[SF] Footstep

posted on 19 Feb 2009 16:24 by borimaxii  in ShortFic

FOOTSTEP

Kibum x Donghae

By borin

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

FOOTSTEP*

 

 

 

 

 

 

หลายๆคนเคยบอกเอาไว้ ว่าแท้ที่จริงแล้ว หัวใจของคนเราที่ว่ากันว่าแข็งแกร่งนักหนานั้น มันก็เปราะบางไม่ต่างไปจากแก้วเนื้อบาง

 

 

 

แค่แรงบีบจากปลายนิ้วก็เพียงพอที่จะทำให้มันแตกละเอียดเป็นเศษเล็กเศษน้อยได้แล้ว

 

 

 

 

แก้วนั้นบางใส สามารถมองเห็นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แล้วจิตใจของคนเราล่ะ? จะสามารถมองเห็นมันได้มั้ย

 

 

 

 

 

 

 

 

*

 

 

 

 

 

 

 

 

รองเท้าสลิปเปอร์นุ่มๆสองคู่ถูกถอดวางไว้เคียงข้างๆกัน ไม่ได้ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เหมือนกับว่าเจ้าของมันทั้งสองคู่จะไม่ได้ใส่ใจอะไรในตอนที่ออกแรงสะบัดมันให้พอหลุดออกจากเท้าไปเพียงเท่านั้น

 

 

 

เปลือกตาวาวแสงบางเฉียบที่ปิดสนิทลงบดบังแสงสว่างจ้าในยามเช้าไม่ให้เข้าไปสัมผัสดวงตาใสใสคู่สวยที่ซ่อนอยู่ภายในนั้นค่อยๆกระพริบซ้ำๆถี่ๆสองสามครั้ง ก่อนที่มันจะเปิดปรือขึ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาสีสวยที่ส่องประกายท้าทายแสงแดดอย่างไม่กลัวเกรง ดวงตารีเรียวได้รูปนั้นค่อยๆลืมเปิดขึ้นเพื่อปรับตัวให้เข้ากับแสงแดดจ้าจนในที่สุดก็เปิดกว้างสู้แสงแดดได้ตามปกติ

 

 

 

อากาศยามเช้าในวันนี้สดชื่นกว่าเมื่อหลายๆวันที่ผ่านมา แสงจ้าๆส่องทอดลงมาอาบไล้ข้าวของและเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนอนสีขาวผ่านทางผนังกระจกใสใสที่คั่นกลางระหว่างตัวห้องนอนกับระเบียงภายนอก ทงเฮขยี้ตาแรงๆครั้งหนึ่งเพื่อไล่ความขุ่นมัวของการมองเห็นและความง่วงที่ยังไม่หายไปนั้นออกไป ก่อนที่จะเริ่มมองสำรวจไปรอบๆตัว ไล่ตั้งแต่เพดานห้องสีขาวสะอาด ผนังทาสีขาวเรียบๆ ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะมาหยุดลงที่แขนยาวๆที่วางพาดค้างเอาไว้บนเอวบอบบางของทงเฮเหนือผ้าห่มนวมผืนหนาที่ถูกห่มทับเอาไว้อย่างลวกๆ

 

 

 

เจ้าของวงแขนที่โอบเอวเล็กเอาไว้แน่นทั้งๆที่ยังคงหลับสนิทขยับกระชับอ้อมกอดพลางซุกใบหน้าเข้ากับไหล่บอบบางของคนที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นจนเต็มตาแล้ว ทงเฮเพียงแค่คลี่ยิ้มบางๆอย่างเป็นสุขที่มุมปากทั้งสองข้าง พลางพลิกตัวนอนตะแคงให้อีกคนได้กระชับกอดได้อย่างแนบแน่นมากขึ้น

 

 

 

ดวงตาเรียวสวยที่รีเล็กลงไปตามอาการยิ้มค่อยๆเบิกโตขึ้นกลับสู่สภาพปกติ ภาพของรองเท้าสลิปเปอร์สองคู่ที่วางคู่กันบนพื้นข้างๆเตียงกว้างที่เจ้าของทั้งสองใช้อาศัยหลับนอนอยู่นั้นทำให้ใบหน้าขาวๆของทงเฮขึ้นสีระเรื่อ ภาพคนสองคนที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยจนเกือบจะกลายเป็นเปลือยเปล่าแนบชิดนัวเนียกันจนแทบแยกออกจากกันไม่ออก ริมฝีปากเฝ้าแต่จะจู่โจมกันและกันจนละไปตามซอกคอ และแผ่นอก มือไม้ลูบไล้ไปตามทรวดทรงของร่างกายไม่ยอมหยุดนิ่ง ก่อนที่จะสลัดรองเท้าสลิปเปอร์ออกจากเท้าแล้วล้มลงไปนัวเนียกันต่อบนเตียงนุ่มๆ

 

 

 

“ยิ้มอะไรอยู่คนเดียว”

ลมอุ่นๆที่ถูกเป่าออกมาเบาๆอย่างจงใจพร้อมคำถามนั้นทำให้ทงเฮเผลอสะดุ้งเบาๆ ก่อนจะหันหน้ามามองเจ้าของเสียงที่ในตอนนี้ขยับตัวรั้งเอวบางๆของทงเฮให้เข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น

 

 

 

“เปล่านี่”

คนตัวเล็กหัวเราะคิกคักพลางบิดกายไปมาอยู่ในอ้อมกอดแกร่ง

 

 

 

“ไม่เอานะ ซีวอน”

ทงเฮยันอกแกร่งของอีกคนเอาไว้สุดแขนเมื่อร่างสูงตั้งท่าจะจู่โจมพื้นที่ขาวๆตรงซอกคอนั้นด้วยริมฝีปากร้อนๆ หากแต่ใบหน้าหวานก็ยังคงมีรอยยิ้มกว้างแต่งแต้มอยู่ ไม่ได้จางหายไป

 

 

 

“ทงเฮ

 

 

 

“ขอโทษ คิบอม เราขอโทษ”

รอยยิ้มหวานๆของทงเฮจางหายไป ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยร่องรอยแห่งความรู้สึกผิดที่ส่งไปให้เจ้าของอกอุ่นๆที่นอนอยู่ข้างๆกัน

 

 

 

คิบอมไม่ได้เอ่ยตอบอะไร หากแต่ขยับตัวลุกขึ้นนั่งที่ขอบเตียง ก่อนจะหยิบเอาผ้าจนหนูที่อยู่ใกล้มือมาพันร่างกายท่อนล่างแล้วลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไป

 

 

 

คิบอม คิบอม คิบอม ยากนักหรอ อีทงเฮ แค่เรียกชื่อคิบอม คิบอม ไม่ใช่ ซีวอน

 

 

 

 

 

 

 

 

*

 

 

 

 

 

 

 

ภายในรั้วมหาวิทยาลัยอันกว้างใหญ่ร่มรื่น ยามเช้าแบบนี้ก็เช่นเดียวกับในทุกๆวัน เหล่านักศึกษาที่มีเรียนในภาคเช้าต่างก็มาจับจองที่นั่งบนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือไม่ก็ไปจับจองโต๊ะไม้ตัวยาวภายในโรงอาหาร เพื่อใช้เวลาว่างก่อนเข้าคาบเรียนไปในการทบทวนบทเรียน ปั่นรายงาน หรือแม้แต่นั่งพูดคุยเอ่ยถามสารทุกข์สุขดิบกัน

 

 

 

“ทำไมแกทำหน้าอย่างนั้นล่ะ ทงเฮ”

ซองมินที่เพิ่งจะเดินกึ่งวิ่งตรงรี่เข้ามาหาเพื่อนรักเหวี่ยงกระเป๋าสะพายใบโปรดขึ้นไปวางบนโต๊ะตรงหน้า พลางเอ่ยถาม ก่อนที่จะหย่อนตัวลงนั่งข้างๆทงเฮ

 

 

 

“ยังไงหรอ”

มือเล็กทั้งสองข้างประกบที่ข้างๆแก้มใสพลางเอ่ยถามซองมินตาโต

 

 

 

“หน้าซึมแบบนี้ ทะเลาะกับคิบอมมาล่ะสิ”

 

 

 

“หน้าชั้นมันเขียนไว้แบบนั้นหรอ”

ทงเฮเบิกดวงตาคู่สวยนั้นให้โตมากขึ้นไปอีก ในขณะที่เอ่ยถามย้อนซองมินอย่างนึกแปลกใจ

 

 

 

“เปล๊า แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องนี้ มันจะมีเรื่องอะไรอย่างอื่นที่ทำให้แกซึมได้อีก”

 

 

 

ซองมินไม่ได้พูดอะไรผิดไปแม้แต่นิดเดียวเลยจริงๆ เพราะหลังจากที่ทงเฮต้องทนทรมานเนื่องจากอกหักจากพ่อคาสโนว่าสุดหล่อเชวซีวอน ที่กิ๊กคนนู้น กิ๊กคนนี้ไปทั่วมหาวิทยาลัยจนทงเฮทนไม่ได้ต้องบอกเลิกเสียเอง แล้วมีหนุ่มฮอทอย่างคิมคิบอมที่ได้โอกาสขยับฐานะของตัวเองจากเพื่อนสนิทไปเป็นคนรู้ใจ จนอยู่ในช่วงอินเลิฟตลอดเวลามาได้กว่าครึ่งปีแล้ว ก็ยังหาสาเหตุอื่นที่จะทำให้อีทงเฮคนสวยสุดเพอร์เฟ็คต้องมานั่งซึมกระทือแบบนี้ไม่ได้เลยแม้แต่ข้อเดียว

 

 

 

“ก็นั่นสิเนอะ ชั้นมันแย่จริงๆเลย”

ทงเฮยกแขนขึ้นตั้งท้าวคาง ใบหน้าหวานเผยร่องรอยแห่งความกังวล

 

 

 

“มีเรื่องอะไรกัน แล้วคิบอมมันหายไปไหนของมัน”

“ทงเฮ”

ซองมินเอ่ยถามอีกครั้ง ก่อนจะเรียกชื่อหนึ่งในเพื่อนรักเสียงแข็งเมื่อไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆจากเพื่อนคนสวย

 

 

 

“ไม่รู้ เมื่อเช้าชั้นหนีออกมาก่อน”

“เค้าไม่ยอมพูดด้วยตั้งแต่ตื่นแล้ว”

คำตอบของทงเฮทำให้ซองมินเบิกตากลมๆนั้นกว้างขึ้นกว่าปกติถึงเท่าตัว ก็พอจะรู้อยู่หรอกว่ามันสองคนคงจะไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว แต่พอมาได้บินอะไรล่อแหลมๆแบบนี้ก็อดที่จะตกใจไม่ได้ ก็เพื่อนสนิทเค้าทั้งคู่นี่นะ

 

 

 

“โทรไปหามันไป ใกล้จะเข้าเรียนอยู่แล้วนะ”

ซองมินเลื่อนโทรศัพท์มือถือสไลด์เครื่องบางของทงเฮที่วางตั้งทิ้งไว้บนโต๊ะตรงหน้านั้นไปใกล้เจ้าของพลางพะยักพะเยิดให้คนตัวเล็กหยิบมันขึ้นมาโทรออก

 

 

 

“แต่ว่า

 

 

 

“โทรไปน่า ทงเฮ”

ซองมินมองทงเฮที่เอาแต่นั่งจดๆจ้องๆโทรศัพท์ตรงหน้าแต่ไม่ยอมหยิบมันขึ้นมาซักที แล้วก็ถอนหายใจแรงๆ ก่อนจะหยิบเจ้าโทรศัพท์เครื่องนั้นมากดเบอร์โทรด่วนหมายเลขแรกแล้วส่งกลับไปให้เจ้าของมัน

 

 

 

“ฮะ ฮัลโหล คิบอม”

“อยู่ไหนน่ะ”

“แล้วกินข้าวรึยัง”

“ที่เดิมๆ”

“ได้ๆ แล้วรีบๆมานะ”

ซองมินลอบมองเพื่อนรักตัวเล็กที่นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ข้างๆแล้วก็ลอบยิ้ม จากสีหน้ากังวลนั่น ทงเฮค่อยๆยิ้มออกมาบางๆ ก่อนที่จะกลายเป็นยิ้มกว้างที่สุดก่อนกดตัดสายไป

 

 

 

“ว่ายังไง”

 

 

 

“ก็ไม่ยังไง เดี๋ยวคิบอมจะมาหาที่นี่”

 

 

 

“ชั้นว่าแล้ว มันไม่โกรธแกหรอก”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

*

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผ้ากันเปื้อนสีหวานถูกคาดทับตรงเอวบองบางเพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าชุดเก่งที่สวมใส่อยู่ต้องเปรอะเปื้อน ทงเฮดึงสายเชือกที่ผูกรอบเอวนั้นก่อนจะมัดมันเป็นปมพอให้ไม่หลุดร่วงลงไป ก่อนที่จะย้ายตำแหน่งไปยืนประจำตรงหน้าเคาท์เตอร์ภายในห้องครัวที่มีกะละมังใส่แป้งพร้อมที่ร่อนเอาไว้เสร็จสรรพ

 

 

 

ตามคำแนะนำของซองมินที่บอกให้ทงเฮหัดทำอะไรเอาใจคนรักอย่างคิบอมเสียบ้างนั้น ทำให้ทงเฮคนสวยต้องย้ายตัวเองมายืนยิ้มแป้นอยู่ในห้องครัว แล้วทำตามตำราทำขนมที่ขอยืมมาจากซองมินแบบสเตปบายสเตป

 

 

 

“ทำอะไรอยู่ครับ คนสวย”

แขนยาวๆวาดโอบเอวบอบบางเข้าไปในอ้อมกอดในคราเดียว ก่อนที่จะขโมยหอมแก้มใสใสของคนตัวเล็กอย่างรวดเร็ว

 

 

 

“คิบอม!! ทำไมกลับเร็วจังล่ะ ไหนบอกว่าจะไปธุระก่อนไง”

 

 

 

“ไปมาแล้ว”

“ขืนกลับช้าก็อดเห็นทงเฮใส่ผ้ากันเปื้อนแบบนี้น่ะสิ”

ทงเฮเป็นเพื่อนซองมินคนเดียวซักที่ไหนกัน คิบอมก็เป็นเพื่อนซี้ซองมินเหมือนกัน มีหรือที่เจ้ากระต่ายน้อยจะไม่มาเล่าเรื่องของทงเฮให้คิบอมฟังน่ะ

 

 

 

“มา ผมช่วยดีกว่า ทงเฮทำคนเดียวจะสำเร็จมั้ยนะ”

คิบอมคลายวงแขนรอบเอวของทงเฮออก ก่อนที่จะขยับตัวไปยืนอยู่ข้างๆกันตรงหน้าเคาท์เตอร์ตัวยาว พลางมองไปยังข้าวของวัสดุอุปกรณ์ที่วางกระจัดกระจายอยู่

 

 

 

“อย่าดูถูกกันสิ”

ริมฝีปากสีสดเม้มแน่นและเชิดขึ้นอย่างคนขี้งอน พลางก้มหน้าก้มตาร่อนแป้งไม่สนใจร่างสูงที่ยืนอยู่เคียงข้าง

 

 

 

“มานี่ ผมทำให้ดีกว่าน่า”

แรงดึงจากมือใหญ่ของคิบอมที่ยื้อแย่งเอาที่ร่อนแป้งจากมือของทงเฮมาถือเองนั้นทำให้ผลแป้งฟุ้งกระจายไปในอากาศ และบางส่วนปลิวมาเปรอะใบหน้าหวานๆของทงเฮ

 

 

 

“เปื้อนหมดแล้วนะ คิบอม”

คนสวยเอ่ยเสียงดุ พลางยกข้อมือบางๆขึ้นเช็ดคราบบนแก้มใสใสฝั่งซ้าย ขวาสลับกันไปอย่างสะเปะสะปะ

 

 

 

“มานี่ เช็ดให้”

คิบอมรั้งเอวบางๆของคนรักให้เดินเข้ามาใกล้ๆ พลางย่อตัวลงให้ใบหน้าหวานั้นอยู่ในระดับสายตาพอดีๆ แล้วบรรจงไล้ปลายนิ้วยาวๆไปตามแนวแก้มใสเบาๆ

 

 

 

ปลายนิ้วเช็ดคราบฝุ่นแป้งออกไปจนหมดแล้ว หากแต่คิบอมก็ยังคงไม่ยอมปล่อยเอวทงเฮให้ร่างเล็กได้เป็นอิสระ ดวงตาคมๆจ้องมองไปจนทั่วทั้งใบหน้าสวยหวานจนทงเฮต้องเสหลบ ก่อนที่ใบหน้าหล่อๆของคิบอมจะค่อยขยับเลื่อนเข้าไปใกล้คนที่ก้มหน้าหลบอาการเขินๆนั้นทีละนิด ทีละนิด

 

 

 

นิ้วยาวประคองคางเรียวได้รูปของทงเฮให้เงยเชิดขึ้น ในจังหวะเดียวกับที่ริมฝีปากอุ่นประกบเข้าที่กลีบปากสีสดของคนตัวเล็กนั้น มือใหญ่จับประคองใบหน้าหวานเอาไว้ทั้งสองข้าง เรียวลิ้นส่งผ่านรอยแยกของช่องปากเข้าไปสำรวจพื้นที่ภายใน กลีบปากนุ่มๆดูดเม้มไปจนทั่วทั้งริมฝีปากล่างและบน ก่อนจะวนเวียนเปลี่ยนองศามุมของใบหน้า ให้สัมผัสที่กำลังส่งไปให้คนตัวเล็กนั้น ลึกซึ้งและนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น

 

 

 

RRRRRRRRRR

เสียงดนตรีมีจังหวะดังขึ้นขัดจังหวะการกระทำระหว่างคนสองคน ทั้งคิบอมและทงเฮผละห่างออกจากกัน ก่อนที่เจ้าของโทรศัพท์อย่างทงเฮจะรีบก้าวเร็วๆไปกดรับโทรศัพท์มือถือที่วางเอาไว้บนโซฟาในห้องนั่งเล่น

 

 

 

“ฮัลโหล”

“อ๋อ ว่างสิ”

“ได้ แล้วเราจะออกไป”

เสียงพูดคุยโต้ตอบของทงเฮเงียบลงไปได้ซักพักแล้ว หากแต่คิบอมก็ยังคงยืนพิงเคาท์เตอร์อยู่ในครัวเช่นเดิม นิ้วยาวๆปาดไปมาบนกองแป้งเค้กเนื้อนุ่มอย่างเลื่อนลอย วนไป วนมา

 

 

 

“คิบอม คือว่า”

 

 

 

“ใครโทรมาหรอ”

 

 

 

ซีวอน”

“ซีวอนอยากเจอเรา เค้ากำลังมีปัญหา”

ร่างเล็กเอ่ยบอกเสียงแผ่วเบา พลางก้มหน้าหลีกเลื่องการสบสายตากับร่างสูงตรงหน้า

 

 

 

“งั้นหรอ ก็ไปสิ”

“ข้างนอกลมแรง อย่าลืมพันผ้าพันคอไปด้วยนะ”

คิบอมไม่ได้หันมามองทงเฮ และทงเฮก็คงจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำ หนึ่งคนยังคงจ้องมองแป้งเนื้อเนียนสีขาวตรงหน้าราวกับว่ามันน่าสนใจนักหนา อีกหนึ่งคนก้มหน้าลงมองแต่เพียงนิ้วเท้าของตัวเอง ก่อนที่จะหันหลังกลับ เดินออกจากห้องครัวไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทงเฮเดินมาตามทางเดินดินของสวนสาธารณะไม่ไกลจากบ้านนัก เมื่อคืนนี้ฝนตก พื้นดินในตอนนี้ก็เลยดูเปียกแฉะจนทำให้มีน้ำสีน้ำตาลเข้มกระเด็นขึ้นมาเปรอะเปื้อนขาได้ง่ายๆถ้าเดินลงแรงมากจนเกินไป

 

 

 

 

หากเดินผ่านสวนสาธารณะแห่งนี้ไปก็จะถึงสนามเด็กเล่นที่ปูพื้นด้วยคอนกรีต สนามเด็กเล่นหรือลานอเนกประสงค์ประจำหมู่บ้านที่ในตอนเย็นๆจะมีพวกเด็กๆออกมาเล่นสนุกหรือไม่ก็ออกกำลังกายเล่นกีฬากัน และที่นั่น ที่เป็นจุดนัดพบของซีวอนและทงเฮ

 

 

 

รอยเท้าที่เหยียบย่ำไปบนพื้นดินที่เปียกแฉะแสดงร่องรอยการเดินของทงเฮที่กำลังมุ่งตรงไปข้างหน้า ห่างออกจากบ้านไปทุกที ทุกที ทงเฮหยุดเดินพลางหันหลังกลับไปมองรอยเท้าบนผืนดิน รอยรองเท้าที่กำลังเดินจากห่างออกมาจากคิบอม มากขึ้นทุกทีเช่นกัน

 

 

 

ภายในความสับสนของจิตใจ ทงเฮหยุดยืนนิ่งไม่ขยับเคลื่อนไปไหน ใบหน้าเรียบเฉยในขณะที่ดวงตากลับเหม่อมองออกไปยังที่ไกลแสนไกล

 

 

 

ขาเรียวบังคับตัวเองให้กลับหลังเดินกลับไปในทิศทางที่เพิ่งจากมาตามที่ใจสั่ง ทงเฮเดินเหยียบทับรอยเท้ารอยเดิมของตัวเองไป ก้าวแล้ว ก้าวเล่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“คิบอม ชั้นรักนาย”

แขนเรียววาดโอบรอบเอวหนาของคนที่ยังคงยืนหันหลังพิงเคาท์เตอร์ภายในห้องครัวเช่นเดิม

 

 

 

“ทงเฮ”

มือใหญ่กอบกุมมือเล็กที่วางพาดอยู่บนเอวของตัวเองนั้นไว้ แล้วพลิกให้ร่างเล็กกลับมายืนหันหน้าเข้าหากัน

 

 

 

“ร้องไห้หรอ ผู้ชายที่ไหนเค้าร้องไห้กันล่ะ ไม่แมนเลยคิบอม”

ขอบตาแดงๆของผู้ชายแมนๆทำให้ทงเฮหัวใจกระตุก คนตัวเล็กยืดตัวขึ้นจุมพิตเบาๆที่ริมฝีปากหนาของคนรักครั้งหนึ่ง แล้วส่งยิ้มกว้างไปให้

 

 

 

“ผมนึกว่าจะเสียทงเฮไปแล้ว”

“ซีวอนไม่ได้มาขอทงเฮคืนดีหรอ”

 

 

 

“ใช่ หมอนั่นมาขอคืนดี”

“แต่ชั้นรักนายนี่”

สิ้นคำนั้นร่างเล็กๆของทงเฮก็ถูกจับอุ้มขึ้นพาดบ่า รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังบอบบางของทงเฮก็ถูกวางลงกระทบพื้นเตียงนุ่มๆเสียแล้ว

 

 

 

คิบอมเอนกายลงมาทาบทับคนรักตัวเล็ก ก่อนจะใช้ร่างกายบอกทงเฮแทนคำพูด ว่ารักมากแค่ไหน

 

 

 

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่กระแทกกายเข้าไป เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แรงกระตุ้นจากคิบอม และการตอบสนองของทงเฮ คำบอกรักแสนซึ้งคำใดก็ไม่อาจจะเทียบการบอกด้วยการกระทำหรอก จริงมั้ย

 

 

 

 

 

 

 

หึหึ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

… The End …

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet




รัก ดูแลคนที่มีอยู่แล้ว คนที่เค้ารักเรา ดูแลให้ดีนะจ๊ะ ^^

#1 By RainbowTK on 2009-02-20 02:54