MilkProject

[SF] Strawberry Milk

posted on 25 Feb 2009 04:56 by borimaxii  in MilkProject

Strawberry Milk

Milk Project No.2

Kibum x Donghae Ft. KyuMin

By borin

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขวดที่สอง =- นมรสสตรอเบอร์รึ่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“พี่ก็ชอบ

ชอบทงเฮ”

 

 

 

แก้มนวลขาวใสของทงเฮในตอนนี้กำลังขึ้นสีระเรื่อ จนสีขาวจัดนั้นแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนๆ ก่อนที่มันจะค่อยๆเข้มจัดขึ้นเมื่อดวงตาใสใสของคนตัวเล็กตวัดมาบรรจบเช้ากับสายตาคมกริบของคิบอมที่กำลังจ้องมองคนน่ารักอย่างไม่วางตานั้นพอดิบพอดี

 

 

 

นิ้วยาวๆยังคงประคองหนังสือสองสามเล่มที่ถือติดมือมาด้วยนั้นเอาไว้ ไม่ยอมวางลงไปบนโต๊ะเสียที ทั้งๆที่หลังจากฮยอคแจลุกออกไปแล้ว บนโต๊ะนั้นก็ไม่มีของอะไรวางอยู่ และที่นั่งฝั่งตรงข้ามนั้นก็ว่างเสียด้วยสิ ทำไมถึงยังนั่งเก้าอี้ตัวเดียวกันอยู่ได้

 

 

 

“ร้อนหรอ”

 

 

 

“ฮะ?”

 

 

 

“ก็พี่เห็นทงเฮหน้าแดงนี่”

คิบอมพูดต่อ พร้อมกับหัวเราะเบาๆ ก็แค่อยากจะทำลายบรรยากาศชวนน่าอึดอัดนี่เท่านั้นล่ะ อากาศแบบนี้เรียกร้อนที่ไหนกันเล่า

 

 

 

“อ่า ไม่รู้สิฮะ”

คนตัวเล็กก้มหน้าพลางทำเป็นเปิดชีทปึกบางๆที่วางอยู่ใกล้ๆมือไปมา นิ้วเรียวกรีดเปิดพลิกหน้าย้อนกลับอีกครั้งพลางทอดสายตาลงไปอ่าน ทำไมตรงหัวกระดาษถึงเขียนตัวKH เอาไว้นะ ก็ชื่อพี่คิบอมมันต้องเป็นKB ไม่ใช่หรือไง

 

 

 

“แล้วทงเฮคิดว่ายังไง”

ที่พี่ชอบทงเฮน่ะ”

รุ่นพี่หน้าหล่อเอ่ยถามทงเฮ ก่อนที่จะเอ่ยอธิบายเพิ่มอีกประโยคเมื่ออีกคนส่งสายตางงงวยอย่างเต็มพิกัดมาให้

 

 

 

“เอ่อ คือว่า”

สมองเร่งการประมวลผล ทงเฮพยายามคิดหาคำตอบจนหัวแทบจะระเบิด แล้วยังจะหัวใจที่เต้นแรงและเร็วในขณะที่รอบๆตัวมีแต่ความเงียบ สายตาคมที่จ้องมองมาทำให้ทงเฮทำอะไรไม่ถูก มือเล็กๆกำเข้าหากันแน่น ใบหน้าที่แดงระเรื่อก้มลงมองตักของตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตาคู่คมนั้น กันไว้ดีกว่าแก้ ทงเฮยังไม่อยากหัวใจวายตายเพราะมันเต้นแรงเกินไปหรอกนะ

 

 

 

สมคำร่ำลือของใครต่อใครจริงๆ ที่ว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้สบเข้ากับดวงตาคมกริบคู่นั้น ต้องเป็นอันอ่อนระทวยทุกครั้งไป

 

 

 

คิบอมจ้องมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆอย่างไม่วางตา ท่าทางน่ารักๆที่คิบอมขอคิดเข้าข้างตัวเองว่านั่นคืออาการเขินของทงเฮ ทำให้รุ่นน้องคนสวยดูน่ามองมากกว่าปกติขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว ใบหน้าแดงระเรื่อที่กำลั

ก้มลงจนแทบมิดขอบโต๊ะกับริมฝีปากแดงๆที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยราวกับกำลังใช้ความคิดหนัก มือเล็กๆนั้นกำแน่นจนมันซีดขาว

 

 

 

เหมือนเด็กเลยแฮะ

 

 

 

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนก็ได้ พี่ไม่เร่งทงเฮหรอก”

“ว่าแต่ว่า สอบอิงค์เมื่อไหร่นะ”

 

 

 

“พรุ่งนี้ฮะ”

ใบหน้าหวานค่อยๆเงยขึ้นจากอาการก้ม ก่อนที่จะมองไปยังคิบอมที่กำลังส่งยิ้มกว้างมาให้

 

 

 

“ถ้าอย่างนั้นก็สู้ๆนะ พี่เป็นกำลังใจให้”

คิบอมลุกขึ้นยืน พลางวางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มๆของทงเฮเบาๆแล้วขยี้มันไปมาพอให้เสียทรง ก่อนจะยื่นขวดนมสีชมพูที่ถือติดมือมาด้วยมาให้ทงเฮที่รับไปถืออย่างงงๆ

 

 

 

“ก็เห็นบ่นว่าอยากกินนม”

“แต่วันนี้กินนมสตรอเบอร์รี่ไปก่อนแล้วกันนะ พี่ว่ามันเข้ากับคนน่ารักๆ”

คิบอมยิ้มกว้างอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆเดินห่างออกไป

 

 

 

ความเย็นของเจ้าขวดนมสีชมพูในมือยังคงไม่จางหายไป บ่งบอกว่ามันคงเพิ่งจะหยิบออกมาจากตู้แช่ได้ไม่นานเท่าไหร่ ทงเฮจ้องมองของเหลวสีชมพูอ่อนๆภายในขวดนั้นแล้วเผลอยิ้มออกมาบางๆโดยไม่รู้ตัว

 

 

 

เย็นเฉียบ หอมหวาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

M I l K =-

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หนึ่งคนตัวสูง กับอีกหนึ่งคนตัวเล็กที่นั่งรออีกหนึ่งเพื่อนสนิทที่อาสาจะไปเอาของที่หอมาให้ นานสองนานแล้ว ก็ยังไม่เห็นร่างสูงๆของไอ้เจ้าหนุ่มฮอทประจำมหาวิทยาลัยแม้แต่เงา ดวงตากลมๆของอีซองมินที่เบิกโตอยู่เสมอในตอนนี้เริ่มปรือลงเนื่องด้วยอากาศที่แสนน่านอนของลานหน้าตึกประจำภาควิชา ภาพคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันจวนจะหลับมิหลับแหล่เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคยูฮยอนได้เป็นอย่างดี ร่างสูงส่งเสียงหัวเราะเบาๆอย่างกลั้นไม่อยู่ บางเบา หากแต่ดังชัดเจนอย่างเหลือเชื่อในบริเวณที่สงบเงียบเช่นนี้

 

 

 

“หัวเราะอะไรน่ะ โจคยูฮยอน”

ซองมินที่นอนฟุบลงไปกับพื้นโต๊ะตรงหน้าเมื่อครู่ยืดตัวขึ้นนั่งตรงๆอีกครั้ง พร้อมกับส่งสายตาดุๆไปให้คนตรงหน้า

 

 

 

“ขำกระต่ายง่วงนอนน่ะสิ ตลกเป็นบ้า”

เสียงทุ้มเอ่ยตอบกลับทั้งๆที่ยังไม่เลิกหัวเราะ

 

 

 

คยูฮยอนขำซองมินง่วงนอนก็คงจะจริง แต่ที่จริงแล้ว คยูฮยอนหัวเราะไปกับความน่ารักของคนตรงหน้านี่ต่างหาก ดวงตากลมๆรีเล็กลง ใบหน้าหวานๆที่แสนจะน่ารักงองุ้มคล้ายคนอารมณ์เสีย กลุ่มผมสีเข้มยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเนื่องจากการนอนลงไปบนท่อนแขนของตัวเองเมื่อครู่ น่ารักจริงๆเหอะ ซองมิน

 

 

 

“ง่วงมากเลยหรอ”

คยูฮยอนเอ่ยถามเสียงทุ้มพร้อมกับหยุดหัวเราะเมื่อเห็นใบหน้าเคืองๆของซองมิน

 

 

 

“อือ ง่วงที่สุดเลย”

 

 

 

“งั้นนอนนี่”

ร่างสูงโปร่งเดินอ้อมโต๊ะตัวใหญ่ที่ขวางกั้นระหว่างทั้งสองคนไว้นั้นไปหย่อนตัวนั่งลงตรงที่ว่างข้างๆคนตัวเล็ก แล้วตบลงที่ตักกว้างเบาๆสองสามครั้ง

 

 

 

“นอนลงไปเถอะน่า เดี๋ยวไอ้คิบอมมาแล้วจะปลุก”

คยูฮยอนเอ่ยย้ำอีกครั้งเมื่อซองมินทำท่าลังเล ไม่ยอมนอนลงเสียที

 

 

 

ศีรษะกลมๆของซองมินค่อยๆเอนลงไปบนตักกว้างๆของคยูฮยอน ร่างเล็กตะแคงตัวนอนไปบนเก้าอี้ตัวยาว พลางขยับไปมาอีกสองสามครั้งให้อยู่ในท่าทางที่สบายที่สุด คยูฮยอนลอบมองใบหน้าน่ารักๆของซองมินในยามหลับ เปลือกตาบางๆปิดสนิทลงปิดกั้นแสงสว่างจ้าของธรรมชาติรอบตัว นิ้วเรียวยาวของร่างสูงค่อยๆไล้ลงไปตามแนวโครงหน้า แก้มใสใส ก่อนจะหยุดค้างที่ริมฝีปากสีชมพูอ่อนๆนั้น

 

 

 

ซองมินหลับลงไปได้ซักพักใหญ่ๆแล้ว เมื่อคิบอมกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาใกล้แล้วหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่พลางหอบหายใจแรงๆ

 

 

 

“หายหัวไปไหนมาวะ นานเชี่ย”

“ไปหลอกเด็กอีกรึไง”

คยูฮยอนส่งเสียงถามเพื่อนรักตั้งแต่ที่คิบอมยังเดินเข้ามาไม่ถึงด้วยซ้ำไป ก่อนจะเอ่ยแซวเมื่อเห็นว่าคนที่เพิ่งนั่งลงไม่ยอมเอ่ยตอบ

 

 

 

 

 

 

“เฮ้ย ไม่ตอบงี้ ใช่ชัวร์”

 

 

 

“ยุ่งน่ามึง สนใจเรื่องของตัวเองไปเถอะ”

เสียงทุ้มเอ่ยปัด ก่อนจะพูดย้อนเจ้าเพื่อนปากดีพลางมองเหล่ๆไปทางซองมินที่กำลังหลับสบาย

 

 

 

“เชี่ย แล้วไหนชีทกู”

มือใหญ่แบยื่นออกมาตรงหน้า พร้อมกับเอ่ยถาม

 

 

 

“กูหาไม่เจอว่ะ”

“มึงกลับไปหาที่ห้องเองแล้วกัน”

 

 

 

“เออๆ”

“ซองมินๆ ตื่นได้แล้ว ไอ้คิบอมมันมาแล้ว”

ไหล่แคบสั่นไหวไปตามแรงเขย่าของคยูฮยอน  สองสามครั้ง ก่อนที่ซองมินจะค่อยๆลืมตาขึ้น แล้วยันตัวขึ้นนั่ง

 

 

 

“อ้าว คิบอมมาแล้วหรอ”

“แล้วนมสตรอเบอร์รี่ที่ฝากซื้อล่ะ”

ซองมินเอ่ยถามเพื่อนสนิททั้งๆที่ยังคงขยี้ตาแรงๆ

 

 

 

“ที่ร้านมันหมดน่ะ”

“อ้าวหรอ อืมๆ ไม่เป็นไร”

 

 

 

ทงเฮจะรู้มั้ยนะ ว่าKH คือ คยูฮยอน และที่นมสตรอเบอร์รี่ขวดนั้นยังคงเย็นเฉียบก็เพราะคิบอมเพิ่งจะซื้อมันมาตามคำสั่งของซองมิน ...

 

 

 

 

 

 

 

 

M I l K =-

 

 

 

 

 

 

 

 

ช่วงเวลาของการสอบมิดเทอมในวิชาที่ทงเฮแสนจะโปรดปราน(?)อย่างภาษาอังกฤษได้ผ่านพ้นไปแล้ว และอีทงเฮที่ใช้เวลาเกือบทั้งคืนไปกับการทบทวนบทเรียนและอ่านข้อสอบที่คิบอมให้มาก็ต้องเดินโซเซอย่างไร้เรี่ยวแรงออกจากห้องสอบเมื่อเวลาในการทำข้อสอบหมดลง พร้อมๆกับเพื่อนร่วมรุ่นที่ลงเรียนวิชาตัวเดียวกัน ภาพตรงหน้าช่างดูวุ่นวายและมึนงงสำหรับคนนอนไม่พออย่างทงเฮ ร่างเล็กค่อยๆหย่อนตัวนั่งลงบนม้านั่งตัวยาวที่ตั้งอยู่ริมระเบียงทางเดิน พลางปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งนั้นลงเพื่อพักสายตา

 

 

 

สายลมเย็นๆตรงระเบียงทางเดินที่เปิดโล่ง บวกกับเสียงพูดคุยที่ค่อยๆเงียบลงจนกลายเป็นเงียบสนิทในที่สุดทำให้ทงเฮเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

 

 

“ทงเฮๆ”

เสียงเรียกเบาๆพร้อมแรงเขย่าที่แขนเรียวนั้นทำให้ทงเฮค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้นในที่สุด

 

 

 

“พี่คิบอม?”

 

 

 

“ทำไมมาหลับอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ”

คิบอมนั่งลงข้างๆทงเฮพลางเอ่ยถาม

 

 

 

“เพลียๆน่ะฮะ แล้วพี่มาทำอะไรแถวนี้ ปีสองเรียนตึกนู้นไม่ใช่หรอฮะ”

ใบหน้าหวานขาวซีด ริมฝีปากที่เคยแดงสดในตอนนี้ซีดขาวจนแทบจะกลายเป็นสีขาว ทงเฮฝืนยิ้มพลางเอ่ยถามกลับ

 

 

 

“บังเอิญผ่านมาน่ะ”

“แล้วนี่สอบเสร็จแล้วใช่มั้ย”

“ทำได้รึเปล่า”

คิบอมถามต่อหลังจากที่ทงเฮผลักหน้าตอบรับเบาๆ

 

 

 

“ก็พอได้ฮะ”

คิบอมไม่ได้ตอบอะไรอีก เพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่ร่างสูงจะลุกขึ้นแล้วค่อยๆเดินห่างออกไป

 

 

 

“พี่คิบอม”

คิบอมหันกลับมาตามเสียงเรียกแผ่วเบานั้น ก่อนจะเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

 

 

 

“พี่ช่วยเดินไปส่งผมที่หอได้มั้ยฮะ”

ด้วยอาการเหนื่อยล้าของร่างกายที่ไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ หรือเพราะทงเฮกำลังมึนงงก็ไม่อาจรู้ได้ ที่ทำให้ทงเฮเอ่ยอ้อนวอนรุ่นพี่สุดหล่อคนนี้ด้วยน้ำเสียงออดอ้อนแบบนี้

 

 

 

“ได้สิ”

คิบอมยิ้มกว้าง พลางยื่นมือออกไปตรงหน้าทงเฮที่วางมือเล็กลงไปบนนั้น แล้วขยับตัวลุกขึ้น

 

 

 

จังหวะการก้าวเดินที่ดูจะค่อยๆช้าลงไปเรื่อยๆจนคิบอมสังเกตได้ บวกกับใบหน้าซีดเซียวนั้นทำให้คิบอมอดที่จะเป็นห่วงคนตัวเล็กที่เดินเคียงกันอยู่นี้ไม่ได้ แขนยาวค่อยๆโอบรอบเอวเล็กของทงเฮ แล้วรั้งให้เข้ามาใกล้ๆเพื่อจะได้พยุงร่างกายที่อ่อนล้าของทงเฮ ให้เดินต่อไปได้อย่างปกติ

 

 

 

“ไหวมั้ยเนี่ยเรา”

คิบอมกระชับวงแขนเพื่อพยุงทงเฮให้สะดวกขึ้นพลางเอ่ยถาม

 

 

 

“พี่คิบอมจะอุ้มผมไปส่งมั้ยล่ะฮะ”

คิบอมแทบอยากจะช้อนร่างกายอันไร้เรี่ยวแรงของทงเฮขึ้นมาอุ้มเสียเดี๋ยวนี้ ถ้าหากว่าคนตัวเล็กไม่ส่งเสียงหัวเราะดังๆออกมาเสียก่อนแบบนี้

 

 

 

ผีสาวน้อยขี้อ้อนกำลังเข้าสิงอีทงเฮหรือไงเนี่ย น่ารักเป็นบ้าเลยเหอะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

M I l K =-

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คิบอมเดินมาส่งทงเฮถึงห้องโดยที่ยังไม่ได้ช้อนคนตัวเล็กขี้อ้อนนั่นขึ้นมาอุ้มเสียก่อนในที่สุด ก่อนจะโยนเจ้าเด็กน่ารักให้ลงไปนอนบนเตียงก่อนจะห่มผ้าให้เสร็จสรรพ คิบอมมองไปรอบๆห้องอย่างนึกสงสัยก่อนจะสรุปได้ในที่สุดว่าในตอนนี้มีเพียงแค่คิบอมกับทงเฮในห้อง

 

 

 

“ไอ้ฮยอคแจมันหายไปไหนของมันนะ เย็นป่านนี้แล้ว”

คิบอมเอ่ยขึ้นลอยๆพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา

 

 

 

“มันก็กลับดึกประจำ”

คนที่นอนอยู่บนเตียงเอ่ยบอก

 

 

 

“งั้นพี่อยู่เป็นเพื่อนทงเฮก่อนดีกว่า”

คิบอมวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะตัวเล็กในห้องนั่งเล่น พลางเดินสำรวจไปรอบๆ

 

 

 

ทงเฮค่อยๆผลอยหลับลงไปด้วยความอ่อนเพลีย พร้อมๆกับที่ท้องฟ้าค่อยๆมืดลงอย่างช้าๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

M I l K =-

 

 

 

 

 

 

เปลือกตาบางๆขยับเปิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเข็มสั้นของนาฬิกาชี้ไปที่เลขเก้า รอบตัวมืดสนิทลงไปแล้ว ทงเฮกระพริบตาถี่ๆสองสามครั้งเพื่อปรับให้สามารถมองเห็นสิ่งรอบๆตัวได้ด้วยแสงจันทร์ที่ส่งลอดผ่านหน้าต่างกระจกใสๆเข้ามาภายในห้องนอน

 

 

 

ภาพห้องนอนดูคุ้นตาอย่างที่มันเคยเป็น หากแต่ร่างสูงๆที่นั่งฟุบหลับอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือนั่นทำให้ทงเฮยันตัวลุกขึ้นในทันที ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้

 

 

 

“พี่คิบอม”

“พี่คิบอมฮะ”

คิบอมรู้สึกตัวตื่นขึ้นเมื่อทงเฮเอ่ยเรียกเป็นครั้งที่สอง ใบหน้าแสนน่ารักที่ยื่นเข้าไปเพื่อลอบมองใบหน้าของอีกคนยามนอนหลับนั้นอยู่ใกล้กับใบหน้าคมเสียจนคิบอมหวั่นใจ

 

 

 

ทั้งๆที่รอบๆตัวมืดจนแทบมองอะไรไม่เห็น หากแต่ใบหน้าหวานสวยนั้นกลับชัดเจนเหลือเกินในขณะนี้

 

 

 

“ตื่นแล้วหรอ ทงเฮ”

“หิวรึเปล่า”

 

 

 

“นิดหน่อยฮะ”

ทงเฮขยับตัวออกห่าง พลางนึกขอบคุณที่ในห้องตอนนี้มืดสนิท ไม่อย่างนั้นคิบอมคงได้เห็นหน้าสีแดงจัดของทงเฮแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

น้ำนมสีชมพูอ่อนๆที่อยู่ในถ้วยกระเบื้องสีขาวในตอนนี้มีควันลอยคลุ้งอยู่เหนือผิวหน้า กลิ่มหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนมกลิ่นสตรอเบอร์รี่แสนหอมหวานโชยไปทั่วห้อง ที่ในตอนนี้กลับสว่างจ้าขึ้นอีกครั้งด้วยดวงไฟฟลูออเรสเซนส์

 

 

 

“กินสิ ทงเฮ”

คิบอมเอ่ยบอก หลังจากที่นั่งมองเด็กตัวเล็กที่เอาแต่นั่งมองแก้วน้ำนมสีชมพูที่ประคองค้างไว้ในมือนั้น ไม่ยอมยกขึ้นดื่มเสียที

 

 

 

“แล้วพี่ล่ะฮะ ไม่กินด้วยกันหรอ”

ทงเฮเอ่ยถามหลังจากที่ยกแก้วในมือขึ้นดื่มของเหลวอุ่นร้อนครั้งหนึ่ง

 

 

 

“ดูทงเฮกินก็พอแล้วล่ะ”

 

 

 

ทงเฮไม่ได้เอ่ยตอบอะไร มือเล็กยกแก้วนมขึ้นดื่มอีกครั้ง ปล่อยให้นมรสหอมหวานค่อยๆไหลผ่านลำคอไปอย่างช้าๆ

 

 

 

คิบอมนั่งมองทงเฮค่อยๆดื่มนมร้อนไปทีละนิด พลางนึกขอโทษซองมินอยู่กลายๆ ที่ในที่สุดแล้ว นมสตรอเบอร์รี่ของโปรดที่มันฝากคิบอมซื้อ ต้องมาอยู่ในกระเพาะของน้องทงเฮสุดน่ารักแทน หากแต่ว่า ในความคิดของคิบอม ทงเฮเหมาะกับเจ้านมสีชมพูนี่มากกว่าซองมินเป็นไหนๆ ยิ่วเวลาที่มันเลอะมุมปากทั้งสองข้างแบบนี้แล้วด้วย

 

 

 

ไม่ทันที่จะหักห้ามใจ นิ้วเรียวยาวของคิบอมก็เลื่อนไปเช็ดคราบนมสีอ่อนที่มุมปากทั้งสองข้างของทงเฮเสียแล้ว ดวงตาเรียวสวยของทงเฮเบิกโตขึ้นอย่างตกใจครู่หนึ่ง ก่อนที่จะคว้าเอากระดาษทิชชูที่อยู่ใกล้ๆมือมาเช็ดเสียเอง

 

 

 

“พี่คิบอม”

 

 

 

“หืม”

 

 

 

 

 

 

 

 

“ผมว่าผมก็ชอบนะ”

ผมเริ่มจะชอบแล้วล่ะ”

 

 

 

 

 

คำพูดที่ดูเหมือนจะยากแก่การเข้าใจกลับทำให้คิบอมยิ้มกว้าง ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกลงไปในดวงตาใสใสของทงเฮอย่างไม่ปิดบัง ในที่สุดแล้วคิบอมก็สามารถมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้นได้ตรงๆเสียทีล่ะนะ

 

 

 

 

 

 

 

… The End …

[To be continue in third bottle]

 

ถ้าใครงงกับสองประโยคสุดท้ายที่ทงเฮพูด ขอแนะนำให้ไปอ่านสองประโยคสุดท้ายที่คิบอมพูดในตอนที่แล้วค่ะ ^^

[SF] Fresh Milk

posted on 22 Feb 2009 02:26 by borimaxii  in MilkProject

Fresh Milk

Milk Project

Kibum x Donghae

By borin

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขวดที่หนึ่ง =- นมสด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สายน้ำอุ่นๆที่พุ่งตรงจากฝักบัวอันโตที่ติดไว้บนผนังเหนือศีรษะตกกระทบผิวกายขาวผ่องที่เนียนละเอียด ความอุ่นร้อนของกระแสน้ำบวกกับความแรงของมันที่เจ้าตัวเป็นคนปรับเปิดเสียเองนั้นทำให้เนื้อแท้บอบบางนั้นแปรเปลี่ยนจากสีขาวราวกับน้ำนมกลายเป็นแดงระเรื่อขึ้นทั่วไปเป็นวงกว้าง มือเล็กเรียวค่อยๆลากผ่านเนื้อเนียนลื่นมือตามแขน ขาทั้งสองข้าง ก่อนจะไล้มันไปมาบนลำตัวบอบบาง

 

 

 

อากาศเย็นๆของยามเช้าแบบนี้ ได้อาบน้ำอุ่นๆแล้วมีความสุขที่สุดเลย

 

 

 

คนตัวเล็กที่ยังคงขยับมือที่ถือผ้าขนหนูผืนเล็กๆนั้นไว้เพื่อซับหยดน้ำเล็กที่ติดค้างอยู่บนใบหน้าใสใสให้แห้งสนิท ก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะอเนกประสงค์ตัวขนาดไม่ใหญ่นักตรงกลางห้อง น้ำนมสีขาวขุ่นที่ถูกเทไว้ในแก้วใสครึ่งค่อนแก้วตรงกลางโต๊ะนั้นจะเป็นฝีมือใครอื่นไปไม่ได้นอกจากอีฮยอคแจ รูมเมทหรืออีกนับหนึ่ง อีฮยอคแจก็คือเพื่อนสุดที่รักของทงเฮ ที่ในตอนนี้น่าจะออกไปวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าอย่างที่เจ้าตัวชอบทำ ห้องพักในหอในของมหาวิทยาลัยในตอนนี้จึงมีแค่อีทงเฮที่อยู่ในชุดนักศึกษาเตรียมพร้อมที่จะออกไปเรียนเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

ฮยอคแจที่ชอบบ่นอยู่เสมอๆว่าพักนี้ทงเฮดูโทรมๆไม่ยอมดูแลสุขภาพ และตั้งแต่ได้ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้มาพร้อมๆกัน ทงเฮก็ป่วยบ่อยเสียซะจนเพื่อนรักตั้งแต่มัธยมอย่างฮยอคแจเป็นห่วง จนต้องทำนู่นทำนี่เป็นการบำรุงสุขภาพให้เพื่อนผู้บอบบางอย่างทงเฮราวกับเป็นคุณแม่คนที่สอง

 

 

 

อีกสี่สิบห้านาทีจะถึงเวลาเข้าเรียน ทงเฮประคองแก้วนมที่วางอยู่บนโต๊ะนั้นขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมด ก่อนจะวางแก้วเปล่าเอาไว้บนโต๊ะที่เดิม แล้วหยิบกระเป๋าสะพายใบโปรดขึ้นสะพายบนไหล่แล้วเปิดประตูเดินออกจากห้องไป

 

 

 

 

 

 

 

M I l K =-

 

 

 

 

 

 

 

 

ขาเรียวเล็กภายใต้กางเกงขายาวสีดำสนิทตัวสวยนำพาร่างเล็กๆของทงเฮเดินเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยอันแสนร่มรื่นในที่สุด ด้วยความที่หอที่พักอยู่เป็นหอในของมหาวิทยาลัย จึงใช้เวลาไม่มากในการเดินมายังอาคารเรียนที่อยู่รั้วติดกัน ทงฮเร่งจังหวะการเดินให้เร็วขึ้น เมื่อสายตาที่กำลังทอดมองหากลุ่มเพื่อนสนิทไปตรงบริเวณโต๊ะหินหน้าตึกประจำคณะนั้นพบกลุ่มเป้าหมายในที่สุด

 

 

 

“ฮยอคแจ แกออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ”

ทงเฮตบบ่ารูมเมทแรงๆครั้งหนึ่งแทนการทักทายพร้อมกับหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้หินตรงข้ามเพื่อนรัก ก่อนจะส่งยิ้มกว้างไปให้เพื่อนๆอีกสามสี่คนที่นั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน

 

 

 

“ก็หกโมงกว่าๆ”

 

 

 

“โห ตื่นเร็วขนาดนั้นเชียว?”

 

 

 

“ทำไม ตื่นเร็วแล้วผิดด้วย?”

“แล้วนี่กินนมที่วางไว้ให้บนโต๊ะรึเปล่า”

 

 

 

“กินแล้วๆ ขอบใจนะเว่ย”

ทงเฮส่งยิ้มกว้างตามแบบฉบับไปให้เพื่อนซี้พร้อมกับเอ่ยขอบคุณ ในใจติดจะสงสัยเล็กๆ เมื่อคืนในตู้เย็นมันไม่มีนมซักขวด มันออกไปซื้อตอนหกโมงกว่าๆ? แล้วเอาเข้ามาตอนไหนวะ

 

 

 

“แต่ว่า ฮยอคแจ

ทงเฮเอ่ยเริ่มเพื่อถามสิ่งที่ข้องใจออกไป

 

 

 

“อ้าว พี่คิบอม วันนี้มีเรียนเช้าหรอครับ”

ยังไม่ทันที่อีทงเฮจะเอ่ยถามเพื่อนรักได้จบประโยค เจ้าเพื่อนตัวดีก็มองข้ามหัวทงเฮไผปพลางตะโกนทักทายพี่รหัสสุดหล่อที่เดินผ่านมาพอดิบพอดี

 

 

 

ใบหน้าหล่อคมที่ดูเข้ากับผิวคล้ำตามแบบฉบับของนักกีฬา ดวงตาคมกริบที่เพียงแค่มอง ก็ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหลายละลายลงไปกองได้ในพริบตา ทั้งการเรียนที่เป็นเลิศ แถมยังเป็นนักกีฬาของมหาวิทยาลัยและนักกิจกรรมตัวยง คิมคิบอม พี่รหัสปีสองสุดเพอร์เฟ็คของอีฮยอคแจ

 

 

 

อันที่จริงแล้ว ด้วยกิจกรรมงานนู่นงานนี่ที่ตั้งแต่ได้เข้ามาเป็นเฟรชชี่น้องเล็กของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ที่ยุ่งเสียจนแทบไม่มีเวลาว่าง หรือแม้แต่เวลาทบทวนบทเรียน ทงเฮอดที่จะยอมรับไม่ได้ว่า สองสามเดือนที่ผ่านมานี้ ต้องทนฟังเรื่องราวความเพอร์เฟ็คของพี่คิบอม พี่รหัสของเจ้าเพื่อนซี้แทบทุกวัน โดยที่ยังไม่เคยเห็นหน้า ไอ้ที่ว่าหล่อนักหนา ดีนักหนาเนี่ย ก็ฟังเอาจากไอ้ฮยอคแจมันนี่แหละ

 

 

 

ดวงตาเรียวใสของทงเฮค่อยๆเบนตามสายตาของฮยอคแจ ไปหยุดลงที่ร่างสูงที่หยุดยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโต๊ะที่คนตัวเล็กนั่งอยู่นัก ใบหน้าหล่อคมของคิบอมในตอนนี้เปรอะไปด้วยหยดเหงื่อที่เปียกชื้นลามไปถึงไรผมสีเข้มทำให้ดูดีอย่างเหลือเชื่อ มือใหญ่แบออกตรงหน้าประคองลูกฟุตบอลเขรอะๆที่ช่วยบ่งบอกสาเหตุที่ทำให้ทั้งตัวของรุ่นพี่สุดหล่อคนนี้เปียกโชกไปด้วยเหงื่อได้เป็นอย่างดี คิบอมเลิกคิ้วสูงอย่างเป็นคำถามเมื่อน้องรหัสกวักมือเรียกให้เดินเข้าไปหา ก่อนที่ขายาวๆจะก้าวช้าๆไปตามคำเรียกนั้น

 

 

 

“เย็นนี้พี่ว่างรึเปล่า”

 

 

 

“เย็นนี้หรอ

“ว่างสิ”

คิบอมเงียบไปชั่วครู่พลางทำท่านึก ก่อนจะพยักหน้าแรงๆพลางเอ่ยตอบ

 

 

 

“ติวอิงค์ให้ไอ้ทงเฮมันหน่อยสิ ใกล้สอบมิดเทอมแล้ว”

น้องรหัสบังเกิดเกล้าพูดแกมสั่งพี่รหัสในทันทีที่ได้ยินคำว่าว่าง รอยยิ้มแปลกๆผุดขึ้นที่มุมปากข้างหนึ่งในขณะที่ดวงตาเรียวนั้นรีลงอย่างคนมีแผนการ

 

 

 

คิบอมเบิกตากว้างพลางเบนสายตาจากหน้าน้องรหัสตัวดี ไปมองเพื่อนซี้คนสวยของเข้าน้องรหัส น้องทงเฮคนสวย

 

 

 

“เฮ้ยย ไม่ต้องหรอกครับ เกรงใจพี่เปล่าๆ ไอ้ฮยอคแจมันก็พูดไปเรื่อย”

ทงเฮมองท่าทางตกใจของคิบอมแล้วก็ต้องรีบเอ่ยปฏิเสธพลางโบกมือไปมา

 

 

 

“ไม่เป็นไรหรอก พี่ก็ว่างๆอยู่พอดี”

“งั้นเจอกันร้านนมหลังมอตอนห้าโมงนะ”

คิบอมยิ้มบางๆให้กับทงเฮก่อนจะเบนสายตาไปมองหน้าน้องรหัสครั้งหนึ่ง รุ่นพี่สุดหล่อยักคิ้วให้น้องรหัสครั้งหนึ่ง ก่อนจะเดินกลับออกไปทางเดิม

 

 

“ฮยอคแจ!!!

เสียงหวานๆของทงเฮที่พยายามเก๊กให้มันโหดที่สุดเอ่ยเรียกเพื่อนซี้เสียงดัง ในขณะที่เพื่อนในกลุ่มที่นั่งอยู่ร่วมโต๊ะเดียวกันส่งเสียงหัวเราะคิกคักให้กับไอ้เพื่อนสองคนนี้

 

 

 

“เรียกทำไม”

 

 

 

“ไปรบกวนพี่เค้าทำไม ชั้นไม่ได้ต้องการคนติวมากขนาดนั้นนะเว่ย”

เสียงหวานยังคงตีโพยตีพายตะโกนใส่เจ้าเพื่อนรักที่นั่งทำหน้าลอยหน้าลอยตาไม่รู้เรื่อง

 

 

 

“ก็เห็นแกบ่นๆว่าเรียนอิงค์ไม่รู้เรื่องนี่นา”

“พี่คิบอมเค้าเก่งอังกฤษระดับเทพเชียวนะ”

มาอีกแล้ว ไอ้คำสรรเสริญเยินยอพี่รหัสสุดเพอร์เฟ็คของมัน

 

 

 

“แล้วอีกอย่างเนี่ย

 

 

 

“เออๆ แล้วตอนเย็นมาเรียกด้วยแล้วกัน”

ทงเฮเอ่ยขัดขึ้นแทบจะในทันทีที่ฮยอคแจเริ่มอ้าปากพูด ใบหน้าหวานพยักขึ้นลงๆลวกพลางโบกมือสะบัดไปมาตรงหน้าเพื่อนรักในเชิงให้หยุดพูด ก่อนที่ทงเฮจะคว้าเอากระเป๋าของตัวเองที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นสะพายแล้วออกเดินไปยังตึกเรียน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

M I l K =-

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การเรียนเลคเชอร์วิชาหลักของภาคในวันนี้ดูดพลังงานและวิญญาณออกไปจากร่างของใครหลายๆคน เช่นเดียวกับทงเฮที่ใช้เวลากว่าครึ่งของคาบเรียนไปกับการฟุบหลับ และสะดุ้งตื่นทันทีเมื่อถึงเวลาเลิกเรียน ร่างเล็กๆเก็บของที่มีไม่กี่อย่างบนโต๊ะเล็กๆตรงหน้านั้นลงในกระเป๋าสะพายใบโปรด ก่อนที่จะยกมันขึ้นสะพายพร้อมกับลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง

 

 

 

“ทงเฮนั่นแกจะไปไหนน่ะ”

ฮยอคแจที่เพิ่งจะเริ่มเก็บของหยุดมือที่กำลังจะสอดชีทปึกใหญ่ลงไปในกระเป๋าของตัวเองลงแล้วหันหน้ามาถามเพื่อนซี้ที่กำลังจะเดินออกจากห้องเรียนไป

 

 

 

“กลับหอดิ ง่วงจะแย่แล้ว”

ทงเฮหยุดเดินแล้วหันกลับมาตอบฮยอคแจ ก่อนที่จะทำท่าจะเดินต่อ

 

 

 

“นัดพี่คิบอมไว้ ลืมไปแล้วหรอ”

 

 

 

“เออว่ะ”

“แกก็เก็บของเร็วๆสิ นี่จะห้าโมงอยู่แล้ว”

ทงเฮหันกลับมาจนเต็มตัว พลางกอดอกสั่งเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ

 

 

 

“แกไปก่อนเลยแล้วกัน เดี๋ยวชั้นตามไป”

 

 

 

“ทำไมวะ”

 

 

 

“เหอะน่า รีบไปๆ เดี๋ยวพี่เค้าคอยแย่”

 

 

 

จนแล้วจนรอด สุดท้ายแล้วทงเฮก็ต้องเดินลงบันไดตึกเรียนมาเพียงลำพังจนได้ ใบหน้าสวยหงิกงออย่างไม่พอใจ หากแต่ขาเรียวก็ยังคงก้าวเดินต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

M I l K =-

 

 

 

 

 

 

 

 

สิบห้านาทีถ้วนที่ทงเฮใช้ไปในการเดินเรื่อยเปื่อยไปตามทางเดินฟุทบาทที่ทอดยาวริมถนนไปยังหลังมหาวิทยาลัย ที่เป็นที่ตั้งของสถานบันเทิงทุกรูปแบบ ตั้งแต่ร้านอาหาร ร้านเช่าหนังสือ ไปจนถึงผับบาร์ ในตอนนี้เวลาเพิ่งจะผ่านพ้นสิบเจ็ดนาฬิกามาได้ไม่นาน บรรยากาศก็เลยยังดูเงียบๆไม่คึกคักเท่าช่วงสองสามทุ่ม

 

 

 

ทงเฮก้าวเท้าเร็วๆเพื่อเร่งให้ไปถึงที่หมายให้เร็วที่สุด เมื่อพบว่าล่วงเลยเวลานัดมาพอสมควรแล้ว ร่างบางเลี้ยวผ่านซอกตึกแคบๆ ก่อนจะก้าวเข้าสู่ถนนตรงหน้าตึกแถวที่ตั้งเรียงรายอยู่เป็นแถวยาว

 

 

 

ร้านจำพวกไอศกรีม นมปั่น ที่นักศึกษามักจะเรียกติดปากกันว่าร้านนม ถูกตกแต่งอย่างสดใสให้เข้ากับความหวานและเย็นเฉียบของไอศกรีม โต๊ะเก้าอี้หลากสีสันถูกจัดวางเอาไว้จนเต็มพื้นที่ชั้นล่างของตึกแถวขนาดสองคูหา ในช่วงเย็นๆแบบในตอนนี้ร้านแห่งนี้กลับคึกคักมากกว่าร้านอื่นๆที่อยู่แถบเดียวกัน ทงเฮมองสอดส่ายสายตาเข้าไปภายในตัวร้านทั้งที่ขาทั้งสองยังยืนอยู่นอกร้าน ก่อนที่ดวงตาเรียวสวยทั้งสองข้างนั้นจะเบิกโตขึ้น ทงเฮก้าวเดินเร็วๆตรงไปยังโต๊ะตัวเล็กที่อยู่ชิดผนังด้านหนึ่งเมื่อเห็นร่างสูงๆที่ได้พบเจอเป็นครั้งแรกเมื่อเช้านี้เอง

 

 

 

“ทงเฮ”

คิบอมที่นั่งอ่านหนังสือเล่มหนาอยู่อย่างเพลินๆเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ พลางเรียกชื่อคนตรงหน้าอย่างสดใส

 

 

 

“พี่มานานแล้วหรอครับ”

“พอดีอาจารย์ปล่อยช้า ผมเลยเพิ่งมาถึง”

ทงเฮเอ่ยขอโทษขอโพยก่อนที่จะนั่งลงตรงข้ามคิบอม

 

 

 

“ไม่เป็นไรหรอก พี่ก็เพิ่งมาถึงไม่นานหรอก”

 

 

 

“ฮยอคแจบอกว่าเดี๋ยวซักพักจะตามมานะครับ”

 

 

 

“ไม่ต้องรอมันหรอก”

 

 

 

“เอ๋?”

 

 

 

“ก็มันเพิ่งโทรมาบอกพี่เมื่อกี้ว่าติดธุระด่วน มาติวด้วยไม่ได้น่ะ”

คิบอมเอ่ยบอกพลางส่งยิ้มกว้างๆไปให้รุ่นน้องตัวเล็ก

 

 

 

“อ๋อครับ”

ทงเฮหน้าหงอย พลางนึกกร่นด่าเพื่อนสนิทจอมกะล่อน นึกอยู่แล้วว่ามันจะต้องทำอย่างนี้ ตั้งแต่ให้ทงเฮเดินมาก่อนคนเดียวแล้ว มันมีแผนอะไรของมันอีกนะ

 

 

 

“มาเริ่มกันเถอะ ทงเฮไม่เข้าใจตรงไหนบ้างล่ะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แก้วสีสวยบรรจุเครื่องดื่มเย็นเฉียบสีขาวขุ่นที่วางตั้งอยู่ตรงหน้าเพิ่งจะลดระดับลงไปไม่มากนัก ในขณะที่ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆอย่างช้าๆ หากแต่ก่อนที่ทั้งสองจะทันรู้ตัว ท้องฟ้าภายนอกที่เคยเป็นสีฟ้าสดใสก็ได้มืดสนิทลงไปเสียแล้ว ภายในร้านที่เคยคึกคักจนแทบจะหาโต๊ะว่างไม่ได้ในช่วงเย็นๆ ในตอนนี้กลับเหลืออยู่เพียงไม่กี่โต๊ะที่ถูกจับจอง

 

 

 

คิบอมยังคงพูดเอ่ยอธิบายบทเรียนหลักการที่ทงเฮไม่เข้าใจต่อไป ในขณะที่คนฟังแทบจะเลื้อยลงไปตามแนวพื้นโลกของโต๊ะตัวเล็กเสียแล้ว

 

 

 

“ทงเฮง่วงหรอ”

หลังจากที่เอ่ยถามความเข้าใจแล้วรุ่นน้องคนสวยไม่ยอมตอบ คิบอมจึงเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าแล้วเอ่ยถาม เมื่อเห็นใบหน้าที่ดูเหนื่อยอ่อนบวกกับดวงตาคู่สวยนั่นที่แทบจะปิดปรืออยู่รอมร่อ

 

 

 

“ก็นิดหน่อย”

“เมื่อกี้พี่ถามอะไรนะฮะ”

ทงเฮเอ่ยเสียงอ่อน

 

 

“วันนี้เอาไว้แค่นี้เถอะ พี่ว่าทงเฮจะไม่ไหวแล้วนะ”

“เอาไว้ค่อยมาต่อพรุ่งนี้ก็ได้ ทงเฮสอบเมื่อไหร่น่ะ”

 

 

 

“อาทิตย์หน้าฮะ”

 

 

 

“งั้นป่ะ กลับกันเถอะ”

เสียงทุ้มเอ่ยบอกพลางเก็บชีทสองสามปึกที่ถูกเปิดกางไว้ตรงหน้าเข้าแฟ้ม แล้วยัดมันลงไปในกระเป๋าใบเก่งอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก คิบอมหยิบแก้วน้ำตรงหน้าขึ้นมาดูดอีกครั้ง ก่อนจะวางมันกลับลงไปที่เดิมแล้วลุกขึ้นยืน  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

M I l K =-

 

 

 

 

 

 

 

 

ตั้งแต่วันที่คิบอมเดินไปส่งทงเฮถึงบันไดหอตอนสี่ทุ่มพร้อมกับเอ่ยร่ำลากันนานพักใหญ่ๆจนมาถึงวันนี้แล้ว ก็ยังไม่มีวันไหนที่อีฮยอคแจไม่ได้เห็นหน้าพี่รหัสสุดหล่อ ที่ปกติแล้วเจอกันได้ยากเสียยิ่งกว่าอะไรดี นอกจากเวลาที่พี่แกนึกอยากจะใช้ว่ายวานให้ช่วยงานแล้วล่ะก็นะ

 

 

 

“ทงเฮ พี่เอาชีทข้อสอบเก่ามาให้น่ะ”

“เมื่อคืนเพิ่งคุ้ยเจอ”

กระดาษสี่ห้าแผ่นที่ถืออยู่ในมือถูกยื่นออกมาตรงหน้าคนตัวเล็ก พร้อมกับรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าหล่อคมนั้น ที่หลายๆคนออกความเห็นว่ามันแสนจะหาดูได้ยาก หากแต่ว่าถ้าใครได้เห็นมันแล้วล่ะก็ มีอันจะต้องละลายลงไปเสียตรงนั้น

 

 

 

“อ่า ขอบคุณนะฮะ”

มือเล็กรับเอากระดาษที่ถูกยื่นมานั้นมาถือไว้ พลางอ่านมันอย่างคร่าวๆครั้งหนึ่ง แล้ววางลงบนพื้นโต๊ะใกล้ๆตัว ก่อนจะหันมาส่งยิ้มประกอบคำขอบคุณให้กับเจ้าของเดิม

 

 

 

“พี่เป็นพี่รหัสใครกันแน่เนี่ย”

“เอาชีทไปให้น้องคนอื่นซะงั้น”

เสียงบ่นดังๆอย่างตั้งใจให้ได้ยินทั่วกันของฮยอคแจดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจ ทั้งๆที่ใบหน้าของคนพูดยังคงก้มลงไปมองหนังสือเล่มโตตรงหน้า ไม่ได้วอกแวกเลยซักนิด

 

 

 

“ช่างมันเถอะ อย่าไปสนใจฮยอคแจมันเลยนะ”

“พี่คิบอมนั่งก่อนมั้ยฮะ”

ทงเฮเอ่ยบอกอย่างหมั่นไส้ในท่าทางของเพื่อนรัก ก่อนจะหันกลับมาถามร่างสูงของคิบอมที่ยังคงยืนนิ่งๆอยู่ที่เดิมราวกับกำลังรอใครอยู่

 

 

 

“ก็ดีนะ พี่รอเพื่อนอยู่ ไม่รู้จะมาเมื่อไหร่”

คิบอมเอ่ยตอบพลางหย่อนตัวลงนั่งบนม้านั่งตัวเดียวกับทงเฮ ก่อนจะทำเป็นยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู

 

 

 

“ฮยอคแจ ชั้นอยากกินนมว่ะ”

เสียงของทงเฮที่เอ่ยขึ้นหลังจากปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณโต๊ะม้าหินตัวประจำมาได้พักใหญ่ๆ เกือบๆอาทิตย์แล้ว ที่ไม่มีแก้วนมตอนเช้าวางทิ้งเอาไว้เหมือนกับทุกๆวันในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา

 

 

 

“หึ ติดแล้วล่ะซี่”

“คนซื้อมาฝากคงดีใจตายล่ะ”

ฮยอคแจยักคิ้วพลางเหลือบมองไปทั่วทั้งโต๊ะ

 

 

 

“อ้าว ไม่ใช่ของแกหรอ”

ทงเฮเบิกตาโตอย่างตกใจ พลางร้องถามรูมเมท

 

 

 

“ถามคนที่นั่งข้างๆแกดูสิ”

 

 

 

“เห?”

“พี่หรอฮะ”

ทงเฮหันไปทำหน้าเหวอใส่คนที่นั่งอยู่ข้างๆกันสลับกับฮยอคแจที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

 

 

 

คิบอมไม่ยอมตอบอะไร เพียงแค่ยิ้มกว้างๆส่งไปให้ทงเฮที่เอาแต่จ้องใบหน้าคมนั้นนิ่ง

 

 

 

“เคลียร์กันไปนะ ชั้นไปหาอะไรกินก่อน”

ฮยอคแจเก็บสมบัติของตัวเองลงไปในกระเป๋าอย่างลวกๆก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วโบกมือให้ทั้งสองคน ก่อนจะเดินออกไป

 

 

 

“พี่คิบอม อย่าลืมที่ตกลงกันไว้นะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

M I l K =-

 

 

 

 

 

 

 

 

เงียบ นานสองนานแล้วตั้งแต่ที่ฮยอคแจเดินออกไปทั้งคิบอมและทงเฮก็ต่างฝ่ายต่างเงียบ มีเพียงสายตาแห่งความสงสัยของทงเฮที่ยังคงมองไปยังคิบอมอยู่เป็นระยะ

 

 

 

“พี่เป็นคนฝากนมไปกับฮยอคแจเองล่ะ”

ในที่สุดแล้ว รุ่นพี่คิบอมก็ตัดสินใจเอ่ยปากบอกเล่าขึ้นเสียเอง

 

 

 

“ทำไมล่ะฮะ”

 

 

 

“ทงเฮชอบกินนมมั้ย”

 

 

 

“ชอบ”

ทงเฮที่ดูจะยังงๆตอบพลางพยักหน้าช้าๆสองสามครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อื้มมม พี่ก็ชอบ

ชอบทงเฮ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

…The End…

[To be continue in second bottle…]