[FIC] TEAR ... 1
posted on 27 Feb 2009 05:07 by borimaxii in TEAR
TEAR
Minho x Key
by borin
T E A R … 1
เสียงอึกทึกดังโหวกเหวกจอแจลั่นภายในห้องเรียนที่ปิดสนิทช่างดูขัดกับทาง เดินภายนอกที่มันเงียบกริบเสียจนเกือบจะกลายเป็นวังเวง ทั้งๆที่ความจริงแล้ว มีเพียงฝาผนังชั้นเดียวกั้นมันอยู่เพียงเท่านั้น
การลงคะแนนเสียงเลือกหัวหน้าห้องกำลังดำเนินไปในวันเปิดภาคเรียนวันแรกเช่น ในวันนี้ ชเวมินโฮลอบมองเส้นบางๆที่ถูกขีดด้วยชอล์คสีขาวลงไปบนกระดานดำตรงหน้าห้อง ครั้งแล้วครั้งเล่านั้น แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจแรงๆอย่างรู้สึกเบื่อหน่าย ก่อนที่จะฟุบใบหน้าลงกับท่อนแขน ปิดเปลือกตาลงอย่างช้าๆ
“มินโฮ”
“ไอ้มินโฮ”
เสียงเอ่ยเรียกพร้อมกับแรงเขย่าไม่เบานักตรงบริเวณไหล่นั้นทำให้คนที่ กำลังเคลิ้มหลับรู้สึกตัวขึ้น แล้วยืดตัวนั่งตรงๆอย่างช่วยไม่ได้ มินโฮส่งสายตาแทนคำถามไปให้กับจงฮยอนที่นั่งอยู่ด้านหน้าพร้อมกับเบิกตาก ว้าง
“สรุปผลโหวตแล้วนะ นายได้เป็นหัวหน้าห้องว่ะ”
ประโยคที่เอ่ยราวกับแสดงความยินดี หากแต่สำหรับมินโฮที่สนิทกับจงฮยอนมากว่าสี่ปีแล้วนั้น สามารถรู้ได้ไม่ยากเลย ว่ามันคือการเยาะเย้ยเสียมากกว่า
“แม่ง ทำไมวะ”
“เป็นกูทุกทีเลย”
มินโฮออกปากบ่น ทั้งๆที่สีหน้ายังคงเรียบเฉย คนอย่างชเวมินโฮ พอใจที่จะอยู่อย่างเงียบๆตรงมุมหลังห้องแบบนี้ มากกว่าที่จะต้องไปยืนป่าวประกาศอยู่หน้าห้องในฐานะหัวหน้าห้องเป็นไหนๆ ตาโตๆมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างบานโต พลางจ้องมองสนามฟุตบอลกว้างใหญ่ที่อยู่หน้าตึกนั้นอย่างเหม่อลอย
คาบเรียนอันน่าเบื่อหน่ายในยามบ่ายค่อยผ่านพ้นไปอย่างช้าๆ ทั้งๆที่เพิ่งเปิดเรียนวันแรกแท้ๆ แต่อาจารย์ประจำวิชาแต่ละวิชาก็เร่งสอนราวกับว่าจะถึงวันสอบปลายภายในอีกไม่ กี่วันข้างหน้านี้เสียอย่างนั้น ความเหนื่อยล้าค่อยๆเข้าครอบคลุมบรรยากาศรอบๆตัว ความง่วงนอนเพิ่มขึ้นจนทำให้ยากเกินกว่าที่จะสนใจการเรียน จนทำให้เด็กหลังห้องอย่างมินโฮเลิกสนใจกระดานดำหน้าห้องในที่สุด ดวงตาคมๆเบนจากตัวอักษรยั้วเยียะบนกระดานนั้นมายังที่นั่งติดกันที่ในตอนนี้ ว่างอยู่ อาจารย์ที่ปรึกษาเช็คชื่อนักเรียนในห้องเมื่อเช้า และนั่นทำให้มินโฮรู้ว่าเพื่อนร่วมห้องของเขาหายไปหนึ่งคน
“ชเวมินโฮ”
เสียงเรียกชื่อทำให้มินโฮที่กำลังเก็บของลงกระเป๋าหลังจากเลิกเรียนไปได้ซักพักแล้วเงยหน้าขึ้น พลางหยุดมือที่กำลังหยิบสมุดจดนั้น
“ครับ”
การปรากฏตัวของอาจารย์ที่ปรึกษาประจำชั้นนั้นออกจะเหนือความคาดหมายของ หัวหน้าห้องตัวสูงอยู่เสียหน่อย หากแต่มินโฮก็กลบความรู้สึกแปลกใจนั้นไว้ พลางเอ่ยตอบรับคำ
“เพื่อนร่วมห้องของเราขาดเรียนไปคนนึง เธอรู้ใช่มั้ย”
“ครับ รู้ครับ”
“คิมคิบอมออกจะมีปัญหาอยู่ซักหน่อย แต่ครูอยากให้เธอ ในฐานะหัวหน้าห้องช่วยไปตามเค้ามาเรียนด้วย”
“ปัญหา…”
กระดาษโน๊ตแผ่นเล็กๆถูกหยิบยื่นออกมาตรงหน้ามินโฮ ที่รับมาถือไว้แล้วอ่านมันอย่างคร่าวๆครั้งหนึ่ง
ที่อยู่ของคิมคิบอม …
“ฝากด้วยนะ”
อาจารย์วัยใกล้เกษียณเอ่ยบอกอีกครั้ง พลางส่งยิ้มกว้างมาให้มินโฮ ก่อนที่จะเดินกลับออกไป
T E A R …
ท้องฟ้าดูสดใสเหลือเกินในเช้าวันนี้ คีย์ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์นอกบ้าน หรือแม้แต่นอกห้องนอน สายลมแผ่วเบาราวกับจะเอ่ยต้อนรับทักทายร่างบอบบางในชุดอยู่บ้านสบายๆ แสงแดดในตอนนี้ยังไม่แรงจนทำให้รู้สึกร้อน หากแต่ทำให้รู้สึกอบอุ่น ธรรมชาติอันสดใสในเช้าวันนี้คงจะทำให้หลายๆคนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาบางๆ ด้วยความรู้สึกดีดี … แต่นั่นคงไม่ใช่สำหรับคีย์
ใบหน้าขาวใสยังคงดูเรียบเฉย ไร้ซึ่งการแสดงออกของอารมณ์ใดใด แม้กระทั่งนัยน์ตาสีเข้มภายในดวงตารีเรียวนั้น มันก็ว่างเปล่าไร้ซึ่งประกายแสงใด …
บรรดาสาวใช้ในบ้านลอบมองคุณหนูคิมผู้แสนน่าสงสารค่อยๆเดินหอบข้าวของอุปกรณ์ การวาดภาพออกไปในสนามหญ้าตรงส่วนหน้าบ้านนั้น ก่อนที่ร่างแสนบอบบางจะหย่อนตัวลงนั่งขัดสมาธิบนพื้นหญ้านุ่มๆใกล้ๆกับรั้ว สีขาวสูงเหนือศีรษะ ไร้ซึ่งรอยยิ้มอย่างเป็นสุข หากแต่ทุกๆคนรู้ดี เวลาที่คุณหนูคิมได้จับดินสอวาดภาพแล้ว นั่นแหละคือเวลาที่มีความสุขที่สุด
นิ้วเรียวๆประคองดินสอไม้แท่งสั้น มันสั้นกุดเสียจนแทบจะใช้เขียนอะไรไม่ได้แล้วด้วยซ้ำไป ดินสอไม้ที่ถูกเหลาจนปลายแหลมถูกจรดจงไปบนแผ่นกระดาษขาวสะอาด ก่อนที่มันจะถูกใช้เป็นเครื่องมือบรรเลงถ่ายทอดความคิดลงไปบนนั้น คีย์กำลังมีความสุข ท่าทางมุ่งมั่นของคนตัวเล็กเรียกรอยยิ้มอย่างเป็นสุขให้กับหลายๆคนที่ลอบ มองอยู่ด้วยความสงสาร ริมฝีปากบางๆสีอ่อนเม้มเข้าหากันแน่น คิ้วสีเข้มขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด
เส้นสายที่พันเกี่ยวกันไปมาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นโครงร่าง ภาพธรรมชาติรอบๆตัวคือภาพที่คีย์เลือกที่จะวาดมันอยู่เสมอๆ ธรรมชาติ … ที่คีย์ไม่ค่อยได้มีโอกาสสัมผัสมันนักหรอก เช่นเดียวกับความเป็นอิสระ ที่ตั้งแต่จำความได้ … ไม่เคยอยู่ในความรู้สึกเลยแม้แต่ครั้งเดียว
กระดาษแผ่นใหญ่ถูกยกขึ้นในระดับสายตา เจ้าของผลงานจ้องมองมันนิ่งๆ เนิ่นนาน ก่อนที่จะวางมันลงที่พื้นหญ้าข้างๆตัว พร้อมๆกับดินสอไม้แท่งโปรด ที่กลิ้งเร็วๆไปตามพื้นอย่างรวดเร็ว จนแขนเรียวนั้นเอื้อมคว้าไม่ทัน
ขาเรียวก้าวเร็วๆไปในทิศทางที่เจ้าดินสอแท่งโปรดกลิ้งผ่านไป ก่อนที่จะหยุดลง เมื่อพบว่ามันได้กลิ้งออกนอกรั้วบ้านไปเสียแล้ว
นอกบ้าน นอกบ้านงั้นหรอ …
โลกอื่น ที่คีย์ไม่มีสิทธิ์ออกไปสัมผัสสินะ
“นี่ของนายรึเปล่า”
เสียงทุ้มที่ดังขึ้นเรียกความสนใจของร่างเล็กที่ยืนเกาะซี่เหล็กตรง ประตูหน้าบ้านอยู่นั้นได้เป็นอย่างดี ดวงตาเรียวเฉียบตวัดขึ้นมองคนแปลกหน้าครั้งหนึ่ง ก่อนที่คีย์จะเบนสายตาไปยังดินสอแท่งเล็กในมือคนตัวสูงนั่น
“เราขอคืน”
ทั้งๆที่สายตายังไม่ได้ละไปจากดินสอแท่งนั้นเลยแม้แต่สักนิด คีย์เอ่ยบอกด้วยเสียงห้วนสั้น
“นายใช่คิมคิบอมรึเปล่า”
“ขอดินสอคืนด้วย”
“เราบอกว่า…”
“คิบอม”
มินโฮเอ่ยขัดขึ้น ในขณะที่คนตัวเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าภายในรั้วบ้านนั้นเอ่ยย้ำด้วยเสียงแข็งกร้าว
“อย่าเรียกเราด้วยชื่อนั้น”
ในขณะที่คีย์เอ่ยพูดประโยคนั้น มินโฮไม่รู้ว่าแววตาเศร้าสร้อยที่สะท้อนให้ได้เห็นเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว นั้นเป็นความจริง หรือเป็นเพียงแค่แสงแดดที่ตกกระทบหักเหเท่านั้น
“แล้วชั้นจะต้องเรียกนายว่าอะไรล่ะ”
“คีย์ เรียกเราว่าคีย์”
“ทีนี้ คืนดินสอให้เราได้รึยัง”
ใบหน้าเรียบเฉยเงยเชิดขึ้น คีย์มองใบหน้าของมินโฮพลางเอ่ยปากบอกย้ำอีกครั้ง ท่าทางจริงจังนั้นทำให้มินโฮรู้ได้ไม่ยากเลย ว่าดินสอแท่งเล็กนี้คงจะสำคัญกับคนคนนี้อยู่มากทีเดียว … จะเป็นอะไรมั้ย ถ้ามินโฮจะใช้มันเป็นตัวประกันเอาไว้ก่อน
“ทำไมถึงไม่ไปโรงเรียน”
“วันนี้วันที่เท่าไหร่แล้ว”
ใบหน้าที่แสนจะเรียบเฉยดูเศร้าหมองลงไปอีก ตั้งแต่ที่คำว่าโรงเรียนหลุดออกจากปากร่างสูงตรงหน้า
“ยี่สิบ วันเปิดเทอม”
“หึ นายกลับไปเถอะ เราไปไม่ได้หรอก”
ใบหน้าหวานหันหนีไปอีกทางเพื่อหลบสายตาคมที่จ้องมองมาอย่างสงสัย วันเปิดเทอม เวลามันผ่านไปเร็วขนาดนี้เชียวหรือ เพียงแค่ถูกขังเอาไว้ในห้องมืดๆจนลืมวันลืมคืนแบบนั้น
โรงเรียน เพื่อน อิสระ … เป็นหน้าตาเป็นยังไงนะ
“คิมคิบอม!!!”
เสียงตะโกนลั่นอย่างเปี่ยมอำนาจเรียกเป็นชื่อคนตัวเล็กจนเจ้าของชื่อ ต้องสะดุ้งแรงสุดตัว ใบหน้าที่ขาวจัดอยู่แล้วกลายเป็นขาวซีดราวกับไร้สีเลือด ดวงตาฉายแววแข็งกร้าวขึ้นในทันที ก่อนที่ร่างบอบบางนั้นจะถูกกระชากถูไปกับพื้นด้วยแรงมหาศาล
คุณหนูคิมหันมามองเพื่อนร่วมชั้นเรียนเป็นครั้งสุดท้าย พลางส่งสายตาเป็นความหมายบางอย่างพะยักพะเยิดไปทางมือใหญ่ที่กำดินสอแท่ง จิ๋วเอาไว้
มินโฮยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึง คีย์ถูกลากเข้าไปในตัวบ้านหลังใหญ่ไปได้ซักพักแล้ว และในตอนนี้ก็เพียงแค่ความเงียบ เงียบ และเงียบเท่านั้นที่รายล้อมรอบๆตัว
T E A R …
เสียงแส้ฟาดกระทบแผ่นหนังดังขึ้นเป็นจังหวะครั้งแล้ว ครั้งเล่า โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้หรือแม้แต่คาดเดาได้ ว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่ เหล่าคนใช้คนงานที่ถูกเรียกให้มารวมตัวกันอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่ของบ้านต่าง พากันเบนสายตาออกไปให้พ้นภาพอันน่าสยดสยอง ทั้งสงสาร ทั้งห่วงใย หากแต่ทำอะไรไม่ได้แม้ซักอย่างเดียว
ภาพตรงหน้าช่างดูแตกต่างจากเมื่อครู่ราวกับฟ้ากับเหว เสื้อผ้าที่ฉีกขาดจนเห็นเป็นรอยแผลแนวยาวๆ ใบหน้าเรียบเฉย ยังคงเรียบเฉยเสียจนน่าใจหาย ดวงตารีเรียวจ้องมองคุณคิมผู้เป็นบิดาอย่างอาฆาต แววตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งการแสดงออกของความรู้สึกใดๆ
“คิบอม ชั้นสั่งแกไว้ว่ายังไง”
“ทำไมถึงชอบขัดคำสั่งนักนะ”
ดวงตาดุร้ายจ้องมองลูกชายตัวเล็กที่นั่งกองอยู่กับพื้นอย่างหมดแรงที่จะ ต่อต้าน พลางวาดแส้เส้นยาวลงไปบนแผ่นหลังบอบบางนั้นอีก ครั้งแล้ว ครั้งเล่า
คิมคิบอมผู้น่าสงสาร …
ดวงตาเกือบจะปิดปรืออยู่รอมร่อ หากแต่ยังคงแข็งใจ คีย์เม้มปากเข้าหากันแน่นจนซีดขาว นิ้วเล็กๆกำจิกเข้าหาอุ้งมือแน่นแทนการระบายความเจ็บปวด ทั้งที่เจ็บปานตาย ก็ไม่มีเสียงร้องโอดโอยแม้สักนิดหลุดรอดออกมาจากปาก …
“เอาน้ำมา”
คุณคิมเอ่ยปากสั่งเด็กรับใช้ที่ยืนอยู่ไกลๆ ก่อนจะรับถังน้ำใบขนาดย่อมนั้นมาถือไว้ แล้วราดมันลงไปบนรอยแผลยาวๆที่ปริแตกด้วยแรงกระทบของแส้เส้นยาว น้ำเลือดสีแดงสดถูกชะออกไปตามน้ำนั้น ของเหลวสีแดงจางๆไหลเปรอะไปนองบนพื้นจนทั่ว
ภาพของคนแปลกหน้าที่ยืนถือดินสอแท่งเล็กของเขาอยู่นั้น เป็นความคิดสุดท้าย ก่อนที่สติทั้งหมดจะดับวูบลง …
… TBC …
Talk :: ใครบอกว่าเอสเอ็ม ม่ายยยยยยยยช่ายยยยยยยยยย
ฝากด้วยนะคะ
Minho x Key
by borin
T E A R … 1
เสียงอึกทึกดังโหวกเหวกจอแจลั่นภายในห้องเรียนที่ปิดสนิทช่างดูขัดกับทาง เดินภายนอกที่มันเงียบกริบเสียจนเกือบจะกลายเป็นวังเวง ทั้งๆที่ความจริงแล้ว มีเพียงฝาผนังชั้นเดียวกั้นมันอยู่เพียงเท่านั้น
การลงคะแนนเสียงเลือกหัวหน้าห้องกำลังดำเนินไปในวันเปิดภาคเรียนวันแรกเช่น ในวันนี้ ชเวมินโฮลอบมองเส้นบางๆที่ถูกขีดด้วยชอล์คสีขาวลงไปบนกระดานดำตรงหน้าห้อง ครั้งแล้วครั้งเล่านั้น แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจแรงๆอย่างรู้สึกเบื่อหน่าย ก่อนที่จะฟุบใบหน้าลงกับท่อนแขน ปิดเปลือกตาลงอย่างช้าๆ
“มินโฮ”
“ไอ้มินโฮ”
เสียงเอ่ยเรียกพร้อมกับแรงเขย่าไม่เบานักตรงบริเวณไหล่นั้นทำให้คนที่ กำลังเคลิ้มหลับรู้สึกตัวขึ้น แล้วยืดตัวนั่งตรงๆอย่างช่วยไม่ได้ มินโฮส่งสายตาแทนคำถามไปให้กับจงฮยอนที่นั่งอยู่ด้านหน้าพร้อมกับเบิกตาก ว้าง
“สรุปผลโหวตแล้วนะ นายได้เป็นหัวหน้าห้องว่ะ”
ประโยคที่เอ่ยราวกับแสดงความยินดี หากแต่สำหรับมินโฮที่สนิทกับจงฮยอนมากว่าสี่ปีแล้วนั้น สามารถรู้ได้ไม่ยากเลย ว่ามันคือการเยาะเย้ยเสียมากกว่า
“แม่ง ทำไมวะ”
“เป็นกูทุกทีเลย”
มินโฮออกปากบ่น ทั้งๆที่สีหน้ายังคงเรียบเฉย คนอย่างชเวมินโฮ พอใจที่จะอยู่อย่างเงียบๆตรงมุมหลังห้องแบบนี้ มากกว่าที่จะต้องไปยืนป่าวประกาศอยู่หน้าห้องในฐานะหัวหน้าห้องเป็นไหนๆ ตาโตๆมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างบานโต พลางจ้องมองสนามฟุตบอลกว้างใหญ่ที่อยู่หน้าตึกนั้นอย่างเหม่อลอย
คาบเรียนอันน่าเบื่อหน่ายในยามบ่ายค่อยผ่านพ้นไปอย่างช้าๆ ทั้งๆที่เพิ่งเปิดเรียนวันแรกแท้ๆ แต่อาจารย์ประจำวิชาแต่ละวิชาก็เร่งสอนราวกับว่าจะถึงวันสอบปลายภายในอีกไม่ กี่วันข้างหน้านี้เสียอย่างนั้น ความเหนื่อยล้าค่อยๆเข้าครอบคลุมบรรยากาศรอบๆตัว ความง่วงนอนเพิ่มขึ้นจนทำให้ยากเกินกว่าที่จะสนใจการเรียน จนทำให้เด็กหลังห้องอย่างมินโฮเลิกสนใจกระดานดำหน้าห้องในที่สุด ดวงตาคมๆเบนจากตัวอักษรยั้วเยียะบนกระดานนั้นมายังที่นั่งติดกันที่ในตอนนี้ ว่างอยู่ อาจารย์ที่ปรึกษาเช็คชื่อนักเรียนในห้องเมื่อเช้า และนั่นทำให้มินโฮรู้ว่าเพื่อนร่วมห้องของเขาหายไปหนึ่งคน
“ชเวมินโฮ”
เสียงเรียกชื่อทำให้มินโฮที่กำลังเก็บของลงกระเป๋าหลังจากเลิกเรียนไปได้ซักพักแล้วเงยหน้าขึ้น พลางหยุดมือที่กำลังหยิบสมุดจดนั้น
“ครับ”
การปรากฏตัวของอาจารย์ที่ปรึกษาประจำชั้นนั้นออกจะเหนือความคาดหมายของ หัวหน้าห้องตัวสูงอยู่เสียหน่อย หากแต่มินโฮก็กลบความรู้สึกแปลกใจนั้นไว้ พลางเอ่ยตอบรับคำ
“เพื่อนร่วมห้องของเราขาดเรียนไปคนนึง เธอรู้ใช่มั้ย”
“ครับ รู้ครับ”
“คิมคิบอมออกจะมีปัญหาอยู่ซักหน่อย แต่ครูอยากให้เธอ ในฐานะหัวหน้าห้องช่วยไปตามเค้ามาเรียนด้วย”
“ปัญหา…”
กระดาษโน๊ตแผ่นเล็กๆถูกหยิบยื่นออกมาตรงหน้ามินโฮ ที่รับมาถือไว้แล้วอ่านมันอย่างคร่าวๆครั้งหนึ่ง
ที่อยู่ของคิมคิบอม …
“ฝากด้วยนะ”
อาจารย์วัยใกล้เกษียณเอ่ยบอกอีกครั้ง พลางส่งยิ้มกว้างมาให้มินโฮ ก่อนที่จะเดินกลับออกไป
T E A R …
ท้องฟ้าดูสดใสเหลือเกินในเช้าวันนี้ คีย์ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์นอกบ้าน หรือแม้แต่นอกห้องนอน สายลมแผ่วเบาราวกับจะเอ่ยต้อนรับทักทายร่างบอบบางในชุดอยู่บ้านสบายๆ แสงแดดในตอนนี้ยังไม่แรงจนทำให้รู้สึกร้อน หากแต่ทำให้รู้สึกอบอุ่น ธรรมชาติอันสดใสในเช้าวันนี้คงจะทำให้หลายๆคนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาบางๆ ด้วยความรู้สึกดีดี … แต่นั่นคงไม่ใช่สำหรับคีย์
ใบหน้าขาวใสยังคงดูเรียบเฉย ไร้ซึ่งการแสดงออกของอารมณ์ใดใด แม้กระทั่งนัยน์ตาสีเข้มภายในดวงตารีเรียวนั้น มันก็ว่างเปล่าไร้ซึ่งประกายแสงใด …
บรรดาสาวใช้ในบ้านลอบมองคุณหนูคิมผู้แสนน่าสงสารค่อยๆเดินหอบข้าวของอุปกรณ์ การวาดภาพออกไปในสนามหญ้าตรงส่วนหน้าบ้านนั้น ก่อนที่ร่างแสนบอบบางจะหย่อนตัวลงนั่งขัดสมาธิบนพื้นหญ้านุ่มๆใกล้ๆกับรั้ว สีขาวสูงเหนือศีรษะ ไร้ซึ่งรอยยิ้มอย่างเป็นสุข หากแต่ทุกๆคนรู้ดี เวลาที่คุณหนูคิมได้จับดินสอวาดภาพแล้ว นั่นแหละคือเวลาที่มีความสุขที่สุด
นิ้วเรียวๆประคองดินสอไม้แท่งสั้น มันสั้นกุดเสียจนแทบจะใช้เขียนอะไรไม่ได้แล้วด้วยซ้ำไป ดินสอไม้ที่ถูกเหลาจนปลายแหลมถูกจรดจงไปบนแผ่นกระดาษขาวสะอาด ก่อนที่มันจะถูกใช้เป็นเครื่องมือบรรเลงถ่ายทอดความคิดลงไปบนนั้น คีย์กำลังมีความสุข ท่าทางมุ่งมั่นของคนตัวเล็กเรียกรอยยิ้มอย่างเป็นสุขให้กับหลายๆคนที่ลอบ มองอยู่ด้วยความสงสาร ริมฝีปากบางๆสีอ่อนเม้มเข้าหากันแน่น คิ้วสีเข้มขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด
เส้นสายที่พันเกี่ยวกันไปมาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นโครงร่าง ภาพธรรมชาติรอบๆตัวคือภาพที่คีย์เลือกที่จะวาดมันอยู่เสมอๆ ธรรมชาติ … ที่คีย์ไม่ค่อยได้มีโอกาสสัมผัสมันนักหรอก เช่นเดียวกับความเป็นอิสระ ที่ตั้งแต่จำความได้ … ไม่เคยอยู่ในความรู้สึกเลยแม้แต่ครั้งเดียว
กระดาษแผ่นใหญ่ถูกยกขึ้นในระดับสายตา เจ้าของผลงานจ้องมองมันนิ่งๆ เนิ่นนาน ก่อนที่จะวางมันลงที่พื้นหญ้าข้างๆตัว พร้อมๆกับดินสอไม้แท่งโปรด ที่กลิ้งเร็วๆไปตามพื้นอย่างรวดเร็ว จนแขนเรียวนั้นเอื้อมคว้าไม่ทัน
ขาเรียวก้าวเร็วๆไปในทิศทางที่เจ้าดินสอแท่งโปรดกลิ้งผ่านไป ก่อนที่จะหยุดลง เมื่อพบว่ามันได้กลิ้งออกนอกรั้วบ้านไปเสียแล้ว
นอกบ้าน นอกบ้านงั้นหรอ …
โลกอื่น ที่คีย์ไม่มีสิทธิ์ออกไปสัมผัสสินะ
“นี่ของนายรึเปล่า”
เสียงทุ้มที่ดังขึ้นเรียกความสนใจของร่างเล็กที่ยืนเกาะซี่เหล็กตรง ประตูหน้าบ้านอยู่นั้นได้เป็นอย่างดี ดวงตาเรียวเฉียบตวัดขึ้นมองคนแปลกหน้าครั้งหนึ่ง ก่อนที่คีย์จะเบนสายตาไปยังดินสอแท่งเล็กในมือคนตัวสูงนั่น
“เราขอคืน”
ทั้งๆที่สายตายังไม่ได้ละไปจากดินสอแท่งนั้นเลยแม้แต่สักนิด คีย์เอ่ยบอกด้วยเสียงห้วนสั้น
“นายใช่คิมคิบอมรึเปล่า”
“ขอดินสอคืนด้วย”
“เราบอกว่า…”
“คิบอม”
มินโฮเอ่ยขัดขึ้น ในขณะที่คนตัวเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าภายในรั้วบ้านนั้นเอ่ยย้ำด้วยเสียงแข็งกร้าว
“อย่าเรียกเราด้วยชื่อนั้น”
ในขณะที่คีย์เอ่ยพูดประโยคนั้น มินโฮไม่รู้ว่าแววตาเศร้าสร้อยที่สะท้อนให้ได้เห็นเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว นั้นเป็นความจริง หรือเป็นเพียงแค่แสงแดดที่ตกกระทบหักเหเท่านั้น
“แล้วชั้นจะต้องเรียกนายว่าอะไรล่ะ”
“คีย์ เรียกเราว่าคีย์”
“ทีนี้ คืนดินสอให้เราได้รึยัง”
ใบหน้าเรียบเฉยเงยเชิดขึ้น คีย์มองใบหน้าของมินโฮพลางเอ่ยปากบอกย้ำอีกครั้ง ท่าทางจริงจังนั้นทำให้มินโฮรู้ได้ไม่ยากเลย ว่าดินสอแท่งเล็กนี้คงจะสำคัญกับคนคนนี้อยู่มากทีเดียว … จะเป็นอะไรมั้ย ถ้ามินโฮจะใช้มันเป็นตัวประกันเอาไว้ก่อน
“ทำไมถึงไม่ไปโรงเรียน”
“วันนี้วันที่เท่าไหร่แล้ว”
ใบหน้าที่แสนจะเรียบเฉยดูเศร้าหมองลงไปอีก ตั้งแต่ที่คำว่าโรงเรียนหลุดออกจากปากร่างสูงตรงหน้า
“ยี่สิบ วันเปิดเทอม”
“หึ นายกลับไปเถอะ เราไปไม่ได้หรอก”
ใบหน้าหวานหันหนีไปอีกทางเพื่อหลบสายตาคมที่จ้องมองมาอย่างสงสัย วันเปิดเทอม เวลามันผ่านไปเร็วขนาดนี้เชียวหรือ เพียงแค่ถูกขังเอาไว้ในห้องมืดๆจนลืมวันลืมคืนแบบนั้น
โรงเรียน เพื่อน อิสระ … เป็นหน้าตาเป็นยังไงนะ
“คิมคิบอม!!!”
เสียงตะโกนลั่นอย่างเปี่ยมอำนาจเรียกเป็นชื่อคนตัวเล็กจนเจ้าของชื่อ ต้องสะดุ้งแรงสุดตัว ใบหน้าที่ขาวจัดอยู่แล้วกลายเป็นขาวซีดราวกับไร้สีเลือด ดวงตาฉายแววแข็งกร้าวขึ้นในทันที ก่อนที่ร่างบอบบางนั้นจะถูกกระชากถูไปกับพื้นด้วยแรงมหาศาล
คุณหนูคิมหันมามองเพื่อนร่วมชั้นเรียนเป็นครั้งสุดท้าย พลางส่งสายตาเป็นความหมายบางอย่างพะยักพะเยิดไปทางมือใหญ่ที่กำดินสอแท่ง จิ๋วเอาไว้
มินโฮยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึง คีย์ถูกลากเข้าไปในตัวบ้านหลังใหญ่ไปได้ซักพักแล้ว และในตอนนี้ก็เพียงแค่ความเงียบ เงียบ และเงียบเท่านั้นที่รายล้อมรอบๆตัว
T E A R …
เสียงแส้ฟาดกระทบแผ่นหนังดังขึ้นเป็นจังหวะครั้งแล้ว ครั้งเล่า โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้หรือแม้แต่คาดเดาได้ ว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่ เหล่าคนใช้คนงานที่ถูกเรียกให้มารวมตัวกันอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่ของบ้านต่าง พากันเบนสายตาออกไปให้พ้นภาพอันน่าสยดสยอง ทั้งสงสาร ทั้งห่วงใย หากแต่ทำอะไรไม่ได้แม้ซักอย่างเดียว
ภาพตรงหน้าช่างดูแตกต่างจากเมื่อครู่ราวกับฟ้ากับเหว เสื้อผ้าที่ฉีกขาดจนเห็นเป็นรอยแผลแนวยาวๆ ใบหน้าเรียบเฉย ยังคงเรียบเฉยเสียจนน่าใจหาย ดวงตารีเรียวจ้องมองคุณคิมผู้เป็นบิดาอย่างอาฆาต แววตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งการแสดงออกของความรู้สึกใดๆ
“คิบอม ชั้นสั่งแกไว้ว่ายังไง”
“ทำไมถึงชอบขัดคำสั่งนักนะ”
ดวงตาดุร้ายจ้องมองลูกชายตัวเล็กที่นั่งกองอยู่กับพื้นอย่างหมดแรงที่จะ ต่อต้าน พลางวาดแส้เส้นยาวลงไปบนแผ่นหลังบอบบางนั้นอีก ครั้งแล้ว ครั้งเล่า
คิมคิบอมผู้น่าสงสาร …
ดวงตาเกือบจะปิดปรืออยู่รอมร่อ หากแต่ยังคงแข็งใจ คีย์เม้มปากเข้าหากันแน่นจนซีดขาว นิ้วเล็กๆกำจิกเข้าหาอุ้งมือแน่นแทนการระบายความเจ็บปวด ทั้งที่เจ็บปานตาย ก็ไม่มีเสียงร้องโอดโอยแม้สักนิดหลุดรอดออกมาจากปาก …
“เอาน้ำมา”
คุณคิมเอ่ยปากสั่งเด็กรับใช้ที่ยืนอยู่ไกลๆ ก่อนจะรับถังน้ำใบขนาดย่อมนั้นมาถือไว้ แล้วราดมันลงไปบนรอยแผลยาวๆที่ปริแตกด้วยแรงกระทบของแส้เส้นยาว น้ำเลือดสีแดงสดถูกชะออกไปตามน้ำนั้น ของเหลวสีแดงจางๆไหลเปรอะไปนองบนพื้นจนทั่ว
ภาพของคนแปลกหน้าที่ยืนถือดินสอแท่งเล็กของเขาอยู่นั้น เป็นความคิดสุดท้าย ก่อนที่สติทั้งหมดจะดับวูบลง …
… TBC …
Talk :: ใครบอกว่าเอสเอ็ม ม่ายยยยยยยยช่ายยยยยยยยยย
ฝากด้วยนะคะ