคืนแล้วสินะ ในใจนึกไปถึงเนื้อหาซับซ้อนวุ่นวายของวิชาประจำคณะที่จะสอบในวันพรุ่งนี้
ไม่กี่อึดใจ คยูฮยอนก็เดินปรากฏกายขึ้นในห้องนั่งเล่นอีกครั้ง พร้อมอ่างน้ำใบขนาดพอดีมือที่ช่วงนี้ถูกยกมาใช้งานบ่อยแทบจะทุกคืน ผ้าขนหนูสีขาวสะอาดชุบน้ำหมาดๆประทับสัมผัสลงกับแก้มใสๆที่ในตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อเนื่องจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ปริมาณมากที่ได้รับเข้าไปในร่างกาย ทงเฮบิดตัวหลีกหนีสัมผัสเปียกชื้นที่เย็นเฉียบเล็กน้อย หากแต่เปลือกตาบางๆนั้นก็ยังไม่ลืมเปิดขึ้น
การเช็ดตัวเพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายโดยคยูฮยอนเสร็จสิ้นลงแล้ว ผ้าผืนเดิมที่ในตอนนี้อุ่นร้อนกว่าเมื่อครู่ถูกโยนลงไปแช่ไว้ในอ่างน้ำใสๆอีกครั้ง คยูฮยอนติดกระดุมเม็ดเล็กๆด้านหน้าของเสื้อนอนตัวบางจนครบทุกเม็ด ห่มผ้าห่มผืนหนาที่หยิบติดมือมาด้วยเมื่อครู่ให้กับคนตัวเล็กคลุมไปถึงคอขาวๆ
จังหวะการก้าวเท้าชะงักลงชั่วครู่หลังจากที่คยูฮยอนเริ่มเดินตรงไปยังบันไดได้ไม่กี่ก้าว ร่างสูงหันกลับไปในทิศที่เพิ่งเดินจากมา ก่อนจะก้าวเร็วๆกลับไปหยิบของสำคัญที่วางทิ้งอยู่บนโต๊ะรับแขกกระจกใสขึ้นมา
... สมุดจดสถิติ ...
สมุดจดเล่มเล็กขนาดพอดีมือที่ดูจะเก่าไปเล็กน้อยถูกกำแน่นอยู่ในอุ้งมือใหญ่อย่างหวงแหน คยูฮยอนเผลอยิ้มออกมาบางๆเมื่อนึกถึงเนื้อหาภายในนั้น
... สมุดจดสถิติการได้พบเจอพูดคุยกับอีซองมิน ...
.
.
.
เป็นเวลาหลายวันติดกันที่ทงเฮเมากลับมาบ้าน และทุกๆครั้งนั้นก็จะมีซองมิน เพื่อนรักผู้แสนดีของทงเฮคอยพะยุงคนขี้เมากลับมาด้วยทุกครั้ง และก็เป็นหน้าที่ของน้องชายคนเดียวอย่างคยูฮยอน ที่จะต้องดูแลคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้พี่ชายสุดที่รัก
เมื่อคืนนี้ทงเฮไม่กลับบ้าน คยูฮยอนได้แต่แปลกใจ หากแต่ไม่ได้เอะใจอะไรมากนัก ... คงไปอยู่กับซองมินสินะ
คยูฮยอนเหลือบสายตามองไปยังประตูห้องนอนบานโตครั้งหนึ่งเมื่อเดินผ่าน ก่อนจะก้าวเท้าเร็วๆเพื่อลงบันไดไปยังชั้นล่างของตัวบ้าน
คยูฮยอนนั่งเล่นเกมไปเรื่อยเปื่อยตามปกติในห้องนั่งเล่นตรงส่วนหน้าของบ้านโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก เวลาบ่ายแก่ๆนั่นแหละถึงเป็นเวลาที่คยูฮยอนเริ่มขยับตัวออกจากโซฟานุ่มๆนั้นอีกครั้ง แขนยาวๆบิดไปมาเหนือศีรษะเพื่อเป็นการขับไล่อาการเมื่อยขบจากการนั่งอยู่ในท่าเดิมๆเป็นเวลานานสองสามครั้ง ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง แล้วมองออกไปนอกตัวบ้าน ซ้าย ขวา อย่างไม่ได้เจาะจงอะไรนัก
รถยนต์สีดำคันหรูที่ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูบ้านเรียกความสนใจของคยูฮยอนได้เป็นอย่างดี ร่างสูงมองจ้องออกไปยังรถยนต์คันนั้นผ่านทางหน้าต่างบานกว้างที่เปิดทิ้งเอาไว้ บานประตูบานสูงใหญ่บดบังทัศนวิสัยจนแทบหมดสิ้น คยูฮยอนเห็นเพียงผมสีเข้มของคนตัวสูงๆที่โผล่พ้นขอบบนของประตูมาเพียงเท่านั้น ในเมื่อมองไม่เห็นอะไร คยูฮยอนก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก ร่างสูงก้าวเท้าอย่างช้าๆเข้าไปในครัวเพื่อหาของมาประทังความหิว
ประตูตู้เย็นถูกปล่อยให้ปิดลงไปตามแรงดูดของมัน คยูฮยอนยกแก้วใสๆที่บรรจุนมเย็นเฉียบเอาไว้ขึ้นดื่มอึกหนึ่ง พร้อมๆกับที่เสียงเอะอะดังขึ้นจากห้องนั่งเล่น คิ้วได้รูปสีเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะโผล่ใบหน้าหล่อๆออกไปมองหาต้นเสียง
“โกหก!!!”
เสียงหวานๆที่คยูฮยอนจำได้แม่นว่าเป็นเสียงของซองมินตวาดดังลั่นขึ้นมาในทันที คยูฮยอนที่กำลังตั้งท่าจะเดินออกไปร่วมวงกับสามสหายตระกูลอีมีอันต้องล้มเลิก ร่างสูงถอยกลับไปหลบมุมนั่งอยู่บนโต๊ะทานอาหารตัวกว้างแทน
“ซองมิน~~”
เสียงพี่ชายแท้ๆของเขาไม่ผิดเพี้ยนอย่างแน่นอน ทงเฮครางเรียกชื่อเพื่อนรักเสียงยาว คยูฮยอนฟังเสียงนั้นแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันมากขึ้นไปอีก ... สามคนนี้ มีเรื่องอะไรกันนะ
“แล้วแกก็เลยไปนอนบ้านไอ้หมอนั่น?”
ยิ่งนั่งฟังนานเท่าไหร่ คยูฮยอนยิ่งไม่เข้าใจในสิ่งที่ทั้งสามคนคุยกันนัก เสียงเล่าของทงเฮที่ดังแผ่วๆไม่อาจมากระทบโสตประสาทของคยูฮยอนได้อย่างครบถ้วน คยูฮยอนจับใจความได้เพียงแค่เล็กน้อย หากแต่ไม่เข้าใจมันทั้งหมด ...
เสียงฝีเท้าเดินขึ้นบันไดแสดงการจากไปของทงเฮ สองสหายซองมินและฮยอคแจยังคงนั่งคุยกันต่อไปซักพัก ก่อนที่คยูฮยอนจะตัดสินใจเดินออกไปร่วมวงสนทนาด้วยอีกคน
รีโมทคอนโทรลขนาดพอดีมือที่วางอยู่บนตู้ข้างผนังถูกหยิบขึ้นมาถือเอาไว้ในอุ้งมือใหญ่ คยูฮยอนสาวเท้าเข้าไปหยุดยืนอยู่ที่หลังโซฟาตัวกว้าง แล้วจ่อรีโมทคอนโทรลนั้นให้ตรงกับช่องรับสัญญาณของจอโทรทัศน์เครื่องยักษ์แล้วกดมันให้เปิดขึ้น
เสียงคำพูดสนทนาจากละครชื่อดังที่กำลังออกอากาศอยู่นั้นทำให้ซองมินเผลอสะดุ้งออกมาแรงๆไม่ได้ ตากลมๆจ้องมองไปยังจอโทรทัศน์นั้นอย่างต้องการหาคำตอบ ก่อนจะหันหน้ามามองทางด้านหลัง จึงสบตาเข้ากับคยูฮยอนที่ยืนยิ้มอยู่อย่างจัง
“นี่กะจะให้ตกใจหัวใจวายตายกันเลยหรอ”
เสียงฮยอคแจโวยวายขึ้นหลังจากที่หันหน้ามามองทางด้านหลังตามเพื่อนรักอีกคนแล้วจึงได้เห็นเจ้าตัวดียืนยิ้มแฉ่งอยู่ตรงนั้น
“สำหรับพี่ก็ไม่แน่ แต่พี่ซองมิน ไม่เกี่ยว”
ด้วยความไวอย่างเหลือเชื่อ คยูฮยอนหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาตรงที่ว่างอันน้อยนิดระหว่างฮยอคแจและซองมินอย่างเรียบร้อยโรงเรียนคยูฮยอน ใบหน้าหล่อส่งรอยยิ้มอย่างผู้ที่เหนือกว่าไปให้ฮยอคแจ พลางขยับตัวให้นั่งแนบชิดกับซองมินมากเข้าไปอีกอย่างถือโอกาส
“ไอ้เด็กบ้านี่”
ฮยอคแจโวยวายเสียงดังขึ้นมาอีกรอบ เดือนร้อนซองมินที่ต้องส่งสายตาปรามๆไปให้คนทั้งคู่
“ว่าแต่ว่า ... เกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายผมหรอ เห็นเหม่อๆพิกล”
คยูฮยอนเอ่ยถามเพื่อนพี่ชายทั้งสองที่น่าจะรู้เรื่องเป็นอย่างดี ใบหน้ายังคงเปื้อนรอยยิ้มเปี่ยมสุขอย่างไร้สาเหตุ(?)
“ไม่รู้สิ”
ซองมินตอบออกไปตามตรง พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ
“แล้วพี่ยกโขยงกันมาบ้านผมทำไมเนี่ย กลับไปได้แล้ว”
คยูฮยอนเอ่ยปากไล่ หลังจากที่ถามไปก็ไม่ได้คำตอบอะไร มือใหญ่วางลงที่เอวเล็กๆของซองมินอย่างตั้งใจแล้วผลักออกจากตัวเบาๆสองสามครั้ง
.
.
.
จังหวะการเดินที่สม่ำเสมอหยุดลงพร้อมๆกับที่ดวงตาคมของคยูฮยอนมองลอดเข้าไปในช่องประตูที่เปิดแง้มไว้ของห้องพี่ชาย ร่างสูงขยับตัวเข้าไปใกล้กับช่องประตูนั้นให้มากขึ้น ทงเฮกำลังนั่งอยู่บนเตียงกว้างตรงกลางห้อง ใบหน้าเหม่อลอยดูซีดเซียว นัยน์ตาว่างเปล่าอย่างแปลกๆ หยดน้ำยังคงไหลลงจากปอยผมที่ยังเปียกชื้นลงไปซึมผ่านเสื้อนอนตัวบาง หากแต่เจ้าของมันกลับไม่ใส่ใจอะไร
“พี่ทงเฮ ทำอะไรอยู่หรอ”
คยูฮยอนตัดสินใจผลักประตูบานกว้างนั้นให้เปิดกว้างออก แล้วสอดแทรกตัวผ่านเข้าไปภายในห้อง เสียงทุ้มเอ่ยถามพี่ชายตัวเล็ก พร้อมๆกับที่หย่อนก้นลงนั่งบนเตียงข้างๆทงเฮ
“ก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ”
ทงเฮยิ้มส่งกลับมาให้บางๆ พร้อมกับยกมือเล็กๆขึ้นขยี้กลุ่มผมนุ่มๆของน้องชาย
“พี่!! ผมยุ่งหมดแล้วนะ พี่ก็โตเป็นสาวแล้วยังชอบแกล้งน้องอีก”
คยูฮยอนแสร้งทำเป็นโวยวาย โดยไม่ลืมที่จะหยอดคำแหย่เล็กๆน้อยๆให้พี่ชายหน้าหวาน
“ไอ้น้องบ้า ฉันเป็นผู้ชายเว้ย”
เสียงตะคอกดังลั่นของทงเฮทำให้คยูฮยอนหัวเราะออกมาดังๆ ก่อนจะมองคนที่บอกว่าตัวเองเป็นผู้ชายตั้งแต่หัวจรดเท้า หัวกลมๆพยักขึ้นลงหงึกหงักๆ
“ทอม”
สิ้นคำนั้นที่คยูฮยอนเอ่ยออกมา ขายาวๆก็รีบเร่งวิ่งหนีออกจากห้องให้พ้นรัศมีการข้างหมอนของทงเฮที่ดูว่าจะแม่นยำเหลือเกิน ...
“คยูฮยอนนนนน”
เสียงตะโกนเรียกพร้อมแรงทุบประตูอย่างไม่ยั้งมือแต่เช้าตรู่ทำให้คยูฮยอนที่ในวันนี้มีเรียนตอนบ่ายต้องจำใจตื่นแล้วลุกขึ้นไปเปิดประตูอย่างเสียไม่ได้ ดวงตาลืมปรือๆอย่างไม่ค่อยมีสตินัก
“เห็นกระเป๋าพี่มั้ย”
ใบหน้าหวานสวยของพี่ชายเต็มไปด้วยความกังวล น้องชายที่รักพี่ยิ่งชีพได้แต่ส่ายหน้าไปมาเบาๆแล้วปิดกระแทกประตู เดินกลับไปล้มตัวลงนอนต่อ
ทงเฮคงออกจากบ้านไปได้ซักพักใหญ่ๆแล้ว คยูฮยอนไม่รู้หรอก เพราะหลังจากที่ปิดประตูใส่ทงเฮไปนั้น ร่างสูงขี้เซาก็เอาแต่หลับสนิทอย่างมีความสุขอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆจนกระทั่งเสียงออดหน้าบ้านแผดดังลั่นขึ้นมานั่นแหละ คยูฮยอนสุดหล่อถึงได้รู้สึกตัวขึ้นมา
ขาเรียวยาวก้าวย่างไปอย่างช้าๆ สติสตังยังกลับมาไม่ครบถ้วนเมื่อคยูอยอนเดินมาจนถึงหน้าประตูบ้าน รถยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านนั้นทำให้คยูฮยอนตาสว่างขึ้นมาทันที ... รถสีดำคันนี้ ที่มาส่งทงเฮเมื่อวาน ???
“ขอโทษนะครับ นี่บ้านทงเฮรึเปล่า”
ชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีไม่เบาที่ยืนเกาะรั้วอยู่นั้นเอ่ยถามคยูฮยอนที่เพิ่งจะเปิดประตูออกมาดู
“ครับ”
“คือว่า ... ทงเฮลืมกระเป๋าไว้ในรถผมเมื่อวานน่ะครับ”
“เอ๊ะ ... คุณ?”
“ผมคิบอมครับ คิมคิบอม”
“เป็นเพื่อนทงเฮหรอ”
“เอ่อ ... ก็ไม่เชิง ... “
คำตอบที่ได้รับกลับมาทำให้คยูฮยอนขมวดคิ้วอย่างสงสัย ดวงตาคมมองใบหน้าของคนตรงหน้าละลงมาตามลำตัวอย่างสำรวจ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆสองสามทีอย่างคนพึ่งเข้าใจ
“เป็นสามี?”
ด้วยรอยแดงๆตรงซอกคอบวกกับอาการเงอะๆงะๆขวยเขินของคิบอมนั่นเองที่ทำให้คยูฮยอนผู้แสนฉลาดเข้าใจอะไรๆได้เป็นอย่างดี คนที่เด็กกว่าโพล่งถามขึ้นมาพร้อมกับส่งยิ้มกว้างไปให้พี่เขย
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้มั้งครับ ... แล้วผมจะฝากกระเป๋าไว้ที่นี่ได้มั้ย”
แขนยาวๆถูกยกขึ้นปิดปากอย่างเขินๆครั้งหนึ่ง ก่อนที่คิบอมจะเอ่ยถาม
“อย่าเลยครับ เอาไปให้เค้าเลยดีกว่ามั้ง มหาลัยคยองฮี รู้จักใช่มั้ย?”
คิบอมพยักหน้ารับคำก่อนจะโค้งศีรษะให้คยูฮยอนครั้งหนึ่งแทนคำขอบคุณ แล้วเดินอ้อมตัวรถคันงาม ไม่นานหลังจากนั้นรถยนต์สีดำขลับก็ค่อยๆเคลื่อนออกไป
.
.
.
ด้วยเล่ห์กล หรือโชคดีอะไรของคยูฮยอนก็ไม่อาจทราบได้ ที่อยู่ดีดีอีซองมินผู้แสนน่ารักก็เดินเข้ามาในบ้านของทงเฮ หรือก็คือบ้านของคยูฮยอนนั่นเอง
“ซองมิน~”
คยูฮยอนละจากหน้าจอโทรทัศน์ที่ปรากฏฉากหนึ่งของเกมที่กำลังเล่นอย่างติดพันอยู่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าไม่เบานักที่ดังขึ้นเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้นในทุกขณะ ก่อนที่จะครางเสียงแผ่วออกมาเป็นชื่อผู้มาใหม่อย่างแปลกใจปนสุขใจ
“เล่นเกมอยู่หรอ”
เสียงหวานเอ่ยถามพร้อมโปรยยิ้มกว้างไปให้คนที่นั่งอยู่ ซองมินเดินช้าๆเข้าไปใกล้คยูฮยอนแล้วหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาข้างๆร่างสูง
“ทงเฮไม่อยู่ ...”
“รู้แล้วล่ะ มันไปตามหากระเป๋า”
ซองมินเอ่ยตอบ รอยยิ้มยังไม่จางหายไป
“เอ๋? ...”
“อะไรหรอ”
“ช่างเถอะ”
คยูฮยอนตัดสินใจไม่พูดเสียดีกว่า ก่อนจะกดปิดโทรทัศน์ที่ตั้งอยู่ตรงหน้า แล้วหันมาสนใจคนข้างๆอย่างเต็มที่
“แล้วมาที่นี่ทำไมล่ะ ในเมื่อก็รู้ว่าทงเฮไม่อยู่”
“ก็ไม่รู้จะไปไหนนี่”
ซองมินเอนตัวลงพิงกับพนักนุ่มๆของโซฟา ดวงตากลมๆมองไปรอบๆอย่างเรื่อยเปื่อย
“เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้นะ”
ซองมินพยักหน้าให้คยูฮยอนเบาๆแทนการตอบรับ
“น้ำส้ม กินได้ใช่มั้ย”
คยูฮยอนเดินกลับมาพร้อมแก้วน้ำใสแจ๋วที่บรรจุน้ำสีส้มสดมาจนเกือบเต็ม มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้าง ก่อนที่จะต้องหุบลงเมื่อมองเห็นภาพตรงหน้า
“นี่อะไร คยูฮยอน???”
มือขาวๆของซองมินกำสมุดเล่มเล็กเอาไว้แน่น ดวงตากลมๆส่งสายตาเป็นคำถามมาให้คนที่พึ่งเดินเข้ามา
“ซองมิน~~”
คยูฮยอนครางเสียงแผ่ว ในเมื่อไม่รู้จะอธิบายหรือพูดอะไรดี
ร่างเล็กลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงก่อนจะเดินมาประชิดตัวคยูฮยอน มือขาวๆอีกข้างหนึ่งรับแก้วน้ำส้มไปถือไว้แล้ววางมันลงบนโต๊ะรับแขกใสแจ๋ว
“ตอบสิ”
สายตาจ้องมองตรงเข้าไปค้นหาคำตอบในดวงตาคมเข้มนั้นด้วยอีกแรง พร้อมกับที่ปากสีสดก็เอ่ยถามออกไปย้ำคำถามเดิม
“...คือ”
“ผมรักซองมิน...”
ในที่สุดแล้ว คยูฮยอนก็ไม่อาจต้านทานสายตานั้นได้ แววตาหวานเชื่อมที่ส่งมาค้นหาคำตอบช่วยกระตุ้นให้คยูฮยอนต้องพูดมันออกไปในที่สุด ใบหน้าหล่อคมเบนออกเพื่อหลบสายตาของคนตรงหน้า คยูฮยอนก้มหน้านิ่งรอรับการปฏิเสธจากซองมิน
แรงสัมผัสปะทะเข้าที่ริมฝีปากทำให้คยูฮยอนเบิกตากว้างพร้อมหันใบหน้ากลับมายังทิศทางเดิม ซองมินกำลังจูบคยูฮยอน รสจูบหวานๆที่มอบให้ทำให้ความแปลกใจเกิดขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด คยูฮยอนแปรเปลี่ยนความแปลกใจนั้น เป็นความพึงพอใจ รสจูบที่ซองมินเริ่มต้น คยูฮยอนตอบรับมันก่อนจะเป็นผู้กวาดต้อนในภายหลัง เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดกันไปมาด้วยความรัก
“จะจดไปทำไมกัน”
ซองมินที่นั่งอยู่บนตักกว้างๆของคยูฮยอนเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“ก็มันดีใจนี่ ทุกครั้งที่ได้เจอ”
“งั้นก็จดต่อไปเลยนะ จดไปให้มันล้นนี่แหละ”
สมุดเล่มเล็กถูกโยนใส่หน้าอกกว้างๆของคยูฮยอน พร้อมคำพูดประชดประชัน ใบหน้าหวานงอง้ำอย่างจงใจแกล้ง
“ไม่จดแล้วล่ะครับ”
จมูกโด่งๆกดลงกับแก้มใสนั้น พลางกระชับวงแขนที่กอดหลวมๆอยู่ที่เอวเล็ํกให้แน่นกระชับมากขึ้นไปอีก
“ซอง .. มิน ... อ้าว ที่รักกลับมาแล้วหรอ”
คยูฮยอนที่พึ่งจะเดินออกมาจากห้องน้ำส่งยิ้มกว้างไปให้พี่ชายคนสวย
“ซองมินกลับไปแล้ว ส่วนที่รักนายยังไม่เกิดมั้ง”
เสียงหวานพูดขึ้นมาเรียบๆ ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
“โห ที่รักอ่ะ ทำร้ายจิตใจ”
ใบหน้าหล่อๆตรงเข้าซุกตรงอกแบนเรียบของพี่ชาย ก่อนจะซุกไซร้ไปมาอย่างอ้อนๆ ก่อนจะถูกมือบางๆดันออกไป
“เป็นบ้าไปแล้วหรอ คยูฮยอน”
“ใช่ซี่ ผมมันก็แค่น้องชาย จะสู้อะไรได้กับ ...”
“กับอะไร”
เสียงหวานห้วนสั้นเอ่ยถามน้องชาย หากแต่คำตอบที่ได้รับมีเพียงรอยยิ้มกว้างอย่างคนที่เหนือกว่าเพียงแค่นั้น
.
.
.
หลายวันแล้ว หลังจากที่ทงเฮถูกรถชน อาการทั่วๆไปดีขึ้นมากแล้ว หากแต่คยูฮยอนก็ยังคงสงสัยในช่อดอกกุหลาบสีขาว ที่ดูยังไงก็รู้ว่ามันไม่ใช่ช่อเดิม ใครกันนะที่มาเยี่ยมทงเฮทุกวันแบบนี้ ... ให้โจคยูฮยอนเดาน่ะหรอ จะใครซะอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่พี่เขย
ไม่ใช่ว่าทงเฮไม่เคยมีแฟน หากแต่ท่าทางอาการสับสนแบบนี้น่ะ ไม่เคยเกิดขึ้นกับทงเฮหรอกนะ ... ฟันธงไปได้เลยล่ะ ว่าคนนี้น่ะ ใช่
หลายวันมานี้คยูฮยอนติดเรียนทุกวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น ทำให้ไม่มีโอกาสได้มาเยี่ยมทงเฮเลย เช่นเดียวกับซองมิน ที่ไม่ได้ติดเรียน แต่ถูกคนที่ติดเรียนบังคับให้ไปหาทุกวันจนไม่มีเวลามาเยี่ยมทงเฮ ...
“คยูฮยอน พรุ่งนี้ทงเฮจะกลับบ้านได้แล้วนะ”
ซองมินเอ่ยบอกคยูฮยอนที่กำลังเดินจับมืออยู่ข้างๆตัว
“ครับ”
“คยูว่างใช่มั้ย”
“ว่างครับ ... แต่เราจะไม่ไปรับทงเฮกันหรอก”
คยูฮยอนพยักหน้าตอบรับ หากแต่ประโยคต่อมาทำให้ซองมินสงสัย
“เอาเถอะน่า อย่าสงสัยเลยนะ”
มือใหญ่กระชับอุ้งมือบีบมือเล็กเบาๆครั้งหนึ่งเพื่อคลายความกังวลสงสัย
.
.
.
“ทงเฮ!!”
เสียงเรียกไม่เบานักของคยูฮยอนทำให้หนึ่งในสองคนที่หลับอยู่บนโซฟาตรงกลางห้องนั่งเล่นนั้นสะดุ้งตื่นขึ้น
“คะ..คยู ซองมิน มากันแล้วหรอ”
ใบหน้าหวานๆยิ้มกว้างไปให้กับเพื่อนและน้องสุดที่รัก
“ใครหรอ”
คยูฮยอนถามเสียงห้วน ใบหน้าพยักเพยิดไปทางคิบอมที่นั่งอยู่ข้างๆทงเฮ ... ชิดกันไปหน่อยมั้ยละนั่น ไม่นั่งตักกันไปเลยล่ะ
“นี่คิบอม คิบอมนี่คยูฮยอนน้องชายฉัน แล้วก็นั่นซองมินเพื่อนฉันเอง”
“คนนี้พี่เขยผมหรอ”
เสียงที่อ่อนลงไปเยอะแล้วของคยูฮยอนดังขึ้น ทงเฮเบิกตากว้างแล้วจ้องมองหน้าน้องชายอย่างเอาเรื่อง หากแต่คยูฮยอนไม่สนใจอาการนั้นของพี่ชาย ใบหน้าคมหันไปมองอีกคนหนึ่งแล้วขยิบตาให้อย่างรู้กัน
“จะว่าอย่างนั้นก้ไม่ผิดนี่ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับน้องภรรยา”
.
.
.
คนตัวเล็กเดินไปเดินมาอย่างกังวลใจอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านเพื่อนสนิท โดยมีน้องชายของเพื่อนรักนามว่าคยูฮยอนคอยนั่งมองตาม ร่างสูงๆนั่งเอนอย่างสบายอารมณ์อยู่บนโซฟาตัวกว้าง หากแต่สายตายังคงมองตามซองมินที่เดินไปเดินมาอย่างไม่รู้จักเมื่อย
“ซองมินไม่เมื่อยบ้างหรอ”
ดูเหมือนว่าจะได้ผล เมื่ออีซองมินหยุดเดินในทันทีแล้วหันควับมาสนใจมองเจ้าของเสียงทุ้มแทน
“นายไม่ห่วงพี่ชายบ้างเลยหรอ หายไปนานสองนานแบบนี้น่ะ”
“ซองมิน”
เสียงทุ้มเรียกเสียงอ่อน คยูฮยอนลุกขึ้นแล้วเดินเข้าหาร่างเล็กที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง
“ซองมินขี้กังวลมากไปรึเปล่า พี่ทงเฮไปกับพี่เขยนะ”
แขนยาวๆโอบรอบเอวของซองมินแล้วรั้งให้เข้าใกล้ตัว
“ปล่อยนะ”
...
“นายเป็นน้องชายแท้ๆไม่ห่วงพี่บ้างหรอ”
“พี่สาวมีพี่เขยดูแลแล้ว ทำไมผมต้องไปยุ่งอีก”
“แต่..”
“มาคิดเรื่องของเราดีกว่านะ”
สิ้นคำนั้นแก้มใสๆขาวๆก็ถูกช่วงชิงความหอมหวานโดยจมูกโด่งๆของคนที่อายุน้อยกว่า เพราะอะไรไม่รู้ แต่แก้มขาวๆนั้นกำลังเปลี่ยนสีได้ล่ะ ...
ใบหน้าของคนสองคนกำลังเคลื่อนเข้าหากันทีละนิด ก่อนที่จะไร้ซึ่งช่องว่าง กลีบปากแนบสนิท ...
... รักกัน ...
...The End…