[SF] Pinky Promise

posted on 26 Feb 2009 04:06 by borimaxii  in ShortFic

Pinky Promise

Kyuhyun x Donghae

By borin

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เกี่ยวก้อยสัญญา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ยังคงดังต่อเนื่องไปอย่างไม่มีทีท่าว่ามันจะหยุดลงเลย เสียงเอ่ยทักทายถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ เสียงตะโกนหยอกล้อกันยังคงดังอย่างต่อเนื่องภายในห้องเรียนรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส เวลาเช้าๆแบบนี้เป็นเวลาแสนสุขของนักเรียนหลายๆคน เช่นเดียวกับอีทงเฮ ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาลอกการบ้านอย่างเอาเป็นเอาตาย มือเล็กๆที่กำปากกาด้ามโปรดเอาไว้ขยับไปมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดลง ทงเฮหันหน้ามองข้อความบนสมุดเล่มที่เสร็จสมบูรณ์ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเขียนลงไปบนสมุดอันว่างเปล่าของตัวเองอีกครั้ง

 

 

 

ยังเหลือเวลาอีกซักพัก ก่อนจะถึงเวลาเข้าเรียนในภาคเช้า ทงเฮวางปากกาในมือลงบนโต๊ะตรงหน้า ก่อนจะขยับแว่นกรอบดำที่สวมใส่อยู่ให้แนบกระชับไปกับใบหน้าอีกครั้ง พลางมองไปยังรอบๆตัว

 

 

 

ด้วยความที่ใกล้เวลาเข้าเรียนมากเต็มทีแล้ว รอบๆตัวของทงเฮจึงดูโหวกเหวกวุ่นวายมากกว่าเมื่อครู่ สายตาเฉียบมองผ่านเลนส์แว่นตาออกไปนอกหน้าต่างเพื่อเลี่ยงจากความวุ่นวายรอบตัว ท้องฟ้าสีฟ้าสดใสของยามเช้า ตัดกับสีเขียวอ่อนของยอดไม้ยืนต้นสูงชะลูดดูน่ามองอย่างน่าประหลาด หากแต่สายลมที่พัดแรงๆเข้ามาตามช่องหน้าต่างบานกว้างนั้นทำให้ทงเฮรู้สึกแสบตา ถึงได้เบนสายตากลับมามองใกล้ๆตัวดังเดิม

 

 

 

ร่างสูงโปร่งของคนที่เพิ่งเดินลอดช่องประตูที่ถูกผลักเปิดออกนั้นเรียกความสนใจของทงเฮได้เป็นอย่างดี ใบหน้าหล่อร้ายที่แสนจะคุ้นเคยนักสำหรับทงเฮเผยเป็นรอยยิ้มกว้าง วันนี้คยูฮยอนดูดีกว่าทุกวัน ผมสีเข้มที่ปกติแล้วจะดูไม่ค่อยเป็นทรงแต่ในวันนี้กลับถูกเซ็ทจัดทรงมาเป็นอย่างดี รอยยิ้มกว้างอย่างมีความสุขทำให้เพลย์บอยหนุ่มหล่อดูดีขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว

 

 

 

ทงเฮไม่อยากจะสนใจท่าทางที่ผิดแปลกไปจากปกติของคยูฮยอนนั่นหรอกนะ แต่หัวใจก็แอบเต้นแรงไปซะแล้ว

 

 

 

“เฮ้ ทงเฮ”

มือใหญ่ๆยกขึ้นโบกกลางอากาศเป็นการทักทายเพื่อนตัวเล็กที่นั่งอยู่หลังห้อง พร้อมกับเอ่ยเรียกชื่อไปด้วย

 

 

 

“วันนี้จะไปเช็คเรทติ้งที่ไหน แต่งตัวซะ”

ทงเฮไม่ได้ตอบรับอะไรกับการทักทายของคยูฮยอน เพียงแค่เอ่ยถามพลางมองคนตัวสูงตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

 

 

“ไม่ใช่หรอก วันนี้จะไปสารภาพรักน่ะ”

แขนยาวๆวาดขึ้นโอบบ่าเพื่อนตัวเล็กที่นั่งอยู่ที่ติดกันในทันทีที่คยูฮยอนนั่งลงตรงที่นั่งประจำเสร็จสรรพ ใบหน้าหล่อๆยิ้มพรายอย่างคนมีแผน ดวงตาคมกริบรีลงเล็กน้อยในขณะที่มองตรงไปข้างหน้าไม่วางตา

 

 

 

“คนอย่างโจคยูฮยอนรู้จักรักคนอื่นก่อนด้วยรึไง”

 

 

 

“เป็นสิ”

“ว่าแต่ว่า ชั้นหล่อพอรึยัง”

คยูฮยอนเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ๆใบหน้าขาวๆของทงเฮพร้อมกับเอ่ยถาม

 

 

 

“ไม่เห็นหล่อเลย ชั้นหล่อกว่าตั้งเยอะ”

มือเล็กๆแกะมือของเพื่อนสนิทที่วางพาดอยู่บนไหล่นั้นออก พลางดันไหล่กว้างๆให้ออกห่าง

 

 

 

“เอาดีดีสิ”

คยูฮยอนมองท่าทางเก๊กหล่อของเพื่อนรักแล้วก็ขมวดคิ้ว ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบาๆแล้วเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง

 

 

 

“เออ ก็หล่อกว่าปกตินิดนึง”

ทั้งๆที่ตอบไปอย่างนั้น แต่ทงเฮก็อดที่จะยอมรับไม่ได้ ว่าวันนี้คยูฮยอนดูดีมากจริงๆ ยิ่งได้มาอยู่ใกล้ในระยะประชิดกันแบบนี้แล้ว เขินว่ะ

 

 

 

ตยูฮยอนกลับไปนั่งตัวตรงตามปกติแล้ว และทงเฮก็หันไปคุยกับซองมินเจ้าของสมุดการบ้านต้นฉบับที่นั่งอยู่ข้างหน้าแทน ก่อนที่สายตาคมๆของคยูฮยอนจะค่อยๆเบนกลับมามองร่างเล็กๆของเพื่อนรัก ดวงตาเรียวได้รูปถึงแม้ว่าในตอนนี้จะมีแว่นกรอบหน้าบดบังมันอยู่ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสดใสของนัยน์ตานั้นลดลงไปได้เลย ริมฝีปากสีสดที่ขยับขึ้นลงในยามที่เอ่ยพูดและแสดงอารมณ์แสนงอนช่างดูน่ารัก น่าหลงไหล

 

 

 

“แก้มแดงเนอะ ฮ่าๆ”

นิ้วยาวๆจิ้มจึกลงไปบนแก้มใสที่ในตอนนี้ขึ้นสีจนกลายเป็นชมพูอ่อนๆตั้งแต่เมื่อครู่ ทงเฮหันหน้ามาตามแรงสัมผัสที่รู้สึก แรงจนกลุ่มผมที่ยาวระต้นคอปลิวไสว ราวกับมีประกายส่องออกมาจากใบหน้าหวานๆนั้น

 

 

 

คยูฮยอนจะเอาคนนี้อ่ะ จะเอา จะเอา!!!

 

 

 

 

 

 

 

K y u H a e : . ,

 

 

 

 

 

 

คาบเรียนที่สองผ่านพ้นไป และก็จบสิ้นเสียทีกับการพยายามถ่างเปลือกตาให้เบิกกว้าง ไม่ปิดไปเสียก่อนที่จะหมดคาบเรียนของอาจารย์สุดโหด ทันทีที่อาจารย์ประจำวิชาเดินผ่านพ้นขอบประตูไป ศีรษะของคยูฮยอนก็ไม่อาจต้านทานแรงโน้มถ่วงของโลกได้อีกต่อไป เพลย์บอยสุดหล่อฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะที่ว่างเปล่าตรงหน้า พลางหลับตาลงเข้าสู่ห้วงนิทราไปในทันที

 

 

 

ช่วงพักเที่ยงมาถึงในที่สุด ทงเฮที่เริ่มจะเหนื่อยกับการตั้งใจเรียนทั้งๆที่ท้องเริ่มหิวแบบนี้ถอดแว่นตากรอบหนาที่สวมใส่อยู่นั้นออก ก่อนจะเริ่มเก็บข้าวของเครื่องเขียนที่กองอยู่บนโต๊ะนั้นลงลิ้นชักไป

 

 

 

“คยูฮยอน”

“คยูฮยอนๆๆๆ”

ทงเฮเอ่ยเรียกร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆเบาๆ ก่อนจะเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้น พร้อมกับเขย่าไหล่กว้างไปมา

 

 

 

เพื่อนร่วมชั้นเรียนค่อยๆทะยอยเดินออกไปจากห้องเรียนเพื่อไปยังโรงอาหาร ซองมินกับรยออุคที่นั่งอยู่ด้านหน้าส่งยิ้มให้บางๆก่อนจะเดินออกไปกันเป็นสองคนสุดท้าย ในตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ทงเฮกับคยูฮยอนเท่านั้นสินะ หิวก็หิว ห่วงก็ห่วง จะทำยังไงดีล่ะ

 

 

 

“นี่ ถ้าไม่ตื่นชั้นจะไปกินข้าวแล้วนะ”

“คยูฮยอน!!!

ความหิวไม่เข้าใครออกใคร ทงเฮที่ทั้งตะโกนเรียกก็แล้ว เขย่าเรียกก็แล้ว ไอ้เจ้าเพื่อนสุดหล่อคนนี้มันก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเสียที และในขณะที่ทงเฮกำลังคิดว่าจะถีบมันให้ตกเก้าอี้ดีมั้ย มือใหญ่ๆของคนที่หลังอยู่ก็คว้าเอาข้อมือเล็กๆของทงเฮมากุมเอาไว้ ก่อนจะค่อยๆยืดตัวนั่งตรง

 

 

 

“เที่ยงแล้วหรอ”

ดวงตาปรือลงอย่างตั้งใจทำ คยูฮยอนเอ่ยถามทงเฮที่เอาแต่ตกใจ ทั้งๆที่มือก็ยังรวบข้อมือเล็กเอาไว้

 

 

 

“เที่ยงสิบห้าแล้ว”

“หิวมากแล้วด้วย”

ทงเฮสะบัดมือแกร่งนั้นออก หากแต่ไร้ผล ทำให้จำต้องจ้องบมองใบหน้าหล่อๆของคยูฮยอนแทนคำถาม ทั้งที่ใจจริงแล้ว ไม่อยากจะมองเลยซักนิด ก็มันหล่ออ่ะ

 

 

 

“ชั้นชอบนายว่ะ”

 

 

 

“ก็ชั้นบอกว่า

“เอ๊ะ อะไรนะ”

 

 

 

“ชั้นชอบนาย”

คยูฮยอนเอ่ยบอกซ้ำ พลางลอบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยตรงหน้า

 

 

 

“ไอ้บ้า เล่นอะไรเนี่ย”

เชื่อ ไม่เชื่อ ความขี้เล่นและความเจ้าชู้ของคยูฮยอนที่ใครๆต่างก็รู้ทำให้ทงเฮทึกทักเอาว่าเจ้าเพื่อนคนนี้กำลังแกล้งอำเขาอีกแล้ว ทั้งที่รู้สึกดีอยู่ไม่น้อย ราวกับหัวใจโตขึ้นคับอก ถ้าใจตรงกันจริงๆก็ดีสินะ

 

 

 

“ไม่ได้เล่นว่ะ ชอบจริงๆเลยเนี่ย”

“ไม่เชื่อจะจูบนะ”

คยูฮยอนยังคงพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆราวกับว่ามันเป็นบทสนทนาปกติทั่วไป ก่อนที่ร่างสูงจะขยับเข้าไปใกล้คนตัวเล็ก

 

 

 

“เฮ้ยๆๆ เชื่อก็ได้”

มือเล็กยันอกแกร่งเอาไว้สุดแขน พลางเอ่ยบอกอย่างตื่นตระหนก

 

 

 

“เออ งั้นไปกินข้าวกันเถอะ”

คยูฮยอนรวบมือนุ่มนิ่มที่วางค้างอยู่ตรงอกมาจับไว้แล้วฉุดให้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

 

 

 

“แต่ชั้นว่านะ

“นายอย่าเชื่อเลยดีกว่า”

สิ้นคำนั้น ทงเฮที่ยังคงไม่เข้าใจกับประโยคเมื่อครู่นักก็ถูกดันเข้าไปชิดกำแพงด้านหนึ่ง โดยมีแขนแกร่งข้างหนึ่งกักขังเอาไว้

 

 

 

ดวงตาสีเข้มของคยูฮยอนจ้องมองไปยังดวงตาใสใสสีสวยของทงเฮที่กำลังช้อนมองมาอย่างตกใจ ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มครั้งหนึ่ง ก่อนที่มันจะประกบเข้ากับปากสีสดของคนตัวเล็ก มอบสัมผัสอ่อนนุ่มแทนความรู้สึกผ่านไปให้ถึงอีกคน

 

 

 

ดวงตาที่เบิกโตขึ้นด้วยอารามตกใจของทงเฮเมื่อครู่นี้ ในตอนนี้ค่อยๆปรือปิดลง พร้อมๆกับที่เรียวลิ้นอุ่นๆค่อยๆสอดแทรกกลีบปากที่เผยอรับนั้นเข้ามาภายในโพรงปาก แรงดูดเม้มนุ่มนวลตรงกลีบปากทำให้ทงเฮอ่อนระทวย แขนเรียวยกขึ้นเกาะเกี่ยวลำคอแกร่งของคนที่ยืนคร่อมอยู่นั้นอย่างต้องการหาที่พึ่งพิง ก่อนจะค่อยๆปล่อยให้อีกคนเป็นผู้นำพาไป

 

 

 

รสจูบลึกซึ้งค่อยๆดำเนินไป หอมละมุน หากแต่เจือไว้ซึ่งความเร่าร้อน เรียวลิ้นร้อนๆยังคงสอดแทรกความหาความหอมหวานนั้นไปจนทั่วพื้นที่อย่างไม่รู้จักเหนื่อยหน่าย จนลิ้นเล็กๆไม่อาจหนีห่างได้อีก ทงเฮค่อยๆตอบรับสัมผัสนั้นอย่างกล้าๆกลัวๆ ทีละนิด จนตวัดรับเป็นจังหวะเดียวกันในที่สุด

 

 

 

ฝ่ามือร้อนๆของคยูฮยอนค่อยๆลากลงผ่านแนวข้างลำตัวลงไปวางค้างบนสะโพกเล็กๆนั้น ก่อนจะลูบไล้มันไปมาอย่างเพลินมือ

 

 

 

ทงเฮเป็นฝ่ายหนีห่างออกจากสัมผัสชวนเผลอไผลนั้นเสียเอง มือเล็กดันคนตัวสูงให้ออกห่าง ทั้งๆที่แทบจะไร้เรี่ยวแรง ทงเฮหอบหายใจแรงๆหลังจากที่ได้รับการปล่อยให้เป็นอิสระ

 

 

 

“ไปกินข้าวกันเถอะ คยูฮยอน”

 

 

 

 

 

 

 

 

K y u H a e : . ,

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงอาหารในตอนนี้คนซาลงไปมากแล้ว ทำให้ไม่ต้องต่อคิวยาวๆเหมือนกับช่วงก่อนหน้านี้ ข้าวหน้าตาน่าทานสองจานถูกวางลงตรงหน้า ก่อนที่คยูฮยอนที่เป็นคนไปซื้อมาจะนั่งลงตรงข้ามกับทงเฮเหมือนกับทุกที

 

 

 

บทสนทนาตามปกติถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นครั้งคราว ก่อนที่คยูฮยอนจะขยับลุกขึ้นแล้วเดินอ้อมโต๊ะมานั่งลงข้างๆคนตัวเล็ก ก่อนจะอ้าปากกว้างๆ

 

 

 

“อะไรวะ”

 

 

 

“ป้อนหน่อย อยากกินข้าวจานนาย”

ปากที่อ้ากว้างอยู่นั้นขยับเอ่ยพูด ก่อนที่จะอ้ากว้างๆตามเดิมเมื่อพูดจบประโยค

 

 

 

“ทำไมชั้นต้องป้อนนาย”

“เลิกทำท่าแบบนี้ทีเถอะ คนเค้ามองกันใหญ่แล้ว”

ทงเฮมองไปรอบๆก่อนจะหันกลับมาเอ็ดเด็กโข่งที่นั่งอ้าปากเหมือนลูกนกรออาหารจากแม่อยู่ข้างๆ

 

 

 

“ก็แฟนกัน ป้อนข้าวกันไม่เห็นแปลก”

 

 

 

“ชั้นไปเป็นแฟนนายตอนไหนวะ”

“ยังไม่ได้ตอบตกลงเลยนะเว่ย”

 

 

 

“ไม่ต้องตอบหรอก นายเป็นแฟนชั้นตั้งแต่ที่นายจูบตอบแล้วล่ะ”

คยูฮยอนขยับใบหน้าเข้าใกล้หน้าแดงๆของทงเฮ พลางเอ่ยบอกด้วยเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากครั้งหนึ่งหลังจากพูดจนจบประโยค

 

 

 

“กินไปดิ กินไปเลย”

ข้าวคำโตจนเกินพอดีถูกตักขึ้นมาบนปลายช้อน ก่อนที่มันจะถูกยัดเข้าไปในปากที่อ้ารออยู่แล้วของคยูฮยอน ทงเฮวางช้อนลงเสียงดังพลางทำหน้าบึ้ง ในขณะที่คยูฮยอนเคี้ยวข้าวคำโตนั้นจนแก้มตุ่ย ดวงตาคู่คมแปรเป็นรอยยิ้ม

 

 

 

 

 

 

 

 

K y u H a e : . ,

 

 

 

 

 

 

 

 

“นี่แฟน”

ทงเฮที่กำลังนั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์สลับกับพิมพ์ข้อความบนแป้นคีย์บอร์ดนั้นหันมามองตามเสียงเรียกแสนออดอ้อน

 

 

 

“มีอะไร”

 

 

 

“เลิกทำงานเหอะ อีกตั้งสองวันกว่าจะส่ง”

คยูฮยอนที่นอนยืดตัวยาวๆอยู่บนเตียงยืดขายาวๆมาใช้แทนมือเพื่อสะกิดทงเฮที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานไม่ไกลจากเตียงนอนมากนัก

 

 

 

“ก็พรุ่งนี้ต้องส่งไปให้ซองมินรวมงานนี่นา”

ทงเฮขยับกรอบแว่น พลางหันกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ดังเดิมอีกครั้ง

 

 

 

“ทงเฮอา ~

“ทงเฮๆๆๆ”

เสียงเรียกเชิงออดอ้อนจนมากเกินพอดีเรียกให้ทงเฮหันไปมองอีกครั้งได้ในที่สุด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น

 

 

 

“อะไร คยูฮยอน”

คนน่ารักถามเสียงเขียว พลางจ้องมองไปยังคนตัวโตๆที่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียง

 

 

 

“เลิกทำงาน แล้วมาขึ้นเตียงกันนะ”

สิ้นคำนั้น ทงเฮที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกรวบเอวแล้วโยนลงไปบนที่นอนนุ่มๆ ร่างสูงของคยูฮยอนพลิกตัวนอนคร่อมร่างบอบบางของทงเฮ พลางส่งยิ้มกว้างไปให้คนใต้ร่างอย่างอารมณ์ดี

 

 

 

“ไม่เอาๆๆๆๆ คยูฮยอน”

คนตัวเล็กถีบขาคู่พลางดิ้นไปมา หากแต่ไร้ผล เมื่อถูกวงแขนแกร่งกักขังเอาไว้จนดิ้นไปไหนไม่ได้

 

 

 

“ทงเฮไม่รักคยูฮยอนหรอ”

รอยยิ้มค่อยๆจางหายไปจากใบหน้า ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยสีหน้าจริงจัง คยูฮยอนจ้องมองไปยังดวงตาของทงเฮพลางเอ่ยถาม

 

 

 

“เอ่อ ก็ ก็รัก”

คนตัวเล็กตัวสั่นอยู่ใต้ร่าง พลางเอ่ยตอบด้วยเสียงแผ่วเบา

 

 

 

“ไม่เชื่อใจกันหรอ”

 

 

 

“ก็นายมันเพลย์บอย เจ้าชู้ไปทั่ว จะให้ชั้นเชื่อได้ยังไงล่ะ”

“ถ้าเกิดนายทิ้งชั้นขึ้นมาล่ะ”

 

 

 

“ไม่เอาน่า ผมรักทงเฮนะ”

คยูฮยอนเอ่ยบอกชิดริมฝีปากบางๆของทงเฮด้วยเสียงนุ่มทุ้ม จนคนตัวเล็กอดหวั่นไหวไม่ได้

 

 

 

“เชื่อผมเถอะ”

“เกี่ยวก้อยสัญญาเลยอ่ะ”

นิ้วก้อยเรียวยาวยกขึ้นมาตรงกลางระหว่างใบหน้าทั้งสอง

 

 

 

ลังเล ทงเฮนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะค่อยเกี่ยวนิ้วก้อยเรียวเล็กๆเข้ากับนิ้วยาวๆตรงหน้า

 

 

 

เสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นที่สวมใส่ถูกถอดออกไปด้วยฝีมือของคนทั้งคู่ ก่อนที่ร่างกายเปลือยเปล่าจะพันเกี่ยว คลอเคลียกันอยู่แทบไม่ห่างไปไหน รอยแดงๆที่ประทับอยู่บนผิวกายขาวจัดของทงเฮนั้นเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อยามที่ใบหน้าหล่อคมของคยูฮยอนนั้นเคลื่อนผ่าน พร้อมกับขมเม้มประทับรอยไปตามเส้นทาง

 

 

 

จูบร้อนแรงถูกปรนเปรอให้กันแทบจะตลอดเวลา เรียวลิ้นพันเกี่ยวกันไปมาแม้ในยามที่ริมฝีปากผละห่างออกจากกัน สองมือไขว่คว้า ลูบไล้ เค้นคลึงให้กันและกันอย่างไม่ขาดเพื่อปรนเปรออารมณ์ที่กำลังพุ่งขึ้นจวบจวนถึงขีดสุด

 

 

 

สองร่างซ้อนประทับกัน ผสานกายเป็นหนึ่งเดียว ไร้ซึ่งคำพูดใดใด ปล่อยให้ร่างกายเป็นตัวสื่อสารถึงกันและกัน ขับเคลื่อนไปในจังหวะเดียวกัน แนบชิด ออกห่าง แล้วกลับมาแนบชิดกันอีกครั้ง

 

 

 

เหงื่อไคลไหลโทรมกาย ในขณะที่กิจกรรมหนักหน่วงยังคงดำเนินต่อไปไม่ได้หยุด การขยับกายปรับเปลี่ยนท่าทางให้การแนบชิดเป็นไปอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นดำเนินไปพร้อมกับรสจูบหนักๆที่ร่างสูงนั้นเป็นผู้มอบให้ไม่ได้ขาด

 

 

 

ความเจ็บปวดที่แล่นริ้วค่อยๆจางหายไป ก่อนที่จะถูกทดแทนด้วยความหฤหรรษ์ ความสุขที่ยากจะบรรยาย ความสุขที่สุดดำเนินมาถึง ก่อนที่มันจะจากไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่หยาดน้ำอุ่นๆถูกเติมเต็มให้กับร่างเล็กๆนั้น

 

 

 

“คยูฮยอน เอาออกไปสิ”

ทั้งที่หมดเรี่ยวแรง ทงเฮดันอกแกร่งของคนบนร่างให้ออกห่าง พลางเอ่ยบอก

 

 

 

“ไม่เอาอ่ะ รอก่อน”

 

 

 

“รออะไร เอาออกไปน่า”

ทงเฮหน้าแดงแปร๊ดเมื่อนึกถึงกิจกรรมรักเมื่อครู่ หากแต่ยังคงผลักไสคนรักให้ออกห่างไปเสียที

 

 

 

“รอมันพร้อมอีกรอบ”

“นะๆๆ คยูฮยอนจะเอาอ่ะ คยูฮยอนอยากได้ทงเฮ”

และแดล้วความโรแมนติกมันก็หายไป พร้อมๆกับความปัญญาอ่อนของคุณแฟนของทงเฮ ที่ในตอนนี้มันเริ่มดีดดิ้นบิดตัวไปมาราวกับเด็กเอาแต่ใจ

 

 

 

“นี่ อยู่นิ่งๆสิ มันสะเทือนเข้าใจมั้ย”

“อะ อืมมมม”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

… The End …

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk :: เรื่องนี้ขอมอบให้มป.สุดที่รัก และออ.ที่รักมากกว่า ^^

สองคนที่ชอบมาเป่าหูว่า “คยูเฮๆๆ”

 

 

ของคุณรูปข้างบนนั้น ที่ทำให้กรี๊ดแตก แล้วก็เริ่มแต่งในทันที หุหุ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet



ตอนจบแอบบหื่น

555+

น่ารักดีค่ะ

#1 By Janeiiz__,, on 2009-02-26 16:23