Hand in Hand
posted on 26 Apr 2009 15:33 by borimaxii in ShortFicHandin Hand
Kibumx Donghae
Byborin
‘มือ’ ใน ‘มือ’
เส้นสายลายมือที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละบุคคลราวกับได้ถูกวาดเอาไว้มองเห็นได้อย่างโดดเด่นชัดเจนในยามที่แสงแดดส่องทอดมากระทบเช่นนี้นิ้วเรียวเล็กทั้งห้านิ้วที่มีลักษณะแตกต่างกันไปถูกจัดเรียงไว้อย่างลงตัวในตำแหน่งที่เหมาะสมกับการใช้งานร่องระหว่างเรียวนิ้วก็เป็นเพียงแค่ช่องว่าง แต่จะดีสักแค่ไหนนะ ถ้าหากมีมืออุ่นๆนิ้วอุ่นๆของใครอีกคนมาสอดเกี่ยวกันเอาไว้ …
Ha n d _ in _ H A N D
ทงเฮจ้องมองฝ่ามือขาวๆของตัวเองที่ยกขึ้นค้างไว้ตรงหน้าในระดับสายตาอย่างพินิจพิจารณาแสงอาทิตย์ในยามเช้าส่องทอดลงมาผ่านช่องระหว่างใบไม้หนาทึบที่อยู่เหนือศีรษะเพียงพอสำหรับการมองเห็นหากแต่ไม่จ้าจนเกินไปนักสายลมอ่อนๆพัดผ่านไปมาเป็นระยะช่วยทำให้รอบๆตัวในตอนนี้ดูจะสดใสมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อผสมผสานไปกับเสียงนกร้องเบาๆ
ผู้คนเดินสวนกันไปมาบ้างวิ่ง บ้างเดินอย่างช้าๆเป็นการออกกำลังกายในยามเช้าตรู่แบบนี้ทงเฮที่หยุดนั่งพักหลังจากวิ่งออกกำลังกายไปได้ครู่หนึ่งแล้วมองผู้คนที่พูดคุยหยอกล้อกันไปมาพ่อแม่ที่พาลูกๆตัวเล็กๆมาวิ่งออกกำลังกายหรือคู่รักหนุ่มสาวที่เดินจับมือกันไปตามเส้นทางแสนร่มรื่นของสวนสาธารณะใจกลางหมู่บ้าน
นิ้วทั้งห้าของทั้งสองคนเกาะเกี่ยวกันเอาไว้นิ้วต่อนิ้วฝ่ามือทั้งสองถึงแม้จะแตกต่างกันในด้านขนาด หากแต่ก็ดูเหมาะเจาะพอดี
ทงเฮละสายตาจากมือสองมือที่เกาะกุมกันอยู่นั้นก่อนจะเบนสายตากลับมาหยุดลงที่ฝ่ามือเล็กๆข้างหนึ่งของตัวเอง … ที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้ซึ่งความอบอุ่นจากมืออีกหนึ่งข้างของใครอีกคน
เริ่มสายแล้วผู้คนที่เดินสวนกันไปมาอย่างคึกคัก และเสียงพูดคุยที่ดังเป็นระยะๆในตอนนี้กลับเงียบลงจนเกือบจะวังเวงเมื่อใครหลายๆคนต้องเตรียมตัวออกไปทำงาน และอีกหลายๆคนออกไปเรียนทงเฮสอดมือทั้งสองข้างลงไปในกระเป๋ากางเกงวอร์มตัวเก่งพลางลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจไปมาสองสามครั้งแล้วเดินช้าๆกลับไปในทิศทางเดิมกับที่เดินผ่านมาเมื่อครู่
เสียงเอ่ยทักดังขึ้นไม่ขาดสายเมื่อคนตัวเล็กก้าวย่างเข้าสู่บริเวณละแวกบ้านเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยสนิทสนมกันเอ่ยถามสารทุกข์สุขดิบไม่ขาดปากใบหน้าหวานของทงเฮมีรอยยิ้มจางๆประดับอยู่แทบจะตลอดเวลา
รอยยิ้มจางๆอย่างเปี่ยมสุขของทงเฮค่อยๆจางหายลงไปทีละนิดเมื่อร่างบางเดินเข้ามาอยู่ในตัวบ้าน… กลับมาพบกับความเหงาอีกครั้ง ไม่มีใคร ไม่มีใครอยู่เคียงข้าง
ผงส่วนผสมสองสามอย่างถูกตักใส่ลงไปในถ้วยกระเบื้องใบโปรดก่อนที่มันจะละลายปนเปรวมกันกลายเป็นกาแฟหอมกรุ่นเมื่อทงเฮเทน้ำร้อนจัดลงไปในแก้วนั้น
ควันที่พวยพุ่งขึ้นมาจากผิวหน้าของเหลวสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำนั้นนำพากลิ่นหอมละมุนของมันมาด้วยทงเฮลอบดมกลิ่นหอมๆของกาแฟร้อนๆก่อนจะยกมันขึ้นจิบอย่างช้าๆกาแฟร้อนจัดค่อยๆไหลผ่านลงลำคอไปช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นในสภาพอากาศที่ออกจะเย็นในช่วงสาย
ดวงตาใสใสของทงเฮมองเหม่อไปรอบๆตัวผ่านข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่มีอย่างครบครันก่อนที่สายตานั้นจะมองลอดหน้าต่างบานโตที่เปิดกว้างค้างอยู่ออกไปภายนอก ยามสายเช่นนี้ดวงอาทิตย์เคลื่อนขึ้นทำมุมองศามากกว่าในยามเช้าที่เพิ่งผ่านพ้นไปแสงแดดอ่อนๆนั้นแปรเปลี่ยนให้ร้อนแรงมากยิ่งขึ้น หลายๆคนอาจจะไม่พิศวาสมันนักหากแต่เมื่อยามที่แสงแดดจัดๆส่องทอดลงไปบนยอดหญ้าสีอ่อนแล้ว … มันกลับทำให้พื้นโลกดูสดใสมากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
เมื่อดวงตากลอกกลับมาบรรจบครบรอบที่จุดจุดเดิมทงเฮก็ผุดลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง แล้วหยิบเอากระเป๋าสตางค์พร้อมกับกุญแจบ้านมาถือไว้โดยไม่ลืมหยิบหนังสือเล่มหนาสุดโปรดติดมือมาด้วย … แล้วเดินออกจากบ้านไปในทันที
Ha n d _ in _ H A N D
สายมากแล้วในตอนนี้หากแต่ในย่านธุรกิจใจกลางเมืองแบบนี้กลับคึกคักไม่ต่างอะไรจากในช่วงเวลารีบเร่งอย่างตอนเช้าหรือเย็นทงเฮยังคงเดินเรื่อยเปื่อยไปตามทางเท้า ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินสวนกันไปมาแปลกไหม ทั้งๆที่ก็มีผู้คนรายล้อมอยู่มากมายแบบนี้แต่ทงเฮกลับรู้สึกว่างเปล่าเหลือเกิน
ตัวอาคารสูงหลายสิบชั้นที่ถูกสร้างขึ้นราวกับพืชต้องการยืดลำต้นให้สูงที่สุดเพื่อรับแสงแดดนั้นมองเห็นได้ทั่วไปในย่านธุรกิจแบบนี้ทงเฮเดินไปเรื่อยๆจนหยุดลงที่หน้าร้านกาแฟบรรยากาศสบายๆที่ตั้งอยู่ชั้นล่างสุดของอาคารที่เป็นที่ตั้งของค่ายเพลงชื่อดังที่ใหญ่ติดอันดับหนึ่งในสามของเกาหลีใต้ฝ่ามือเล็กๆผลักประตูกระจกใสใสนั้นให้เปิดออกก่อนจะแทรกตัวผ่านช่องประตูเข้าไปภายใน
กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นที่โชยมาปะทะสัมผัสการรับกลิ่นพร้อมๆกับความอบอุ่นที่สามารถรู้สึกได้ทันทีที่ก้าวย่างเข้ามาภายในตัวร้านทำให้ทงเฮคลี่รอยยิ้มบางๆขึ้นที่มุมปากทั้งสองข้างเสียงพูดคุยเบาๆที่ดังอยู่ตลอดเวลาหากแต่จับความไม่ได้ช่วยเสริมเติมแต่งให้ร้านกาแฟเล็กๆดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
ชื่อชนิดกาแฟที่คุ้นชินถูกเอ่ยบอกกับพนักงานตรงหน้าเคาน์เตอร์ที่ตั้งอยู่ส่วนในของตัวร้านก่อนที่ทงเฮจะมองไปรอบๆตัวเพื่อมองหาที่นั่งว่าง …
เสียงพนักงานประจำร้านที่เอ่ยเรียกนั้นเรียกทงเฮให้หันกลับมาสนใจตรงหน้าเคาน์เตอร์อีกครั้งมือเล็กๆเอื้อมหยิบกาแฟร้อนจัดในแก้วกระดาษสีขาวมาประคองเอาไว้ในอุ้งมือก่อนที่ร่างบอบบางจะค่อยๆเดินออกไปจากหน้าเคาน์เตอร์นั้น
โต๊ะตัวเล็กกลางและใหญ่ที่ตั้งเรียงรายอยู่ภายในตัวร้านจนแทบจะหาที่ทางเดินไม่เจอนั้นถูกจับจองเสียจนหมดจริงๆทงเฮไม่ได้เข้าใจผิด ว่าในขณะนี้เป็นเวลาทำงานและหลายๆคนในที่นี้ก็กำลังขมักเขม้นไปกับการทำงานจริงๆเสียด้วยสิ หลายคนกำลังตั้งใจเพ่งสมาธิไปยังจอโน๊ตบุ๊คตรงหน้าบางคนกำลังเจรจาธุรกิจมูลค่าหลายล้านกับลูกค้าที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน … และอีกไม่กี่คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบๆอย่างสบายอารมณ์
“ขอโทษนะฮะที่ตรงนี้ว่างรึเปล่า”
โต๊ะตัวเล็กขนาดพอสองคนนั่งที่ตั้งอยู่ติดหน้าต่างกระจกด้านหนึ่งของร้านคือจุดหมายของทงเฮในตอนนี้ร่างบอบบางเดินไปตามช่องระหว่างเก้าอี้ที่พอจะสามารถเดินผ่านไปได้ก่อนที่จะหยุดลงข้างๆโต๊ะแล้วเอ่ยถามร่างสูงที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้หนึ่งในสองตัวรอบโต๊ะตัวเล็กนี้
ใบหน้าที่เงยขึ้นจากท่าทางการก้มอ่านหนังสือนั้นดูดีเหลือเชื่อโครงหน้าได้รูป ที่รับกับคมจมูกโด่งๆสายตาคมๆที่มองส่งมาแทนคำถามนั้นชวนมองจนยากที่จะละสายตา หากแต่ใบหน้านั้นเรียบเฉยและออกจะบึ้งตึงอย่างคนที่ถูกรบกวนเวลาแห่งความสุขราวกับมีกำแพงอันหนาทึบคั่นกลางระหว่างคนสองคนเอาไว้ความรู้สึกผิดค่อยๆคืบคลานเข้ามาในความรู้สึกของผู้มารบกวนอย่างทงเฮทีละนิดเจ้าของโต๊ะยังคงประคองหนังสือเล่มขนาดพอดีมือเอาไว้ในมือท่าเดิมในขณะที่มองคนแปลกหน้าผู้มาใหม่อย่างสงสัย
“ที่นั่งที่อื่นเต็มหมดแล้วเราขอนั่งด้วยคนได้มั้ย”
หากจะให้ทงเฮเดินกลับไปจุดเดิมในตอนนี้ก็คงจะไม่ทันเสียแล้วคนตัวเล็กตัดสินใจเอ่ยบอกย้ำสิ่งที่ต้องการอีกครั้ง
“นั่งสิ”
ราวกับเป็นการเปิดประตูแห่งมิตรภาพกำแพงหนาๆที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ค่อยๆจางหายไปทีละนิด และถึงแม้ว่าเจ้าของโต๊ะที่มาก่อนนั้นจะไม่ได้คลี่รอยยิ้มแสดงความเป็นมิตรมาให้กับทงเฮหรือชวนคุยอย่างคนอารมณ์ดีแต่นั่นก็ทำให้ทงเฮค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่นั้นได้อย่างสบายใจและไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย
กาแฟหอมกรุ่นถูกยกขึ้นจิบครั้งแล้วครั้งเล่าสลับกับการยกหนังสือในมือขึ้นอ่าน เรื่องราวที่ผู้แต่งหนังสือต้องการสื่อถูกถ่ายทอดผ่านตัวอักษรด้วยภาษาอันแสนจะสละสลวยหน้าแล้วหน้าเล่าที่ถูกพลิกเปิดอ่านผ่านไปถูกแปรเปลี่ยนเป็นมโนภาพภายในจินตนาการทำให้เพลิดเพลินจนลืมเวลาที่ผ่านพ้นไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ
ต่างคนต่างสร้างโลกส่วนตัวของตัวเองขึ้นมาต่างคนต่างอ่านหนังสือที่ถือค้างไว้ในมือของตัวเองนั้น จนไม่ได้สังเกตถึงความเคลื่อนไหวรอบๆตัว
ลูกค้าของร้านกาแฟผลัดเปลี่ยนกันเข้า-ออกผู้คนที่จับจองที่นั่งภายในร้านเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆและบางคนก็เพียงแค่แวะเวียนมาซื้อกาแฟแล้วถือมันออกไปนอกร้านในทิศทางที่เพิ่งเดินเข้ามานั่นเอง
เข็มยาวของนาฬิกาหมุนวนมาได้จวนจวบจะครบสามรอบแล้วและมันก็เป็นความหิวนั่นเองที่ทำให้ทงเฮละจากความเพลิดเพลินของเรื่องราวในมโนภาพนั้นเข้ามาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้งหน้ากระดาษที่ถูกเปิดค้างไว้เมื่อครู่ปิดสนิทลงพร้อมๆกับที่ทงเฮวางหนังสือเล่มหนานั้นลงไปบนพื้นโต๊ะตัวเล็กๆตรงหน้าก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆตัว แล้วหยุดลงที่คนตรงหน้า
หนังสือเล่มเล็กๆขนาดพอดีมือที่ถืออยู่นั้นยังคงเป็นเล่มเดียวกับที่ทงเฮเห็นเมื่อครั้งที่เดินเข้ามาขอนั่งด้วยเมื่อสามชั่วโมงก่อนหน้ากระดาษที่ถูกเปิดผ่านไปไม่เท่าไหร่ทำให้ทงเฮเข้าใจว่าคนตรงหน้าคงจะเป็นคนที่อ่านหนังสืออย่างละเอียดหรือไม่ก็อ่านได้ช้ามากจริงๆ ผิดจากตัวทงเฮเองซึ่งสามชั่วโมงที่ผ่านไปนั้นทำให้คนตัวเล็กอ่านหนังสือเล่มหนาหลายร้อยหน้าไปจนเกือบถึงตอนจบเล่ม
เที่ยงกว่าๆแล้วรอบตัวกลับคึกคักขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เงียบลงไปเมื่อช่วงก่อนเที่ยง ทงเฮหยิบหนังสือเล่มโปรดขึ้นมาถือเตรียมไว้ซดกาแฟที่ในตอนนี้ไม่เหลือความร้อนอยู่แล้วนั้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินออกไปทางประตูหน้าร้าน
ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ทงเฮละทิ้งกาแฟถ้วยแรกที่ชงเองเอาไว้บนโต๊ะทั้งที่เพิ่งจิบไปได้แค่อึกเดียว
และไม่รู้ว่าเพราะอะไรทงเฮถึงคิดอยากจะออกมานั่งทานกาแฟที่ร้าน
ไม่รู้ทำไม…
Ha n d _ in _ H A N D
ในวันนี้อากาศสดใสไม่ต่างอะไรไปจากเมื่อวานคิมคิบอมยังคงนั่งอ่านหนังสือสลับกับจิบกาแฟร้อนที่เริ่มจะอุ่นลงไปบ้างแล้วบนเก้าอี้ตัวเดิมบนโต๊ะตัวเล็กตัวเดิม หากแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอาจจะเป็นอาการตื่นเต้นและแอบลุ้นอยู่ลึกๆภายในใจว่าจะได้เจอคนตัวเล็กเจ้าของใบหน้าสวยหวานที่โชคชะตานำพาให้มาเจอกันที่นี่ เมื่อวานนี้
กระเป๋าสะพายใบโปรดถูกวางลงบนเก้าอี้อีกตัวที่อยู่ตรงข้ามกันกับตัวที่ร่างสูงนั่งอยู่หลังจากที่คิบอมมองไปรอบๆตัวแล้วพบว่าเหลือที่นั่งว่างอยู่อีกไม่กี่โต๊ะ
สายตาคมๆกวาดมองไปรอบๆตัวครั้งแล้วครั้งเล่าโดยที่ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับหนังสือเล่มเล็กๆในมือที่ถือประคองเอาไว้เลยแม้แต่น้อยประตูกระจกใสใสตรงหน้าร้านถูกเปิดออกครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมกับการมาถึงและการจากไปของผู้คนมากหน้าหลายตา เสียงช้อนกระทบแก้วและเสียงน้ำไหลลงไปในภาชนะรองรับอันเป็นขั้นตอนในการชงกาแฟหอมกรุ่นดังขึ้นไม่ได้หยุด
“ขอเรานั่งด้วยคนนะ”
คิบอมก้มลงพลางกลับไปเพ่งสมาธิกับหนังสือเล่มเล็กในมืออีกครั้งแล้วในตอนที่เสียงใสใสหวานหูดังขึ้นเป็นประโยคคำถามด้วยเสียงเบาๆใบหน้าคมของคิบอมค่อยๆเงยขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนที่จะพยักหน้าเป็นคำตอบให้กับคำถามนั้น
“คือว่ากระเป๋านี่…”
คนหน้าหวานยังคงหยุดยืนอยู่ข้างๆโต๊ะตัวเล็กดังเดิมพลางชี้ไปยังกระเป๋าสีเข้มใบโปรดของคิบอม ที่เจ้าตัวตั้งใจวางมันเอาไว้เมื่อครู่
“ของผมเอง”
คิบอมหยิบกระเป๋าใบโปรดมาวางบนตักของตัวเองก่อนจะส่งสายตาแทนคำเชิญชวนให้คนน่ารักที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นนั่งลง
ต่างคนต่างใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือในมือโดยที่ไม่ได้เอ่ยพูดคุยอะไรกันอีกทงเฮนั่งนิ่งๆในขณะที่ทอดสายตาลงอ่านตัวอักษรที่ยาวเป็นพรืดบนหน้ากระดาษสีนวลถนอมสายตานั้นหากแต่คิบอมกลับเงยหน้าขึ้น ลอบมองใบหน้าหวานของคนตรงหน้าอย่าพิจารณา
ดวงตาเรียวเฉียบที่จ้องมองไปยังหน้ากระดาษที่เปิดค้างเอาไว้นั้นอย่างไม่วางตาช่างดูรับกับโครงหน้าได้รูปอย่างพอเหมาะพอดีจมูกรั้นโด่งกำลังดี และริมฝีปากสีสดตามธรรมชาติทั้งหมดนั้นดึงดูดสายตาของคิบอมได้อย่างประหลาด จนมันทำให้หนังสือเล่มเล็กในมือนั้นลดความน่าสนใจลงไปจนเกือบหมดสิ้น
“คิบอม…”
“ผมชื่อคิบอมแล้วคุณล่ะ”
ร่างสูงเอ่ยพูดขึ้นเรียบๆอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยก่อนจะเอ่ยอธิบายขยายความเมื่อสิ่งที่ได้รับกลับมาคือสายตาของอีกคนที่ส่งมาแทนคำถาม
“ทงเฮอีทงเฮ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
อีทงเฮยิ้มกว้างทั้งที่ริมฝีปากและดวงตาส่งไปให้กับคนตรงหน้าที่เพิ่งแนะนำตัวว่าชื่อคิบอมก่อนจะกลับไปสนใจหนังสือในมือตามเดิมเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้เอ่ยถามอะไรต่ออีก
ไม่อาจละสายตาได้คิบอมยังคงจ้องมองทงเฮ ในขณะที่อีกคนไม่ได้ใส่ใจอะไร จังหวะการพลิกเปิดเปลี่ยนหน้าหนังสือนิ้วเรียวเล็กที่กรีดเปิดหน้ากระดาษหรือแม้กระทั่งจังหวะการยกแก้วกาแฟตรงหน้าขึ้นจิบ ช่างดูพอเหมาะพอเจาะและดูดีเกินกว่าที่จะละสายตา …
“มีอะไรรึเปล่า”
ดวงตาใสใสนั้นเบนจากหนังสือตรงหน้าขึ้นมามองสบเข้ากับดวงตาคมๆของคิบอมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้หากแต่ในตอนนี้ดวงตาคู่สวยนั้นกำลังจ้องมองกลับมา และหยุดนิ่งที่ดวงตาของคนตรงหน้า
“บังเอิญ… บังเอิญจังนะที่เรามาเจอกันที่นี่สองวันติดกันแล้ว”
“ใช่บังเอิญ”
ทงเฮส่งรอยยิ้มบางๆไปให้คิบอมพลางเอ่ยตอบเสียงเรียบ
บังเอิญที่ทงเฮผู้รักสงบตัดสินใจออกมานั่งดื่มกาแฟที่ร้านในย่านธุรกิจที่มีคนพลุกพล่านเกือบตลอดทั้งวันเป็นเวลาสองวันติดกันแล้วและบังเอิญที่การปรากฏตัวของอีทงเฮในวันนี้เป็นไปตามที่คิบอมแอบเฝ้าหวังเอาไว้
Ha n d _ in _ H A N D
... TBC ...
มะชอบอ่านที่ยังมะจบจาว่าไปก็อ่านของนิกไปมะกี่เรื่องเอง ฮาๆๆๆ
คิดถึงๆๆๆ
เปลี่ยนบล๊อคใหม่สวย
#1 By ✚boralune 129 ✚ on 2009-04-28 14:38