[SF] GAZE V
posted on 03 Apr 2009 21:28 by borimaxii in GAZEGaze
Kibum x Donghae
By borin
TEARS VS SMILE*
ดวงตา ใสใสมองเหม่อผ่านหน้าต่างกระจกใสบานโตออกไปยังทิวทัศน์ภายนอกตัวบ้าน เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว ไม้พันธุ์นานาชนิดที่ถูกปลูกเอาไว้รายล้อมตัวบ้านหลังใหญ่จนทำให้บริเวณภาย ในรั้วบ้านนั้นดูร่มรื่นราวกับว่ามันไม่ได้ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมืองเช่น นี้ ภาพที่ทงเฮมองเห็นตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากหมู่บ้านในชนบทที่จากมาเมื่อร่วม เดือนก่อน หากแต่ว่าเมื่อแหงนขึ้นมองมุมสูงขึ้นไปแล้ว ภาพของตึกระฟ้านับสิบที่มองเห็นนั้น ก็บอกกับทงเฮว่านี่คือใจกลางโซล เมืองหลวงของสาธารณรัฐเกาหลีเป็นแน่แท้
เสียงถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าของทงเฮทำเอาพี่ชายอย่างฮีชอลที่มาหยุดยืนมองที่ขอบช่องประตูได้นานสองนานนั้นใจหาย ตั้งแต่พาทงเฮกลับมาบ้านเมื่อเดือนก่อน น้องชายของฮีชอลก็พูดน้อยลง เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องส่วนตัวที่บนชั้นสองแล้วเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างแบบนี้
“ทงเฮ ไม่เปิดแอร์หรอ”
อุณหภูมิในตอนนี้อุ่นร้อนขึ้นมากแล้ว และถ้าหากเป็นเมื่อก่อนถึงทงเฮจะหนาวสักแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้ที่เครื่องปรับอากาศจะได้หยุดทำงานลง เพราะคุณหนูทงเฮจะตั้งอุณหภูมิเอาไว้สูงสุด แทนที่จะปิดมันแล้วเปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติ
“ผมหนาว”
“ผมหนาว … พี่กอดผมหน่อยได้มั้ยฮะ”
ทงเฮเอ่ยบอกพี่ชายที่เพิ่งเดินเข้ามาภายในตัวห้องด้วยเสียงแผ่วเบา แขนเรียวทั้งสองข้างที่โอบกอดหัวเข่าเอาไว้กระชับให้แน่นมากขึ้นไปอีก
ถึงเราจะไม่ใช่พี่น้องกัน แต่พี่ช่วยกอดผมเอาไว้แน่นๆได้ไหม … ในช่วงเวลาที่หัวใจช่างหนาวเหน็บเหลือเกิน
“ได้สิ”
ฮีชอลก้าวยาวๆตรงไปยังเตียงขนาดคิงไซส์ที่มีร่างของน้องชายสุดที่รักนั่งกอดเข่าอยู่ตรงมุมหนึ่ง พี่ชายคนสวยค่อยๆก้าวขึ้นไปบนเตียงนั้น แล้วนั่งลงข้างๆทงเฮ พลางโอบกอดคนตัวเล็กเอาไว้แน่น
คิมทงเฮ คุณหนูคนเล็กแห่งตระกูลคิม หรืออีกนัยหนึ่งก็คืออีทงเฮ เด็กกำพร้าที่ถูกคุณคิมรับมาเลี้ยงดูเป็นลูกตั้งแต่ก่อนที่ทงเฮจะจำความได้เสียด้วยซ้ำ ด้วยหน้าตาที่น่ารักเกินเด็กผู้ชาย และความขี้อ้อน ทำให้ทงเฮเป็นที่รักของคนในบ้าน รวมไปถึงลูกชายแท้ๆของคุณคิมอย่างฮีชอลด้วย ที่รักน้องชายคนนี้ยิ่งกว่าเป็นน้องแท้ๆเสียอีก
เมื่อสองเดือนก่อน ที่ทงเฮได้รับรู้ด้วยความบังเอิญเป็นครั้งแรกในชีวิต ว่าทงเฮไม่ใช่’คิมทงเฮ’ แต่เป็น ’อีทงเฮ’ และนั่นเป็นครั้งแรก ที่คุณหนูทงเฮออกเดินทางไปจากบ้านตามลำพัง …
“คิดถึงหนุ่มรูปหล่อคนนั้นหรอ ตัวเล็ก”
ฮีชอลโยกตัวน้องชายสุดที่รักไปมาราวกับว่ากำลังกล่อมเด็กทารกพลางเอ่ยถามแผ่วเบา
“เปล่านี่ฮะ … ผมแค่หนาว ก็เท่านั้น”
“น่าแปลกนะฮะ ที่ฤดูหนาวกลับอบอุ่นยิ่งกว่าฤดูใบไม้ผลิ”
ทงเฮพูดจบแล้วซุกใบหน้าลงไปกับอกของเจ้าของอ้อมกอดนั้น
ความเปียกชื้นที่ฮีชอลรู้สึกนั้นทำให้จิตใจของพี่ชายอย่างเขารู้สึกเจ็บปวด … ทงเฮร้องไห้อีกแล้ว ถึงแม้จะมองไม่เห็น แต่เจ้าของเหลวอุ่นๆที่ซึมผ่านเสื้อเนื้อบางเข้าไปกระทบผิวกายจนรู้สึกได้ก็ไม่อาจเป็นอย่างอื่นไปได้นอกเสียจากน้ำตา
ไร้ซึ่งแรงสะอื้น หรือเสียงร้องไห้ฟูมฟาย มีเพียงแค่ความเปียกชื้นเท่านั้น ที่ฮีชอลรู้สึกได้ …
G A Z E . . .
“ฮันกยอง ชั้นทนดูน้องเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว”
จากคำพูดเพียงประโยคเดียวของคนรักที่มาเอ่ยปรึกษา ในทันทีหลังจากที่ฮีชอลเดินออกมาจากห้องนอนของทงเฮมาหาฮันกยองที่ยืนรออยู่ตรงหน้าห้องนั้น ทำให้ภายในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมง ทั้งสองคนก็ก้าวเท้าลงจากรถ เหยียบลงไปบนพื้นดินเปรอะฝุ่นของหมู่บ้านแถบชนบทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หิมะ ที่โปรยปรายเป็นม่านบดบังทัศนียภาพในครั้งสุดท้ายหรืออีกนับหนึ่งคือครั้ง แรกที่ฮีชอลได้มาเหยียบลงบนพื้นดินชนบทแห่งนี้ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น อากาศบริสุทธิ์ถูกพัดโชยมาตามกระแสลมแรงๆที่พัดผ่านไม่ขาดสาย ยอดหญ้าที่กำลังผลิแตกงอกออกมาชวนให้รู้สึกสดใส อากาศเย็นๆที่กำลังพอดีไม่มากไม่น้อยจนเกินไปดูจะเข้ากับสีเขียวของยอดหญ้า และสีน้ำตาลเข้มของผืนดินเสียจนไม่อาจเปรียบ คุณหนูตระกูลคิมผู้แสนจะหัวสูงเริ่มคลี่ยิ้มออกมาบางๆที่มุมปากทั้งสองข้าง โดยที่ไม่ทันรู้ตัว
ฮันกยองลอบมองใบหน้าสวยได้รูปของคนรักพลางยิ้มกว้าง มือใหญ่จับกุมมือนุ่มนิ่มของอีกคนเอาไว้แน่น แล้วรั้งให้เริ่มออกเดินตรงเข้าไปในตัวหมู่บ้าน
“ที่นี่ยังกันดารเหมือนเดิมเลยนะ”
ฮีชอลเอ่ยขึ้นลอยๆหลังจากที่ออกเดินมาได้ไม่นานเท่าไหร่
“ไม่เอาน่าฮีชอล ธรรมชาติน่ะ ไม่ได้กันดารหรอกนะ”
เสียงทุ้มที่เอ่ยขัดขึ้นทำให้ฮีชอลหยุดเดินในทันที พลางหันหน้าไปจ้องมองใบหน้าหล่อนั้น แล้วเบิกตาให้โตมากขึ้นไปอีกแสดงอาการไม่พอใจ
“ฮันกยอง!!”
“เด็กเอาแต่ใจ”
ฮันกยองทำเป็นหูทวนลมไม่ใส่ใจกับเสียงเรียกชื่อที่แข็งกร้าวนั้น แล้ววาดแขนยาวๆไปโอบรอบเอวเล็กแล้วรั้งคุณหนูคิมให้ปลิวเข้าสู่อ้อมกอดอย่างที่ไม่ต้องออกแรงมากนัก
“ใครใช้ให้นายมาขัดชั้น ฮะ!!”
ฮีชอลไม่ได้ดิ้น หรือบิดตัวให้หลุดออกจากอ้อมกอดแสนอบอุ่นนั้น มันอบอุ่น และเป็นที่พึ่งพิงได้ดีเสียจนไม่อาจผละหนี หากแต่คิมฮีชอลก็ยังคงเป็นคิมฮีชอล คนตัวเล็กกว่าส่งเสียงบ่นพอเป็นพิธีทั้งๆที่ยืนนิ่งยอมให้ฮันกยองโอบรัดร่างกายเอาไว้แน่น
“ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ รู้มั้ย”
ฮันกยองเอ่ยบอกเบาๆทั้งๆที่ไม่ได้คลายอ้อมกอดนั้นแม้แต่น้อย
“ชั้นก็ไม่ได้อยากน่ารักนี่”
“หรือนายไม่อยากรักชั้นแล้ว”
“คิมฮีชอล”
“ไปร้านคิบอมกัน”
น้ำเสียงของฮันกยองที่เคยอ่อนโยนดูเหมือนว่ามันจะเปลี่ยนไป เสียงที่แข็งกร้าวและมีพลังนั้นบังคับให้ฮีชอลต้องพยักหน้ารับคำ แล้วค่อยๆเดินตามแรงจูงของคนรักที่เกาะเกี่ยวนิ้วเอาไว้ระหว่างร่องนิ้วแน่น
อาจจะเป็นเรื่องจริงที่ว่า ความกันดารของหมู่บ้านแห่งนี้ รวมไปถึงตัวร้านหนังสือเก่าคราคร่ำนั้นไม่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ในความทรงจำของคิมฮีชอลเลยแม้แต่น้อย คนสวยถึงได้เอาแต่เอ่ยถามคนรักอย่างฮันกยองครั้งแล้วครั้งเล่าไม่หยุดปากแบบนี้
“ทำไมมันไกลจังล่ะ ฮันกยอง”
“ชั้นจำได้ว่ามันอยู่แถวๆนี้นี่”
“ร้านหนังสืออยู่ห่างจากตรงนี้สี่ช่วงตึก”
“สมองนายไม่ได้ใช้จำอะไรนอกเหนือจากชื่อยี่ห้อเสื้อผ้าหรือรองเท้าเลยหรือไงน่ะ”
ฮันกยองหันไปมองคนรักที่เดินอยู่ข้างกายอย่างแปลกใจกึ่งๆเอือมระอา ก่อนที่จะเอ่ยถามในเชิงประชด
“ก็ชั้นไม่ได้คิดว่าจะต้องมาเหยียบที่นี่อีกน่ะสิ”
“ถ้าไม่ใช่เพราะตัวเล็ก ชั้นก็ไม่มาหรอก”
และมันคงจะเป็นความจริงที่ว่าพี่ชายอย่างคิมฮีชอลรักน้องชายตัวเล็กอย่างอีทงเฮมากกว่าสิ่งใดในโลกนี้ …
ทั้งสองคนเลี้ยวผ่านช่องตรงมุมตึกแถวที่หยุดยืนเมื่อครู่ผ่านออกมายังถนนเส้นที่ดูคุ้นตา ทางรถไฟที่อยู่ห่างออกไปบอกทั้งคู่ว่าเดินทางมาใกล้ถึงจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจเอาไว้มากแล้ว ตึกแถวที่ตั้งเรียงรายยังคงมองดูเงียบและร้างเหมือนกับครั้งแรกที่ได้มาพบเจอไม่ผิดเพี้ยน
ฮีชอลหยุดเดิน พลางจ้องมองไปยังร้านค้าห้องที่อยู่ไกลออกไปมากที่สุด หน้าต่างบานโตตรงหน้าร้านใสสะอาดเผยให้เห็นชั้นวางหนังสือที่มีหนังสือจัดวางเรียงรายอยู่บนนั้นจนเต็มแน่น เจ้าของร้านยังหนุ่มคงจะกำลังยุ่งน่าดู ถึงได้เดินไปเดินมาหยิบนู่นหยิบนี่ให้วุ่นมือเช่นนั้น
คนที่มัวแต่ทำงานยุ่งแบบนี้ จะรู้มั้ยนะ ว่ามีใครบางคนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ … เพราะมัวแต่คิดถึง จากที่ที่อยู่ห่างไกลออกไป
G A Z E . . .
“พี่ฮีชอลล่ะฮะ”
อีทงเฮที่นั่งท้าวคางนิ่งๆอยู่ที่ขอบหน้าต่างบานเดิมปรายสายตามองไปยังผู้ที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบเมื่อผู้ที่เข้ามาใหม่นั้นเป็นแม่บ้านคนเก่าคนแก่ ไม่ใช่คิมฮีชอลอย่างที่ควรจะเป็น
“ป้าไม่ทราบค่ะ”
ผู้สูงวัยกล่าวตอบด้วยเสียงเบาๆอย่างกลัวเกรง
“วางไว้ตรงนั้น แล้วออกไปได้แล้วล่ะ”
ผู้เข้ามาใหม่แปลกใจกับคำพูดนั้น ดวงตาเบิกกว้างขึ้นในยามที่มันจ้องมองไปยังใบหน้าหวานๆของคุณหนูคนเล็ก
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูทงเฮกันแน่นะ นอกเสียจากจะไม่โวยวายแล้วยังดูซึมกระทืออย่างน่าเป็นห่วง น่าเป็นห่วงเสียยิ่งกว่าตอนที่อาละวาดใส่คนในบ้านเป็นว่าเล่นเสียอีก คนมีอายุได้แต่นึกสงสัยในใจ ก่อนที่จะพยักหน้ารับคำ วางถาดอาหารกลางวันไว้บนโต๊ะตัวเล็กที่อยู่ใกล้ๆเตียงนอน แล้วเดินออกจากห้องไป
หยาดน้ำกลมๆค่อยๆกลิ้งลงมาผ่านหน้าดวงตาคู่ใสแล้วหยุดคลอหน่วงอยู่ภายในเบ้าตา ทงเฮไม่คิดที่จะปาดมันทิ้งไป หากแต่ปล่อยให้หยาดน้ำตาร้อนๆค่อยๆสะสมตัวจนกลายเป็นหยดใหญ่ แล้วไหลรินลงมาตามแนวแก้มใสใส
คิมคิบอม ชั้นคิดถึงนาย … พี่ฮีชอล ผมต้องการอ้อมกอดของพี่
แขนเรียวๆกอดกระชับเข่าทั้งสองข้างเอาไว้แน่น ทงเฮขดตัวนั่งกอดตัวเองอยู่บนเตียงกว้างนั้น พลางปล่อยให้หยดน้ำตาไหลรินไปเรื่อยๆ
… ตึก … ตึก … ตึก … ตึก …
เสียงจังหวะการก้าวเดินหนักๆดังขึ้นใกล้เข้ามาในทุกขณะ ก่อนที่มันจะหยุดลงพร้อมๆกับแรงกดบนพื้นเตียงข้างๆตัว
“ผมขออยู่คนเดียวนะฮะ ป้ามียอน”
ทงเฮยังคงนั่งนิ่งๆในขณะที่เอ่ยพูด โดยที่ไม่ได้แม้แต่หันมามองผู้มาใหม่
“เห็นทีจะไม่ได้ล่ะนะ ที่รัก”
เสียงแสนจะคุ้นหูที่ทุ้มห้าวเกินกว่าที่จะเป็นเสียงของป้ามียอน แม่บ้านคนเก่าคนแก่ของบ้านตระกูลคิมทำให้ทงเฮหันกลับมามองใบหน้าคนมาใหม่นั้นในทันที ก่อนที่ดวงตากลมใสนั้นจะเบิกโตขึ้นตามอาการตกใจ
“นาย!! มาที่นี่ทำไม”
คนตัวเล็กขยับถอยกรูดไปยังอีกฟากฝั่งของเตียงขนาดคิงไซส์เพื่อหนีห่างจากคนตัวสูงตรงหน้าให้มากที่สุด
“ทำไมที่รักพูดแบบนี้กับผมล่ะ”
“…คิมทงเฮ”
ใบหน้าหล่อที่ส่งยิ้มให้กับทงเฮเมื่อครู่นั้นกลับเผยรอยยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์ที่มุมปากทั้งาสองข้าง ก่อนที่มันจะหายไปพร้อมกับที่สายตาคมกริบแสนน่ากลัวจะจ้องมองไปยังคนตัวเล็กอย่างไม่วางตา
โจคยูฮยอน … อดีตคนรักของทงเฮ
“นายไม่มีสิทธิ์เรียกชื่อนั้น แล้วก็เลิกเรียกชั้นแบบนั้นได้แล้ว”
“อีทงเฮ … ชั้นชื่ออีทงเฮ ช่วยจำเอาไว้ด้วยนะ”
ทงเฮละแขนที่กอดเข่าอยู่นั้นทิ้งดิ่งลงข้างๆตัว พลางเอ่ยบอกอีกคนที่นั่งอยู่บนเตียงเดียวกันนั้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“โถ่ ไม่เอาน่า ทงเฮ”
คนตัวใหญ่กว่าขยับตัวเข้าใกล้ร่างบอบบางแล้วรั้งเอาคนที่กำลังตัวสั่นเข้าสู่อ้อมกอด
“ปล่อยนะ”
ทงเฮดิ้นเต็มแรง พลางบิดตัวไปมาให้หลุดพ้นออกจากอ้อมกอดนั้น
“ทงเฮ ทำไมทำแบบนี้กับผม”
อ้อมกอดนั้นไม่ได้คลายลง หากแต่ในตอนนี้ ทงเฮกลับหยุดดิ้นหลังจากที่คยูฮยอนเอ่ยพูดจนจบประโยคนั้น แววตาจริงจังที่จ้อมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยของทงเฮทำให้คนตัวเล็กจำต้องมองสบเข้ากับมันอย่างช่วยไม่ได้ แล้วปล่อยตัวให้อยู่ในอ้อมกอดแข็งแกร่งนั้นนิ่งๆ
“นายมันเจ้าชู้ คยูฮยอน”
“ชั้นขอโทษนะ แต่ระหว่างเรามันจบลงไปแล้วล่ะ”
สิ้นคำนั้น วงแขนทั้งสองข้างที่โอบกอดเอวเล็กๆเอาไว้นั้นก็ค่อยๆคลายออก แล้วทิ้งดิ่งลงสู่ข้างลำตัวของเจ้าของ
G A Z E . . .
ไอ ร้อนๆพวงพุ่งขึ้นมาเหนือผิวหน้าเครื่องดื่มสีน้ำตาลเข้มบ่งบอกความอุ่นร้อน ของกาแฟภายในแก้วกระเบื้องสีอ่อนนั้นที่ขัดกับอุณหภูมิอากาศที่เย็นกำลัง สบายในขณะนี้ คิบอมลอบจ้องมองไปยังของเหลวภายในแก้วตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้น มองสบไปยังดวงตากลมโตของฮีชอลที่จ้องมองมาอย่างไม่ละสายตา
“ผมขอโทษ แต่ผมคงจะทำตามคำขอของคุณไม่ได้”
คิบอมเอ่ยตอบ ก่อนจะก้มหน้าลงแสดงอาการขอโทษประกอบคำพูด
“ทำไมล่ะ นายไม่ได้รักน้องชายชั้นหรอ”
“หรือแค่ทงเฮฝ่ายเดียว ที่รักนาย…”
“ผมรักทงเฮ!! ผมรักทงเฮไม่น้อยไปกว่ากันหรอกครับ”
ไม่ทันที่ฮีชอลจะได้เอ่ยจนจบประโยค คิบอมก็เอ่ยขัดขึ้นด้วยเสียงแข็งกร้าว ร่างหนาผุดลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง ดวงตาคมคู่นั้นมองจ้องไปยังฮีชอลที ฮันกยองทีแสดงความมุ่งมั่นที่ฉายนั้นให้อีกฝ่ายได้รับรู้
“คนเรามีเหตุผลที่ต่างกันไปนะครับ”
“ผมขอโทษจริงๆ”
คิบอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงไปกว่าครึ่ง พลางโค้งตัวลงให้กับคนที่อายุมากกว่าทั้งสองคนอย่างสุภาพ
ฮีชอลไม่ได้เอ่ยตอบอะไร หากแต่ยกแก้วกาแฟตรงหน้นั้นขึ้นจิบอึกหนึ่งอย่างไม่รีบร้อน แล้วจับจูงมือใหญ่ของฮันกยองที่นั่งอยู่ข้างนั้นให้ลุกขึ้น แล้วเดินกลับออกไปทางประตูหน้าร้าน ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆแม้แต่น้อย
G A Z E . . .
“พี่หายไปไหนมาทั้งวันน่ะฮะ”
แว่น สีชาอันโตถูกถอดออกจากดวงตาคู่สวย ก่อนที่มันจะถูกถือไว้อย่างลวกๆในมือเล็กข้างหนึ่ง ดวงตาใสใสหากแต่บวมแดงที่ถูกเผยขึ้นหลังจากถอดสิ่งกีดขวางออกไปนั้นจ้องมอง ไปยังพี่ชายที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาตัวนุ่มในห้องนั่งเล่น
“ทงเฮ…”
“ออกไปไหนมา”
พี่ ชายคนสวยลุกขึ้นจากโซฟาตัวนุ่มที่นั่งอยู่แล้วก้าวเร็วๆตรงไปยังช่องประตู ตรงหน้าบ้านที่ทงเฮหยุดยืนเปลี่ยนรองเท้าบู๊ตคู่โปรดที่ใส่อยู่เป็นสลิ ปเปอร์แทน
“ไปช้อปปิ้ง อยู่บ้านเบื่อๆ”
ทงเฮยกถุงกระดาษสี่ห้าใบที่ถือรวมเอาไว้ในมือนั้นให้ฮีชอลดู ก่อนจะค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปในตัวบ้าน
“ทงเฮ … คือว่า”
“…คิบอม คิบอมเค้าไม่ยอมมากับพี่”
ฮีชอลเอ่ยบอกด้วยเสียงแผ่วเบา ใบหน้าสวยนั้นก้มลงมองพื้น ก่อนที่จะรีบเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงของตกลงกระแทกกับพื้น
“ทงเฮ เป็นอะไรรึเปล่า”
ฮีชอลปราดเข้าไปหาน้องชายตัวเล็กพลางจับไหล่ทั้งสองข้างพลิกไปมาดูความผิดปกติ
“เปล่าฮะ ผมไม่ได้เป็นอะไร”
“แค่จู่ๆมือมันก็ไม่มีแรง คงถือของหนักเกินไป”
ทงเฮเอ่ยตอบพลางบิดตัวออกจากการเกาะกุมของพี่ชายแล้วก้มลงเก็บถุงกระดาษที่หลุดออกจากมือลงไปกระแทกพื้นเมื่อครู่ขึ้นมาถือใหม่ ก่อนจะส่งยิ้มกว้างไปให้พี่ชายสุดที่รัก
“คิมทงเฮ…”
ฮีชอลเอ่ยครางชื่อน้องชายแผ่วเบา แววตาโศกเศร้าที่ฉายขึ้นเพียงแค่ชั่วครู่นั้น ไม่แปลกเลย ที่ฮีชอลซึ่งจ้องมองดวงตาคู่สวยของทงเฮอย่างไม่วางตาอยู่นั้นจะมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน ทั้งบวมแดง ทั้งโศกเศร้า …
“อีทงเฮ ผมชื่ออีทงเฮ”
“ไม่เอาน่า ตัวเล็ก”
“ยังไงซะ ทงเฮก็ยังเป็นทงเฮ น้องชายสุดที่รักของพี่เสมอนะ เข้าใจมั้ย”
ฮีชอลก้าวเร็วๆเพียงแค่ไม่กี่ก้าวก็เข้าไปประชิดตัวน้องชายสุดที่รัก ก่อนจะรั้งเอวเล็กๆนั้นให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอด แล้วกอดรัดทงเฮเอาไว้แน่น มือบางๆไล้ไปบนแผ่นหลังอย่างปลอบโยน
“แต่ผมไม่ใช่ …”
“ทงเฮ!!! เงียบซะ”
ฮีชอลตะคอกเสียงดังเพื่อให้น้องชายตัวเล็กเงียบเสียง ก่อนที่จะลูบกลุ่มผมนุ่มๆนั้นไปมา
“พี่ฮีชอล ผมคิดถึงเค้า”
“จะทำยังไงดี ผมคิดถึงเค้า”
แรงสะอื้นสุดตัวบวกกับความเปียกชื้นที่ซึมผ่านเสื้อผ้าที่สวมใส่มาสัมผัสผิวกายนั้นบ่งบอกว่าทงเฮกำลังร้องไห้ พี่ชายผู้รักน้องยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดทำได้เพียงแค่กระชับกอดร่างเล็กๆนั้นเอาไว้แน่น แล้วลูบไปมาบนแผ่นหลังเบาๆ
“ไม่เอาน่าทงเฮ”
ฮีชอลขยับตัวออกห่างจากทงเฮแล้วไล้ปลายนิ้วไปเช็ดคราบน้ำตาชื้นๆออกจากขอบตาที่แดงก่ำ
ไร้ซึ่งคำพูดใดใด สายใยเส้นบางๆที่เชื่อมต่อระหว่างพี่ชายและน้องชายต่างสายเลือดช่างแน่นหนา ความผูกพันที่หนาไม่มากไปกว่าเส้นด้ายกลับตัดกันไม่ขาด และไม่ต้องมีคำพูดสื่อสารใดใดระหว่างกันอีก มีเพียงสัมผัส อ้อมกอดอบอุ่นที่ส่งผ่านไปถึงกัน … ก็เพียงพอแล้ว
G A Z E . . .
คิมคิบอมยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ตั้งแต่ฮีชอลและฮันกยองเดินก้าวเร็วๆออกจากร้านหนังสือไปโดยที่ไม่ได้หันกลับมามองอีกเลย ถ้วยกาแฟสามใบที่ตั้งอยู่ตรงหน้าไม่มีควันพวยพุ่งบ่งบอกถึงอุณหภูมิความร้อนของของเหลวสีเข้มที่บรรจุอยู่ภายในดังเช่นเมื่อชั่วโมงก่อน คิบอมทอดสายตามองไปยังภาพรอบๆตัว เนิ่นนาน ราวกับว่าจะต้องการเก็บภาพความทรงจำต่างๆทั้งหมดเอาไว้ ก่อนที่จะหยุดนิ่ง นิ่งและนิ่ง
“ขอบคุณมากครับ ผมฝากด้วยนะฮะ”
คิมคิบอมโค้งตัวลงแสดงความขอบคุณอย่างสูง ก่อนที่จะกระชับกระเป๋าเป้ใบโปรดที่สะพายไว้บนไหล่ข้างหนึ่งให้เข้าที่ ก่อนจะค่อยๆหันหลังเดินจากไป …
G A Z E . . .
“ชั้นให้เวลานายสิบห้านาที มาหาชั้นที่บ้าน”
ทงเฮกดตัดสายไปบนปุ่มสีแดงบนเครื่องมือสื่อสารรุ่นล่าสุดที่เพิ่งจะซื้อมาเมื่อวันก่อน ก่อนที่จะโยนมันลงไปบนเบาะโซฟาข้างๆตัวอย่างไม่ใส่ใจนัก
สายตาหวานเฉียบบรรจบลงที่หน้ากระดาษอาบมันของนิตยสารแฟชั่นเล่มโปรดที่เปิดค้างอยู่บนตัก ทงเฮกวาดตามองรูปถ่ายโฆษณาเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ในซีซั่นนี้ครั้งหนึ่ง ก่อนจะกรีดนิ้วพลิกเปิดเปลี่ยนหน้ากระดาษไปอย่างไม่รีบเร่งนัก
สายลมที่พัดเอื่อยๆผ่านหน้าต่างบานโต กับช่องประตูที่ถูกเปิดกว้างเอาไว้พัดโชยเอาอากาศเย็นๆเข้ามาภายในตัวบ้านหลังใหญ่ ทำให้ภายในตัวบ้านไม่ถึงกับอับลมหรือร้อนเกินไป
“คุณหนูคะ … ผ้าพันคอที่ให้ไปหยิบมาค่ะ”
“ขอบคุณฮะ”
ทงเฮรับเอาผ้าพันคอผืนหนาที่ถูกหยิบยื่นมาตรงหน้านั้นมาถือไว้ ก่อนจะบรรจงพันมันรอบลำคอระหงเพื่อคลายความหนาวจากลมแรงๆในวันนี้
“มาเร็วดีนี่”
คุณหนูคนเล็กเอ่ยขึ้นอย่างลอยๆหลังจากกระชับผ้าพันคอบนลำคอจนเสร็จเรียบร้อย
“สิบสี่นาที”
“เร่งให้มาเร็วขนาดนี้อยากได้อะไรครับ คุณหนู”
ร่างสูงโปร่งของโจคยูฮยอนยังคงหอบถี่ๆจากอาการรีบเร่งในขณะที่เอ่ยถามคุณหนูคนสวยที่นั่งสบายๆอยู่บนโซฟา ไม่ได้มีท่าทีรีบร้อนอะไร
“ชั้นอยากช้อปปิ้ง”
“ไปช่วยถือของหน่อย”
ทงเฮหยิบกระเป๋าที่วางอยู่ข้างตัวมาถือไว้ แล้วลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง ก่อนจะก้าวเร็วๆผ่านคยูฮยอนออกไปทางประตูบานกว้างตรงหน้าบ้าน
“ทงเฮ ทงเฮใจอ่อนแล้วใช่มั้ย”
คยูฮยอนรีบก้าวเร็วตามคนตัวเล็กออกไปทางหน้าบ้านพลางเอ่ยถามไม่หยุดปาก
“ไปช่วยถือของน่ะ เข้าใจมั้ย”
ทงเฮเอ่ยตอบเสียงเรียบ ก่อนที่จะนั่งลงบนเบาะรถยนต์คันหรูตรงที่นั่งด้านหลังแล้วปิดประตูใส่หน้าร่างโปร่งที่เดินตามมาติดๆ
“นี่ มองอะไรอยู่น่ะ เอาไปถือสิ”
ทงเฮมองตามสายตาอดีตคนรักไปจบลงที่กลุ่มเด็กสาวที่ดูแล้วไม่น่าจะเกินวัยมัธยมต้น หรืออย่างมากก็มัธยมปลาย แต่ช่างแต่งตัวล่อแหลมเกินวัย แล้วมันก็คงไม่รอดพ้นสายตาหมาป่าสุดเจ้าชู้อย่างคยูฮยอนไปได้แน่ๆ
ทงเฮหยุดยืนมองก่อนจะส่งถุงกระดาษอีกสามใบไปให้ร่างสูงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวตรงหน้าร้าน … ก็เป้นเสียอย่างนี้ล่ะนะ โจคยูฮยอน ใครเค้าจะไปทนนายได้กันล่ะ
“ผมเปล่ามองนะ ทงเฮ ผมเลิกเจ้าชู้แล้วจริงๆ”
คยูฮยอนรับเอาถุงจากมือทงเฮมาถือรวมกับถุงกระดาษอีกหลายใบ พร้อมกับเอ่ยแก้ตัวอย่างรุกรี้รุกลน
“มันก็เรื่องของนายนี่”
“ลุกขึ้นได้แล้ว”
“โถ่ทงเฮ ยังจะซื้ออีกหรอ”
“แล้วทำไม”
“ชั้นจะซื้ออีกแล้วนายจะทำไม”
สิ้นคำนั้นของทงเฮ คยูฮยอนก็ทำได้เพียงแค่ยักไหล่แรงๆครึ่งหนึ่ง แล้วออกเดินตามทงเฮคนสวยเข้าออกร้านนู้นร้านนี้ต่ออย่างไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกเหนื่อย หรือมีอาการเมื่อยล้าแต่อย่างใด
รองเท้า หนังมันปลาบที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าในขณะที่ทงเฮกำลังนั่งลองรองเท้าแบรนด์หรู ภายในตัวร้านนั้นทำให้คนสวยจำต้องช้อนสายตาขึ้นมองอย่างช่วยไม่ได้ ทงเฮไล่มองตั้งแต่รองเท้าหนังสีดำขัดจนขึ้นเงา กางเกงตัวสวยที่ดูเข้ากับรูปร่างของผู้สวมใส่อย่างพอเหมาะพอดี เสื้อเชิร์ตสีดำสนิทที่ปลดกระดุมด้านบนออกสองสามเม็ด จนมาหยุดลงที่ใบหน้าหล่อคมที่แสนจะคุ้นเคย
“คยูฮยอน ไปกันเถอะ ชั้นไม่เอาแล้ว”
ร่างบอบบางลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงแล้วเดินเบี่ยงตัวผ่านร่างสูงที่ยืนขวางอยู่ตรงหน้าไปหาคยูฮยอนที่ยืนรออยู่ห่างออกไป
“อ้าว ทำไมล่ะ ทงเฮชอบไม่ใช่หรอ”
ร่างโปร่งเอ่ยถามอย่างแปลกใจ … ก็เมื่อกี้คนสวยแทบจะวิ่งรี่เข้าไปในร้าน เพราะรองเท้าคู่ที่สวยถูกใจ
“อืม ชอบ แต่ไม่มีอารมณ์ซื้อแล้ว กลับบ้านกันเถอะ”
มือเล็กคว้าเอาข้อมือแกร่งของอดีตคนรักมาจับไว้ แล้วออกแรงรั้งให้คนตัวสูงกว่าเริ่มออกเดิน โดยที่ไม่ได้หันกลับไปมองอีกคนที่เป็นต้นเหตุให้ต้องเดินออกมาจากร้านแบบนี้เลยแม้แต่น้อย
“อีทงเฮ!!”
เสียงทุ้มที่เอ่ยเรียกด้วยเสียงไม่เบานักจากทางด้านหลังทำให้ทั้งคยูฮยอนและทงเฮหยุดเดินในทันที
ทงเฮนิ่งเฉย ในขณะที่คยูฮยอนหันกลับไปมองผู้ที่เอ่ยเรียกคนตัวเล็กนั้นครั้งหนึ่ง ก่อนจะมองหน้าร่างสูงนั้นที มองหน้าทงเฮทีอย่างไม่เข้าใจ
“อีทงเฮ”
เสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาในทุกขณะพร้อมกับเสียงเรียกซ้ำนั้นทำให้ทงเฮเหลือกตาโตขึ้น
“โจคยูฮยอน จะไปมั้ย ถ้าไม่ไปชั้นจะกลับคนเดียวแล้วนะ”
ไม่ทันสิ้นเสียง เมื่อทงเฮเอ่ยบอกจบประโยค อุ้งมืออุ่นๆก็รวบเอาข้อมือเล็กๆของทงเฮเอาไว้แน่น แล้วจับจูงให้เริ่มออกเดินอย่างรีบเร่ง
แผ่นหลังที่ดูบอบบางของคนที่คุ้นเคย กำลังค่อยๆห่างไกลออกไปในทุกขณะ พร้อมๆกับแผ่นหลังกว้างๆของอีกคนที่คิบอมไม่รู้จัก อาจจะทำได้แค่นี้ ยืนมองคนสองคนเดินจากออกไป …
เท้าทั้งสองดูหนักกว่าที่เคยเป็น - คิบอมก้าวเท้าไม่ออก
มือทั้งสองข้างที่ยกขึ้นในระดับไหล่เพื่อเรียกคนที่รักสุดหัวใจถูกยกค้างเอาไว้อย่างนั้น - คิบอมขยับไม่ได้
เท่าที่ทำได้ในตอนนี้คือหยุดนิ่ง … และจ้องมองทงเฮเดินจากออกไป
G A Z E . . .
เสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มเมื่อครู่เงียบเสียงลงไปได้ซักพักแล้ว ก่อนที่ทงเฮจะก้าวเท้าหนักๆเข้ามาในตัวบ้าน ตามมาด้วยคยูฮยอนที่ถือถุงกระดาษพะรุงพลังตามมา
“อ้าวทงเฮ ทำไมกลับมากับคยูฮยอนล่ะ”
ฮีชอลที่นั่งกดเปลี่ยนช่องรายการโทรทัศน์อันแสนน่าเบื่อไปมาภายในห้องนั่งเล่นผุดลุกขึ้น ก่อนจะเดินเร็วๆตรงมาหาน้องชายและอดีตคนรักของทงเฮ
“ก็ออกไปด้วยกัน จะให้กลับมากับใครล่ะฮะ”
ทงเฮขมวดคิ้วเป็นเชิงสงสัยในขณะที่ถามกลับพี่ชายคนสวย
“เปล่าๆ พี่ลืม”
“ทำไมวันนี้กลับเร็วจัง ไหนดูซิ ได้อะไรมาบ้าง”
“วันนี้พี่ฮันกยองไม่มาหรอฮะ”
ทงเฮไม่ตอบ หากแต่เอ่ยถามเปลี่ยนเรื่อง
“ทงเฮ…”
ฮีชอลครางชื่อน้องชายเสียงอ่อน พลางลูบกลุ่มผมนุ่มๆของน้องชายตัวเล็กอย่างอ่อนโยน
“ผมไม่ได้เป็นอะไร พี่อย่ามาใช้เสียงแบบนี้นะฮะ”
สิ้นคำนั้น ทงเฮก็กระตุกมือใหญ่ๆของคยูฮยอนให้คนตัวสูงกว่าเริ่มออกเดิน แล้วก้าวหนักๆตามกันขึ้นไปบนชั้นสองของตัวบ้าน
G A Z E . . .
แสง แดดของเช้าวันใหม่ที่สว่างจ้าขึ้นโดยที่ทงเฮยังไม่ทันรู้สึกตัวนั้น ทำให้คนที่นั่งกอดเข่าซุกใบหน้าลงกับหัวเข่าทั้งสองข้างนั้นเงยหน้าขึ้นมา รับแสงแดดแรกของวัน แสงแดดสว่างจ้าคงจะเป็นสิ่งต้อนรับเข้าสู่วันใหม่อันแสนอบอุ่นสำหรับใคร หลายๆคน หากแต่สำหรับทงเฮที่ยังไม่ได้หลับลงเลยแม้ซักนาทีกลับทำให้รู้สึกหดหู่มาก ขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว
เสียงนกร้อง เสียงคนพูดคุยกันในยามเช้าทำให้ทงเฮเริ่มขยับตัว ยังคงอยู่ในชุดชุดเดิม และแทบจะไม่ได้ขยับตัวลุกไปไหนเลยด้วยซ้ำ ตั้งแต่ไล่คยูฮยอนกลับไปเมื่อเย็นวาน
น้ำสี น้ำตาลเข้มเกือบดำที่ร้อนจัดจนทำให้ควันสีขาวขุ่นพวยพุ่งออกมาในทุกทิศทุก ทางค่อยๆไหลลงจากต้นกำเนิดลงไปสู่แก้วใสใสที่ตั้งรองรับเอาไว้เบื้องล่าง กาแฟหอมกรุ่นไหลลงไปรวมตัวกันในภาชนะแก้วใส ก่อนที่มันจะถูกเทลงไปรวมกับส่วนผสมอื่นๆเกิดเป็นกาแฟรสเลิศที่ทั้งหอมกรุ่น และหอมหวานชวนดื่ม
กริ๊ง
เสียงกระดิ่งหน้าร้านที่ดังขึ้นทำให้เจ้าของร้านอย่างทงเฮเงยหน้าขึ้นจากการชงกาแฟที่กำลังขมักเขม้นทำอยู่ แล้วหันไปมองผู้มาใหม่ที่มาเยี่ยมเยียนตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้
“มาทำอะไรที่นี่”
คำถามที่ถูกเอื้อนเอ่ยไม่ใช่ของทงเฮ หากแต่เป็นของผู้มาใหม่ที่เอ่ยถามพร้อมกับก้าวเร็วๆมาหยุดยืนตรงหน้าเคาน์เตอร์ที่มีคนตัวเล็กยืนอยู่
“ก็ร้านของเรา ทำไมจะมาไม่ได้”
“ทงเฮ ร้านกาแฟน่าจะมีหนังสือบ้างนะ”
ผู้มาใหม่เอ่ยบอก พลางลอบมองไปรอบๆตัว
“ไม่เห็นเกี่ยว”
ทงเฮ ตอบทั้งที่ยังคงไม่เข้าใจในประโยคแนะนำของอีกฝ่าย ก่อนที่ร่างบอบบางในชุดผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลที่คาดทับเสื้อเชิร์ตสีขาว กางเกงสีดำตัวสวยเอาไว้นั้นจะเดินเร็วๆไปยังโต๊ะตัวเล็กตรงส่วนหน้าร้าน เพื่อเสิร์ฟกาแฟ
“ทงเฮครับ”
“มาที่นี่ทำไม … มาที่โซลทำไม คิมคิบอม”
ทงเฮที่เพิ่งเดินกลับมาจนถึงเคาน์เตอร์ชงกาแฟตรงส่วนในของตัวร้นเอ่ยถามคิบอมเสียงแข็งพลางจ้องมองตรงไปยังดวงตาคมๆของคนตัวสูง
“ผมมารับคนของผม”
“ผมมารับภรรยาของผม”
คิบอมรวบเอาเอวเล็กของทงเฮเข้าไว้ในอ้อมกอด แล้วสวมกอดคนตัวเล็กแน่นจากทางด้านหลัง โครงหน้าได้รูปวางลงบนบ่าเล็กๆ
“เราไม่เหมาะกันหรอก คิบอม”
“นายชอบความสงบ ส่วนเราชอบความเจริญ”
ทงเฮยืนนิ่งๆในขณะที่เอ่ยพูดเสียงเรียบๆ
“แต่ผมรักคุณ และคุณก็รักผม”
“แค่นี้พอจะทำให้เราเข้ากันได้บ้างมั้ย ทงเฮ”
แขนยาวๆที่โอบล้อมเอวของทงเฮอยู่นั้นกระชับแน่นเข้ามากกว่าเดิมในยามที่คิบอมเอ่ยคำรัก
ร่างบอบบางของทงเฮสั่นนิดๆหลังจากที่คิบอมเอ่ยบอก หากแต่ไร้ซึ่งคำพูดใดใดที่ออกมาจากปากบางๆนั้น คิบอมบรรจงกดจูบลงไปบนลำคอระหงจากทางด้านหลังครั้งหนึ่ง แล้วจึงเอ่ยพูดต่อ
“ไปอยู่ด้วยกันนะครับ”
G A Z E . . .
“นายเป็นใครกันแน่น่ะ คิมคิบอม”
ทงเฮเอ่ยถามขึ้นแทบจะในทันทีที่ประตูห้องคอนโดบนตึกสูงระฟ้าชั้นบนสุดถูกเปิดออก เผยให้เห็นความกว้างขวางและการจัดตกแต่งเป็นสไตล์โมเดิร์นหรูหรา
“ผมก็เป็นเจ้าของร้านหนังสือเล็กๆในชนบทน่ะสิ”
คิบอมตอบเสียงเรียบก่อนที่จะจูงมือคนตัวเล็กพาเดินลึกเข้าไปในตัวห้อง
“มองผ่านหน้าต่างออกไป ทงเฮจะเห็นตึกสูงตรงนี้”
คิบอมเปิดผ้าม่านทึบแสงที่บดบังทัศนียภาพของทิวทัศน์ภายนอกออก เผยให้เห็นตึกสูงนับสิบที่ถูกสร้างขึ้นติดๆกันในย่านธุรกิจใจกลางเมืองแบบนี้
“ที่นี่มีน้ำอุ่น มีโทรทัศน์ มีไวร์เลสดินเตอร์เน็ต มีเตียงนุ่มๆ…”
“แล้วก็มีความรัก ของผม”
คิบอมจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่ใสของทงเฮในยามที่เอ่ยบอกไปเรื่อยๆ
“คิบอม…”
ทงเฮครางเรียกชื่อคนรักที่ยืนอยู่ตรงหน้า ขอบตาล่างเริ่มร้อนขึ้นทุกทีๆ และก่อนที่น้ำในตาจะสะสมเพิ่มมากขึ้นจนเริ่มไหลลงมาบนใบหน้า ทงเฮก็โผเข้ากอดร่างสูงตรงหน้าอย่างโหยหา
ทุกๆรายละเอียด ทุกๆความสนใจ และทุกๆอย่างเกี่ยวกับทงเฮ คิบอมจดจำมันได้ทั้งหมด
ความเปียกชื้นที่ค่อยๆแผ่ซึมผ่านเสื้อตัวบางของคิบอมไปสัมผัสผิวกายบ่งบอกว่าทงเฮกำลังร้องไห้ คิบอมประคองร่างของคนรักให้ผละออกห่าง แล้วบรรจงไล้ปลายนิ้วเช็ดคราบน้ำตาที่เปรอะทั่วใบหน้านั้นให้หมดไป
ริมฝีปากร้อนๆค่อยๆบรรจงประกบลงที่กลีบปากสีสดของทงเฮ คิบอมแทะเล็มไปตามแนวขอบริมฝีปากจนครบทั้งบนและล่าง ก่อนจะออกแรงดูดเม้มแรงๆลงไปบนกลีบปากอ่อนนุ่ม แล้วสอดแทรกเรียวลิ้นผ่านเข้าไปในโพรงปากเล็ก
เชื่องช้า เนิบนาบ หากแต่เปี่ยมไปด้วยความหมาย
ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ไปบนแผ่นหลังจากที่เคยหยุดนิ่ง แผ่นหลังเปลือยเปล่าภายใต้เสื้อเชิร์ตนั้นช่างเรียบเนียนและน่าสัมผัส คิบอมไล้ไปตามแนวข้างลำตัวทั้งสองข้าง แล้วหยุดวางมือลงตรงสะโพกอวบนั้น
เกาะเกี่ยว เกี่ยวพัน
ลิ้นทั้งสองตวัดรับกันไปมาภายในโพรงปากที่เชื่อมต่อกันอยู่ น้ำใสใสของทั้งสองคนผสมปนเปกันไปจนไม่อาจแยกจากกัน เสียงแรงดูดเม้ม สลับกับเสียงหอบหายใจเบาๆดังขึ้นไม่ได้หยุด
และก่อนที่ทงเฮจะได้ทันรู้ตัว แผ่นหลังบอบบางที่ในตอนนี้เปลือยเปล่า ก็สัมผัสกับผ้าปูที่นอนเย็นเฉียบบนเตียงนุ่มๆเสียแล้ว
“ผมรักทงเฮนะครับ”
G A Z E . . .
“คิมฮีชอล นายกำลังทำอะไรอยู่น่ะ ทำไมถึงยอมยกทงเฮให้คิบอมง่ายๆแบบนี้”
ฮันกยองที่เพิ่งจะเดินเข้ามาถึงห้องทานอาหารเอ่ยถามคนรักเสียงแข็ง
“ก็ไม่มีอะไรเสียหายนี่”
นิ้วเรียวยาวประคองถ้วยชาขึ้นจิบอีกครั้งหลังจากที่เอ่ยตอบฮันกยองไป
“คิมฮีชอล…”
ฮันกยองเรียกคนรักเสียงเข้ม ในขณะที่นั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่อยู่ตรงข้าม
“ลูกชายคนเดียวของKกรุ๊ป ที่กำลังมีอิทธิพลสูงสุดในวงการธุรกิจครบวงจรตอนนี้”
…
“แต่นั่นอาจจะไม่สำคัญเท่าความจริงที่ว่า คิบอมรักทงเฮมากเสียจนยอมละทิ้งความชอบของตัวเอง”
“ชั้นคิดว่าคิบอมจะดูแลตัวเล็กได้นะ ฮันกยอง”
G A Z E . . .
เช้า วันนี้สดใสกว่าทุกวัน ร้านกาแฟเล็กๆที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจดูคึกคักมากกว่าทุกวัน เจ้าของร้านคนสวยกำลังช่วยคนรักจัดเรียงหนังสือบนชั้นที่ถูกนำมาตั้งไว้มุม หนึ่งของร้าน ลูกจ้างคนสนิทสองคนกำลังชงกาแฟอยู่หลังเคาน์เตอร์ตรงด้านในของร้าน ในขณะที่อีกหนึ่งคนกำลังยกกาแฟหอมกรุ่นไปเสิร์ฟลูกค้าที่นั่งอยู่ริม หน้าต่างกระจกตรงหน้าร้าน
บรรยากาศอุ่นๆของร้านกาแฟในวันนี้เจือเอาไว้ด้วยความสดใสและมีชีวิตชีวา รอยยิ้มของเจ้าของร้านคนสวยที่หาดูได้ยากยิ่งในช่วงเดือนที่ผ่านมากลับมาเผยให้เห็นอีกครั้ง เสียงหัวเราะเบาๆสลับกับจังหวะการกระซิบพูดคุยกันของคนรักนั้นช่างชวนให้มอง และเรียกรอยยิ้มให้กับผู้พบเห็นได้ไม่น้อยเลย
หลัง เคาน์เตอร์ที่สูงระดับเอว ร่างของทงเฮที่กำลังนั่งสบายๆบนตักของคนรักพิงแอบไปกับแผงอกแข็งแรง พลางจ้องมองไปยังหนังสือเล่มหนาที่อยู่ในมือของเจ้าของตักอุ่นๆนั้น เสียงกระซิบบวกกับลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอของทงเฮเรียกรอยยิ้มและ เสียงหัวเราะให้กับคนตัวเล็กได้ไม่หยุดหย่อน
คิบอมทำให้ทงเฮที่เกลียดหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ เพราะเอาแต่คิดว่าที่คุณคิมไม่ค่อยมีเวลาให้ก็เพราะมัวแต่หมกตัวอยู่กับหนังสือกองโตภายในห้องหนังสือนั้น กลับมาชอบอ่านหนังสืออีกครั้ง
คิบอมทำให้ทงเฮเข้าใจพ่อและพี่ชาย ถึงความรักที่ทั้งสองคนมีให้ช่างมากมาย ทั้งๆที่ทงเฮเป็นแค่เด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงก็ตาม
และคิบอมทำให้ทงเฮเข้าใจถึงความรักที่แท้จริง ที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปได้ ไม่ว่ามันจะยากสักแค่ไหนก็ตาม …
ดวงตาคมจ้องมองภาพตรงหน้าผ่านทางกระจกใสใสหน้าร้าน การพูดคุย กระซิบกระซาบกัน หรือแม้แต่ในยามที่คนรักสองคนมอบจุมพิตให้กันและกันเบื้องหลังหนังสือเล่มหนาที่ถูกยกขึ้นมาบดบังนั้น ก็ทำให้หัวใจของคนที่จ้องมองสั่นไหว โจคยูฮยอนค่อยๆเบนสายตาออกจากภาพตรงหน้านั้น ก่อนที่จะก้าวเดินออกไป …
… The End …
Talk :: มีข้ออ้างมากมายกับการมาอัพช้าของตอนจบตอนนี้
เรื่องแรกและเรื่องหลักคือ เปิดเทอมแล้ว ย้ายเข้าหอ(อีกแล้ว) ชีวิตเด็กปีสี่ช่างน่าสงสารอ่ะ เมื่อไหร่จะเรียนจบหนอ (ได้ข่าวว่าอีกสามปี เฮ่ออ)
อยู่ที่หอสมองไม่แล่นเลย มันยากแสนยากกับการเริ่มพิมพ์ฟิกซักประโยค
ฟิกตอนนี้ยิ่งพิมพ์ไป พลอตยิ่งเปลี่ยน ยิ่งพิมพ์ไป ยิ่งยาว ยิ่งพิมพ์ไป ยิ่งอยากยืดออกไปอีก
แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นเมื่อไหร่มันจะจบนะ …
รู้สึกดีที่มีคนทวง ไม่ได้รำคาญนะ ชอบด้วยอ่ะ ><
เรื่องต่อไปจะมาเมื่อไหร่ ไม่รู้
แต่อยากแต่งฟิกวันเกิดตัวเอง …