[SF] GAZE IV
posted on 19 Feb 2009 02:00 by borimaxii in GAZEGaze
Kibum x Donghae
By borin
Face the TRUTH*
ขายาวๆภายใต้กางเกงสีเข้มเนื้อดีก้าวเร็วๆอย่างรีบร้อนผ่านทางเดินคลุ้งฝุ่นสวนกลับไปตามเส้นทางเดิมที่เพิ่งถูกใช้งานไปเมื่อครู่ ฮันกยองเร่งฝีเท้าเพื่อเพิ่มความเร็วให้จังหวะการเดินหากแต่ไม่ถึงกับวิ่ง ดวงตาคู่เรียวภายใต้แว่นเรย์แบนด์อันโปรดยังคงเบิกกว้างค้าง ในขณะที่ภาพที่ได้เห็นมากับตาเมื่อครู่ยังคงชัดเจนในความทรงจำ ความคิดมากมายไหลแล่นไปมาภายในสมองเพื่อหาทางออกให้กับปัญหา
แต่เหมือนกับว่า ยิ่งคิดเท่าไหร่ ฮันกยองก็จะยิ่งจนมุมให้กับปัญหาเท่านั้น …
…
นิ้วเรียวยาวเคาะข้างถ้วยกาแฟสีขาวที่สีกระเทาะสึกกร่อนไปตามกาลเวลานั้นไปมาเป็นจังหวะให้พอได้คลายอาการเบื่อ คิมฮีชอลไม่ใข่คนที่มีความอดทนสูง ทุกๆคนที่สนิทสนมหรือแม้แต่รู้จักกันอย่างผิวเผินก็คงจะรู้ความจริงข้อนี้เป็นอย่างดี หากแต่ในสถานที่แบบนี้ ฮีชอลพอใจที่จะอดทนนั่งรอ มากกว่าที่จะต้องไปเดินลุยฝุ่นดินสีหม่นๆนั่นให้มันลอยคลุ้งมาเปรอะเปื้อนกางเกงสีแดงตัวโปรดตัวนี้เป็นแน่แท้
ฮีชอลลอบถอนหายใจแรงๆ หลังจากที่กวาดตามองไปรอบๆตัวอย่างพิจารณา ’นี่คือร้านกาแฟที่หรูที่สุดที่ละแวกนี้’ นั่นคือคำพูดที่ชาวบ้านหลายๆคนตอบกลับมาเมื่อเขาตัดสินใจออกปากถามถึงความเจริญตั้งแต่ครั้งแรกที่เหยียบย่างลงบนพื้นดินแห่งนี้ ใบหน้าได้รูปที่ดูสวยหวานยิ่งไปกว่าสตรีเพศเรียบเฉยเสียจนเกือบจะกลายเป็นสีหน้าเหยียดๆ ฮีชอลขยับขาข้างหนึ่งขึ้นไขว้ทับขาเรียวอีกข้างพลางเหลือบมองอุปกรณ์สื่อสารคู่ใจสีแดงเมทัลลิคนั้นอีกครั้ง หน้าจอแสดงผลขึ้นสัญลักษณ์บ่งบอกว่า ณ ที่แห่งนี้ ไร้ซึ่งสัญญาณโทรศัพท์อย่างสิ้นเชิง
เสียงฝีเท้าและจังหวะการเดินที่คุ้นหูดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆจากทางด้านหลัง คิมฮีชอลเผลอยิ้มกว้าง ก่อนจะค่อยๆหันไปมองต้นเสียง
“เป็นไง ฮันกยอง เจอน้องชั้นมั้ย”
คนสวยเอ่ยถามอย่างร้อนใจในทันทีที่ร่างสูงโปร่งของฮันกยองหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกัน
“…”
ไร้ซึ่งคำตอบใดๆ มีเพียงดวงตาเรียวๆตามแบบฉบับของคนจีนที่จ้องกลับมาอย่างไม่ได้รู้สึกกลัวเกรงอะไรคนสวยตาดุที่เอาแต่จ้องเค้นจะเอาคำตอบที่ต้องการ
“นี่ฮันกยอง ชั้นถาม ทำไมไม่ตอบ”
เสียงหวานเอ่ยย้ำถามเสียงขุ่น ระดับเสียงที่เพิ่มขึ้นนั้นทำให้ผู้คนที่รักความสงบรอบๆตัวต่างมองมายังโต๊ะของฮันกยองกับฮีชอลเป็นตาเดียว
“ใจร้อนจริง ชั้นเหนื่อยนะ ให้ไปวิ่งซะรอบหมู่บ้าน”
“ชั้นไม่ได้อยากรู้ ว่านาย …”
“ฮีชอล … ทงเฮน่ะ ชั้นไม่เจอหรอก”
ฮันกยองเอ่ยปรามคนรักเสียงอ่อน ก่อนที่จะตัดสินใจเอ่ยตอบคำถาม
“ฮันกยอง”
ดวงตากลมโตที่แสนดุเมื่อครู่ ในตอนนี้วูบแสงลงอย่างฉับพลันในทันทีที่ได้ยินคำตอบจากปากของคนรัก ฮีชอลส่งสายตาผิดหวังอย่างเต็มที่ไปยังฮันกยอง
“ฮันกยอง นายคิดว่าชั้นเป็นใคร …
นายคิดว่านายสามารถหลอกคิมฮีชอลได้งั้นหรอ”
“พาชั้นไปหาน้องชั้นเดี๋ยวนี้ !!!”
“อีกไกลแค่ไหนเนี่ย”
“นายพาชั้นมาอ้อมโลกรึไง”
ร่างบอบบางที่เดินนำลิ่วๆอยู่ตรงหน้าหยุดเดินก่อนจะหันมาเอ่ยถามฮันกยองที่กำลังเดินตามมาติดๆเสียงขุ่น
“เลี้ยวซ้ายข้างหน้านี่ล่ะ”
“เลี้ยวแล้วยังไง เลี้ยวแล้วถึงโซลรึเปล่า”
“คิมฮีชอล เลิกกวนซักทีน่า”
ฮันกยองเอ่ยปรามคนรักขี้หงุดหงิดพลางก้าวเร็วๆมาประชิดตัว ก่อนจะวาดแขนโอบรอบเอวบางๆให้เดินต่อไปพร้อมๆกัน
แขนยาวๆอุ่นๆที่โอบเอวอยู่นั้นทำให้คนใจร้อนเป็นไฟอย่างคิมฮีชอลสงบลงจนกลายเป็นแมวเชื่องๆตัวหนึ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ จังหวะการก้าวเดินอย่างรีบเร่งเมื่อครู่ถูกปรับให้ช้าลงกว่าเดิมมาก ในขณะที่ทั้งสองคนค่อยๆเลี้ยวผ่านซอกตึกแถวเก่าๆตรงหน้า ผ่านไปสู่ถนนตรงหน้าร้านหนังสือเล็กๆนั้นในที่สุด
“แถวนี้หรอ”
ฮีชอลเอ่ยถามเสียงแผ่ว พลางมองไปรอบๆตัว … ร้าง นี่มันเมืองร้างชัดๆ
“ร้านหัวมุมตรงนั้น”
“ทงเฮ…”
ฮีชอลครางชื่อน้องชายสุดที่รักเสียงแผ่ว หลังจากนึกสภาพเจ้าหนูตัวเล็กนั่นต้องมาลำบากในสถานที่แบบนี้ ใบหน้าสวยคมสบัดไปมาเบาๆสองสามครั้งพลางลบภาพภายในใจนั้นทิ้งไป
“ปล่อยได้แล้วน่า คิบอม”
ช่องทางเดินแคบๆระหว่างชั้นวางหนังสือสองชั้นที่วางตั้งหันหน้าเข้าหากันยังคงปรากฏร่างสองร่างของคิบอมและทงเฮ แผ่นหลังบอบบางของคนตัวเล็กถูกผลักให้แนบชิดติดไปกับสันหนังสือปกแข็งนับสิบเล่มที่วางเรียงรายไว้บนชั้นวาง ทงเฮกำลังถูกกัดขังอยู่ในวงแขนของคิบอม โดยมีมืออุ่นๆอีกข้างประคองเอวบางเอาไว้ไม่ยอมปล่อยไปเสียที
ใบหน้าหวานๆของคนในวงล้อมนั้นแดงระเรื่ออีกครั้ง เมื่อหวนนึกถึงรสจูบร้อนแรงที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นลงไปเมื่อครู่ใหญ่ๆ ดวงตาคู่คมของร่างสูงที่ยืนคร่อมอยู่จ้องมองมายังทงเฮไม่ยอมเบนจากไปไหน ดวงตาที่เปี่ยมรักและแสนอบอุ่นกักขังทงเฮเอาไว้ไม่ให้ขยับเคลื่อนตัวไปไหนได้เลย
“อะแฮ่ม”
เสียงกระแอมไอไม่ดังมากนักที่ดังขึ้นจากทางหน้าร้านหลังจากเสียงเปิดประตูทำให้คนสองคนจำต้องผละห่างออกจากกันในที่สุด คิบอมก้าวเดินเร็วๆตรงไปทางหน้าร้าน ปล่อยให้คนตัวเล็กจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ให้เข้าที่ ก่อนจะค่อยๆเดินตามไป
“สวัสดีครับ”
ด้วยลักษณะท่าทางที่ดูยังไงก็ไม่ใช่คนแถวนี้ คิบอมจึงเลือกเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ
“สวัสดีครับ”
ร่างสูงโปร่งที่เพิ่งเดินเข้ามาภายในร้านเอ่ยทักตอบ ก่อนที่จะค่อยๆถอดแว่นเรย์แบนด์อันหรูที่สวมใส่ปิดบดบังดวงตานั้นออกมาถือไว้
“ต้องการหนังสือ …”
“พี่ฮันกยอง!!!”
ทงเฮที่เพิ่งเดินตามคนรักออกมาตะโกนเรียกชื่อผู้มาใหม่เสียงดังลั่น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างอย่างตกใจ
“นี่ฮันกยอง นายไม่รอชั้นอีกแล้วนะ”
ร่างบอบบางของคิมฮีชอลคนสวยเพิ่งเดินตามาฮันกยองเข้ามาในร้านพลางเอ่ยปากบ่นคนรักของตัวเองไม่หยุดปาก
“พี่!!!”
ทงเฮตะโกนลั่นหลังจากที่ได้เห็นใบหน้าของอีกคนที่เดินตามเข้ามาจนเต็มตา ดวงตาใสส่องประกายของน้ำในตาเพียงชั่วครู่ ก่อนที่มันจะกลั่นตัวรวมกันกลายเป็นน้ำตาหยดใสไหลรินลงมาจากดวงตาคู่นั้น
คนที่คิดถึงที่สุด และคนที่ไม่อยากเจอหน้าที่สุด กลับมายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว … ทงเฮจะต้องทำยังไงกัน
“ทงเฮ ใครแกล้งเราน่ะ”
พี่ชายผู้รักน้องยิ่งกว่าอะไรทั้งมวลก้าวข้ามตั้งหนังสือกองโตที่วางกองเอาไว้ตรงข้างทางเดินนั้น พลางดันไหล่กว้างของคนรักที่ยืนขวางทางอยู่นั้นให้หลีกไปพ้นทาง ก่อนจะก้าวเท้าเร็วๆตรงไปหาน้องสุดที่รักแล้วสวมกอดคนตัวเล็กที่กำลังยืนร้องไห้สะอื้นแรงๆนั้นเอาไว้แนบอก พลางลูบไปมาบนแผ่นหลังบอบบางอย่างอ่อนโยน
“ไม่ร้องแล้วนะ ตัวเล็ก”
“พี่อยู่นี่แล้วไง”
ฮีชอลตบเบาๆที่ไหล่บอบบางพลางรั้งให้ทงเฮออกจากอ้อมกอด ก่อนที่นิ้วเรียวๆจะปาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนจนหมด
“พี่ฮีชอลลลล”
คนตัวเล็กส่งเสียงเรียกชื่อพี่ชายสุดที่รักอย่างออดอ้อน ก่อนที่ตัวเล็กๆนั้นจะโผเข้ากอดพี่ชายร่างบางอีกครั้ง
“ฮีชอลเป็นพี่ชายทงเฮน่ะ”
ฮันกยองที่ยืนกอดอกยิ้มกว้างให้กับท่าทางน่ารักๆของคนรักและน้องชายตัวเล็กเอ่ยพูดขึ้นหลังจากที่เห้นท่าทางงงเหลอหลาของคิบอมที่ยืนอยู่ใกล้ๆกัน
“ชั้นทนเห็นฮีชอลนั่งซึมไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว”
“เลยต้องพามารับเจ้าตัวเล็กกลับ”
คิบอมไม่ได้สนใจฮันกยองที่เอ่ยเล่านู่นเล่านี่ให้ฟังอีกแล้ว ภาพตรงหน้าคือพี่ชายกับน้องชายตัวเล็กกอดกันแนบแน่นพลางเอ่ยถามสารทุกข์สุขดิบ หากแต่ภายในใจของคิบอมกลับมีเพียงแค่ภาพของทงเฮกำลังค่อยๆเดินจากไป … ไกลออกไป
…
“นั่งคุยกันไปก่อนนะครับ เดี๋ยวผมไปหาอะไรอุ่นๆมาให้”
คิบอมเดินนำฮีชอลและฮันกยองมายังโต๊ะรับแขก หรืออันที่จริงก็คือโต๊ะอเนกประสงค์ที่เจ้าตัวเอาไว้นั่งทำนู่นทำนี่ แม้กระทั่งทานอาหาร
“งั้นเดี๋ยวเราไปช่วยนะ”
คนตัวเล็กที่เพิ่งจะหย่อนตัวลงนั่งข้างๆพี่ชายคนสวยเอ่ยร้องบอก พลางขยับตัวลุกขึ้น
“ไม่ต้อง ทงเฮ”
“นั่งคุยกับพี่ตรงนี้ดีกว่า”
คิมฮีชอลส่งเสียงห้าม ในขณะที่เอื้อมมือไปรั้งข้อมือบางของทงเฮเอาไว้
“แต่ว่า …”
“นั่งคุยกันไปเถอะครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง”
คิบอมเอ่ยขัดขึ้นในทันทีที่ทงเฮอ้าปากจะเริ่มท้วง ก่อนที่จะเดินหายเข้าไปหลังร้าน
“ป๋าเป็นห่วงนายมากนะ เจ้าตัวเล็ก”
“อยู่ดีดีก็หายตัวไปเป็นเดือนแบบนี้”
ฮีชอลจับมือเล็กๆของน้องชายเอาไว้แน่น ในขณะที่เอ่ยบอก
“นายเป็นห่วงน้องมันก็บอกไปซิ มัวแต่อ้างคนนู้นคนนี้อยู่นั่นล่ะ”
“ทงเฮ ทุกคนเป็นห่วงเรานะ แต่ที่อาการหนักสุดคงจะเป็นพี่ชายเรานั่นแหละ”
“นี่ ฮันกยอง อย่าขัดชั้นได้มั้ย”
“เจ้าพาดาน้อยมันก็ฝากบอกว่าคิดถึงพี่ชายมากๆเลยนะ”
“ส่วนไอ้คยูฮยอนมันก็มาหานายทุกวี่ทุกวัน พี่ล่ะรำคาญจริงๆ”
พี่ชายหน้าสวยไล้นิ้วไปตามโครงหน้าหวานของน้องชาย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นลูบกลุ่มผมนุ่มๆนั้นแทน ในขณะที่ปากสีสดก็ขยับพูดไปเรื่อยๆ
“คยูฮยอน … คยูฮยอนตามหาผมงั้นหรอฮะ”
ทงเฮช้อนสายตามองหน้าพี่ชาย พลางเอ่ยถามเสียงแผ่วเมื่อชื่อหนึ่งชื่อในประโยคบอกเล่าเรื่อยเปื่อยของฮีชอลกลับสะกิดใจได้อย่างประหลาด
“พี่ไล่มันไปแล้ว อย่าไปสนใจคนอย่างนั้นเลยนะ ทงเฮ”
“ตัวเล็ก อย่างร้องไห้สิ โถ่”
ฮีชอลโผเข้ากอดปลอบน้องชายตัวเล็กที่เริ่มมีน้ำใสใสหลั่งรินออกจากดวงตาอีกครั้ง พลางเอ่ยนึกโทษตัวเองอยู่ภายในใจที่ลืมนึกถึงความจริงบางอย่างไป
“ทงเฮ กลับไปกับพวกพี่นะ”
หลังจากนั่งนิ่งๆฟังสองพี่น้องเอ่ยถามสารทุกข์สุขดิบบอกเล่าความเป็นห่วงเป็นใยมานานสองนานแล้ว ในที่สุดฮันกยองก็ตัดสินใจทำลายบรรยากาศอบอุ่นนั้นลง ด้วยการเอ่ยเข้าเรื่องในธุระที่นำพาเอาทั้งสองคนมาที่นี่
“…”
“ทงเฮ หน้าเราดูโทรมๆนะ”
“พี่รู้จักร้านนวดหน้าร้านใหม่ ไว้กลับโซลแล้วเราไปนวดกันนะ”
“ผมอยากทำเล็บจังเลยฮะ”
ทงเฮเอ่ยอ้อนพี่ชายพลางยกมือเล็กๆของตัวเองชูให้ฮีชอลดู
“ทำไมมันกุดงี้เนี่ย อยู่ที่นี่ทำงานหนักหรอเราน่ะ”
“ไว้กลับไปเราไปทำเล็บกันด้วยนะ”
คำพูดออดอ้อนพี่ชายของทงเฮที่คิบอมเดินมาได้ยินพอดีนั้นทำให้หัวใจกระตุกวูบ ทั้งๆที่คิดเสมอว่าที่ทงเฮยอมอยู่กับเขาที่นี่ก็เพราะว่ารัก … รัก แล้วทำไมถึงได้พูดถึงการจากไปได้อย่างง่ายๆแบบนี้นะ
มือใหญ่กำเข้าหากันแน่น ก่อนที่คิบอมจะก้าวเร็วๆผ่านสามคนที่นั่งอยู่รอบๆโต๊ะตัวเล็กนั้นออกไปยังหน้าร้าน และเปิดประตูเดินออกไป
“คิบอม!!”
ทงเฮที่วิ่งตามคนรักออกมาในทันทีเอ่ยเรียก พลางเดินเข้าไปหยุดยืนใกล้ๆ
“…”
“คิบอมเป็นอะไรไปน่ะ”
คนตัวเล็กก้าวเข้าไปประชิดร่างสูง แล้วกำชายเสื้อของคิบอมเอาไว้แน่น
“ไม่มีอะไรหรอกครับ”
“นี่ทงเฮเก็บของรึยังนะ”
คิบอมหันหน้าเข้าหาร่างบางแล้วเอ่ยถาม ใบหน้าหล่อคมประดับเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม ที่ดูเพียงแค่ผิวเผินก็พอจะรู้ว่าไม่ได้มาจากใจ
“เก็บของ? เก็บทำไม”
“ยังไม่ได้เก็บอีกหรอครับ แย่จริงนะ
ให้พี่เค้ารอนานไม่ดีนะครับ ทงเฮรับไปเก็บเสื้อผ้าเถอะ”
คิบอมดันไหล่บางของทงเฮให้พลิกตัวเดินกลับไปยังประตูหน้าร้าน พร้อมกับเอ่ยพูด
“คิบอม”
“…”
“คิบอม”
“ทงเฮจะหนีผมไปจริงๆหรอ”
“ทงเฮ”
ทงเฮไม่ได้เอ่ยตอบอะไร ร่างเล็กโผเข้ากอดร่างหนาของคนรักแน่น ก่อนที่จะเขย่งตัวขึ้นประทับจูบลงที่ริมฝีปากอุ่นร้อนของคิบอม
เพียงแค่ปากสัมผัสปาก แน่นิ่ง เนิ่นนาน
“ทงเฮรักคิบอมนะ”
เสียงหวานเอ่ยบอกคนรักหลังจากที่ถอยห่างจากสัมผัสลึกซึ้งเมื่อครู่แล้ว
“ทงเฮกลับเข้าไปข้างในก่อนนะ ผมจะไปซื้อใบชามาชงให้พี่ๆเค้า”
คิบอมขยี้ศีรษะกลมๆของคนรักเบาๆสองสามครั้ง ก่อนจะส่งยิ้มกว้างไปให้แล้วดันคนตัวเล็กให้เดินกลับไป
…
เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ประตูทั้งสี่บานถูกปิดสนิทลง ตัวรถค่อยๆเคลื่อนที่จากที่จอดแน่นิ่งมากว่าครึ่งค่อนวัน ล้อรถยนต์ราคาแพงค่อยๆหมุน ก่อนที่มันจะเร่งความเร็วนำพาให้ตัวรถเคลื่อนผ่านตัวอาคารที่ตั้งเรียงรายอยู่ออกมาเรื่อยๆ
ดวงตาคู่ใสจ้องมองผ่านหน้าต่างกระจกใสใสตรงข้างตัวออกไปมองทิวทัศน์ด้านนอก สายตาที่แสนจะเว้าวอน …
… คิบอม เราขอโทษ
…TBC…
ตั้งลิมิตไว้ที่ห้าตอน จะจบมั้ย???
จริงๆอยากเอารูปยัดกล่องเม้นด้วย .. แต่ขี้เกียจ อิอิ ~
>>>
อันนี้ที่แกบอกป้ะ .. ของคลับบอค?
เราลองจิ้มไป .. มันให้เซฟเพลงเลยอ้ะ .. เจ๋งๆ ..
(แอบไปลองทำมาและ .. เพิ่งรู้ว่ายังมียูสเป็นของตัวเอง -*- แต่แค่เอาไปยัดไว้ในบล็อกสำรองแหละ .. เพราะเรามีอะไรที่มันน่ารักกว่า -- ตรงไหน? 55+)
เม้นเวิ่นเว้อว่ะ .. ทำไมแกฟิตจังเนี่ย .. ?
แต่ฟิกไปกี่ตอนละ -*- อิจฉา ..
สรุปว่า .. เราได้นอนตอนเก้าโมงแหละ .. เพิ่งตื่น 55+
#1 By Drunk Whale* on 2009-02-19 13:14