[SF] One Rose

posted on 16 Feb 2009 03:42 by borimaxii  in ShortFic

One Rose

Kibum x Donghae

By borin

For Valentine’s day ‘09

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กุหลาบหนึ่งดอก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กลิ่นหอมอ่อนๆตามธรรมชาติที่ไม่ถึงกับฉุนจมูกจนเกินไปเฉกเช่นน้ำหอมสกัดสังเคราะห์โชยผ่านมาตามสายลมอ่อนๆที่พัดผ่านไปมาอยู่รอบๆตัว อากาศเจือความรัก ถ้าเรียกอย่างนี้ก็คงจะไม่ผิดไปจากความจริงนัก อากาศเย็นๆของวันกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่หอมละมุนไปด้วยกลิ่นกุหลาบ แสงแดดจ้าที่ดูสดใสของวันนี้ดูเหมือนว่าจะเข้ากันเหลือเกินกับสีแดงและชมพูที่รายล้อมอยู่รอบตัว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เวลาล่วงเลยจนมาถึงเวลาบ่ายแก่เต็มทีแล้ว ภายในร้านอาหารกึ่งคอฟฟี่ช็อปภายในรั้วมหาวิทยาลัยถึงได้กลับเข้าสู่ความเงียบสงบอย่างที่มันควรจะเป็นอีกครั้ง เสียงช้อนส้อมที่กระทบกับพื้นจานกระเบื้องผสานไปกับเสียงพูดคุยสนทนาเพียงแผ่วเบาที่ดังสอดแทรกมาเป็นระยะไม่ทำให้ถึงกับรำคาญหากแต่น่าฟังและออกจะเพลิดเพลินเสียมากกว่า ผนังกระจกใสใสที่คั่นกลางระหว่างบรรยากาศภายนอกและภายในตัวร้านนั้นทำให้แสงสว่างจ้าของยามบ่ายส่องให้ความสว่างแก่บริเวณตัวร้านโดยแทบไม่ต้องพึ่งกระแสไฟฟ้าเลยแม้แต่น้อย

 

 

ดวงตาใสใสเหม่อมองออกไปยังวิวทิวทัศน์นอกร้าน ในขณะที่น้ำหล่อเลี้ยงภายในตาส่องประกายฉายแววสดใสสะท้อนไปกับแสงแดดธรรมชาติที่ตกกระทบลงมาตกต้อง บรรยากาศภายนอกตัวร้านในตอนนี้ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจมากพอที่จะดึงดูดสายตาของทงเฮเอาไว้ได้ สายตาคมเฉียบนั้นถึงได้เบนกลับมาสนใจสิ่งที่วางเรียงรายอยู่ใกล้ๆตัวดังเดิมเช่นนี้

 

 

ดอกกุหลาบสีแดงสดก้านยาวพอเหมาะที่ปักวางไว้ในแก้วใสใสตรงหน้าดูจะเป็นสิ่งเดียวที่พอจะทำให้คนที่กำลังเบื่อถึงขีดสุดอย่างทงเฮพอได้เพลิดเพลิน และรู้สึกสนุกขึ้นได้บ้าง นิ้วเรียวเล็กค่อยๆประคองฐานดอกกุหลาบสีเพลิงนั้นขึ้นมาจากน้ำหล่อเลี้ยงที่มันปักอยู่ ก่อนจะยกขึ้นสูดกลิ่นหอมธรรมชาติอันเฉพาะตัวของมันเข้าไปจนเต็มปอด กลิ่นหอมละมุนที่คนตัวเล็กเพิ่งสูดรับเข้าไปตามประสาทรับกลิ่นนั้นทำให้ริมฝีปากบางเฉียบค่อยๆคลี่ออกเป็นรอยยิ้มจางๆ ทงเฮยืดตัวปรับเปลี่ยนท่าทางก่อนจะค่อยๆเอนตัวลงพิงแอบไปกับพนักเก้าอี้ตัวนุ่มที่นั่งอยู่ในขณะที่ในมือก็ยังคงมีดอกกุหลาบสดอยู่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความงามก็เป็นเหมือนดอกกุหลาบ ที่ซ่อนความอันตรายเอาไว้ภายในมากมาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“โอ๊ย”

เสียงหวานเอ่ยอุทานออกมาเบาๆ หลังจากที่หนามแหลมๆบนก้านกุหลาบนั้นทิ่มแทงลงไปเนื้อนิ่มจนมิด ในระหว่างที่นิ้วเรียวกำลังไล้ไปมาบนกลีบดอกจนถึงฐานดอกอย่างเพลินๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อความรู้สึกเจ็บปวดค่อยๆเพิ่มขึ้น พร้อมกับที่ของเหลวสีแดงข้นทะลักล้นออกมาจากรอยแผลเป็นหยดโต

 

 

ทงเฮจ้องมองผิวขาวจัดบริเวณปลายนิ้วที่ตัดกับสีแดงสดของหยดเลือดกลมๆนั้นนิ่ง ความเจ็บปวดเมื่อครู่ค่อยๆลดน้อยลง หรืออาจจะแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกชาที่เข้ามาแทนที่ ทำให้ทงเฮไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนไปกับบาดแผลตรงหน้านี้อีกแล้ว

 

 

“ทงเฮ ทงเฮ!!

น้ำเสียงสดใสที่เอ่ยเรียกชื่อร่างเล็กที่นั่งอยู่ก่อนแล้วนั้นแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจมาแทนที่ในฉับพลันทันทีที่เจ้าของเสียงนั้นมองตามสายตาเฉียบของทงเฮไปบรรจบลงที่แผลนั้นเป้นครั้งแรก

 

 

“ทงเฮ ไปโดนอะไรมาน่ะ เลือดออกเยอะแยะเลย”

ร่างสูงที่เพิ่งมาใหม่นั้นหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่ข้างๆทงเฮนั่นเอง มือใหญ่ที่อุ่นจนร้อนจับประคองมือเล็กนั้นเอาไว้เบาๆ ในขณะที่เพ่งมองหยดเลือดบนปากแผลที่เจ้าตัวไม่ยอมเช็ดมันออกไปเสียที

 

 

“แค่หนามมันตำน่ะ”

ดวงตาคู่ใสมองปราดไปยังเจ้าดอกกุหลาบตัวดีที่ในตอนนี้นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นโต๊ะนั้นแทนการอธิบายเพิ่มเติม

 

 

“แล้วทำไมไม่เช็ดเลือดออกล่ะครับ”

 

 

“ดูไปดูมามันก็สวยดีนะ หยดเลือดเนี่ย”

ทงเฮเอ่ยตอบ ทั้งๆที่ยังไม่ได้ละสายตาออกจากรอยแผลนั้นเลยแม้แต่วินาที่

 

 

“ทงเฮ??”

 

 

“ล้อเล่นน่า คิมคิบอม ชั้นแค่ยังหากระดาษมาเช็ดไม่ได้เท่านั้นเอง”

ใบหน้าที่เรียบเฉยเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้าง ทงเฮค่อยๆเบนสายตาขึ้นมามองใบหน้าคมของผู้มาใหม่พร้อมส่งยิ้มกว้างไปให้

 

 

“ถ้าอย่างนั้น

ยังไม่ทันจบประโยค เจ้าของเสียงทุ้มนั้นก็บรรจงยกมือที่เกาะกุมมือเล็กๆนั้นเอาไว้ให้สูงขึ้นในระดับใบหน้า ก่อนจะดูดเบาๆที่ปลายนิ้วนั้น

 

 

แรงดูดเบาๆบวกกับความอุ่นนุ่มของเรียวลิ้นร้อนทำให้เจ้าของนิ้วเล็กนั้นต้องหันหน้าหนีอย่างช่วยไม่ได้ ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อพร้อมๆกับที่ทงเฮรู้สึกร้อนที่ใบหน้านั้นอย่างไร้สาเหตุ ไม่ได้ผลักไส ทงเฮอดที่จะยอมรับไม่ได้ว่าสัมผัสอ่อนโยนนั้นทำให้รู้สึกดีจนเกือบจะกลายเป็นเคลิบเคลิ้มในรสสัมผัส

 

 

“แผลลึกเหมือนกันนะเนี่ย ไปทำอีท่าไหนมันถึงตำได้นะ”

คิบอมถอนริมฝีปากออกมาจากปลายนิ้วได้ซักพักแล้ว แต่มือใหญ่ก็ยังคงจับมือนุ่มๆนั้นไว้พลางพลิกไปมาเพื่อพิจารณาบาดแผลตรงปลายนิ้ว

 

 

“ก็ไม่มีอะไรทำน่ะสิ นั่งรอตั้งนานแล้ว เลยหยิบมันมาดูเล่น”

มือเล็กหดกลับเข้าหาตัวในทันทีที่นึกขึ้นได้ พลางหุบรอยยิ้มบนใบหน้าหวานๆนั้น

 

 

“งอนหรอเนี่ย”

“อย่าทำเป็นสาวๆน่า ทงเฮ”

นิ้วยาวจิ้มจึกๆลงไปบนไหล่ลาดสองสามครั้งเป็นการแหย่เพื่อนตัวเล็กที่ในตอนนี้เอาแต่หันหน้าหนีไปมองทางอื่นเสียอย่างนั้น

 

 

“ทงเฮ

 

 

“ไม่ต้องมายุ่งเลยนะ ปล่อยให้ชั้นรอมาสามชั่วโมงแล้วนะ คิมคิบอม”

คนตัวเล็กบิดกายหนีสัมผัสจากมืออุ่นๆที่พยายามสะกิดครั้งแล้วครั้งเล่าตรงเอวเล็กพร้อมส่งเสียงโวยวาย

 

 

“ก็วันนี้วันวาเลนไทน์นี่นา ไปที่ไหนคนก็เยอะไปหมด”

แล้วยังโดนดักตามทางอีก”

 

 

“เออ ไอ้หนุ่มฮอท แล้วจะมานัดกันทำไมเนี่ย สู้ไปหาสาวๆไม่ดีกว่ารึไง”

ทงเฮเอ่ยประชดประชัน พลางดึงกลีบกุหลาบสีแดงตรงหน้าเล่นเป็นการระบายอารมณ์ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเพราะไอ้ประโยคหลังของคิมคิบอมที่พูดเสริมขึ้นมานั่นแหละ ที่ทำเอาอีทงเฮคนสวยฉุนแตก

 

 

“ก็นัดไปถ่ายรูปทำโปรเจ็คไง หรือทงเฮลืมไปแล้ว”

ท่าทางที่ดูสลดลงไปกว่าครึ่งทำให้คิบอมรู้ได้ไม่ยากเลย ว่าข้อสันนิษฐานนั้นถูกต้องเป็นแน่แท้ ริมฝีปากหนาแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างที่ทงเฮดูยังไงแล้วมันก็ดูเหมือนรอยยิ้มเยาะเสียมากกว่ารอยยิ้มอย่างจริงใจ

 

 

“งั้นก็รีบไปกันสิ เสียเวลาจริงๆเลย”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภายในมหาวิทยาลัยอันกว้างขวางในวันนี้ดูจะคึกคักกว่าทุกๆวัน ผู้คนเดินผ่านสวนกันไปมาเป็นคู่ๆ และดูว่าจะไม่ใช่แค่ผู้คนที่ทำให้บรรยากาศรอบๆตัวคึกคัก หากแต่รวมไปถึงประชากรกุหลาบ ตุ๊กตาหมี หรือแม้แต่กล่องช็อคโกแลตหลากสีสันนั่นด้วย

 

 

“ชั้นว่าชั้นกำลังจะเลี่ยนตายนะเนี่ย”

ทงเฮเอ่ยบ่นไม่ดังมากนักหลังจากที่เดินผ่านคู่รักหวานแหววคู่ดังประจำชั้นปีมาได้ไม่เท่าไหร่

 

 

“อิจฉาเค้าหรอ”

 

 

“ตรงไหน?”

ทงเฮทำหน้าเหม็นเบื่อใส่เพื่อนรักตัวสูงที่เดินเคียงคู่กันอยู่ครั้งหนึ่ง พลางกระชับสายสะพายกระเป๋ากล้องให้คล้องอยู่บนไหล่ลาดไม่หล่นลงไปเสียหายระหว่างทาง

 

 

“ทงเฮฝากนี่หน่อยสิ”

คิบอมที่กำลังส่งยิ้มหวานๆให้เด็กสาวรุ่นน้องสองสามคนที่ส่งเสียงเรียกอยู่ไม่ไกลออกไปนักส่งช่อกุหลาบที่ถือติดมือมาด้วยให้กับเพื่อนตัวเล็ก ก่อนจะรีบร้อนเดินรี่เข้าไปหาคนที่เอ่ยเรียก

 

 

ดวงตาใสลอบมองกุหลาบหนึ่งดอกที่ถูกจัดไว้อย่างประณีตตรงกลางช่อกระดาษแก้วสีสวย ละอองน้ำหยาดเล็กๆที่ยังคงติดค้างอยู่บนกลีบสีแดงสดนั้นบ่งบอกว่าเจ้าดอกกุหลาบดอกนี้คงได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้าของคนก่อน ใครกันนะที่ทำให้คิบอมใส่ใจดอกไม้ช่อนี้จนถึงกับถือติดมือไปไหนมาไหนด้วย ทั้งๆที่ปกติแล้วมันมักจะไปจบลงที่ถังขยะซักถังภายในบริเวณมหาวิทยาลัยนี่ล่ะ ใครกันนะ ที่เป็นเจ้าของมัน??

 

 

ดอกไม้ช่อโตอีกช่อถูกยื่นไปตรงหน้าคิบอม ก่อนที่ร่างสูงนั้นจะยื่นมือออกไปรับประคองเจ้าดอกไม้ช่อยักษ์นั้นเอาไว้ พร้อมกับยิ้มกว้างแทนคำขอบคุณให้กับรุ่นน้องที่ยืนเขินหน้าแดงอยู่ตรงหน้า บทสนทนาอีกสองสามคำถูกเอ่ยถามก่อนที่คิบอมจะขอตัวเดินจากออกมา แล้วก้าวเร็วๆกลับมาหาเพื่อนตัวเล็กที่ยืนรออยู่ที่เดิม

 

 

“ได้มาอีกช่อแล้วหรอ ไอ้คนหล่อ”

 

 

คิบอมไม่ได้ตอบอะไรเพื่อนตัวเล็ก เพียงแค่ยกช่อดอกไม้สุดหรูนั่นขึ้นดมครั้งหนึ่ง ก่อนจะปล่อยให้มันหลุดมือหล่นลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ในถังขยะใกล้ๆตัวนั้น โดยไม่ได้หันไปใส่ใจอะไรอีก

 

 

“ป่ะ ไปกันต่อ”

“ทงเฮ”

เสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆพลางรั้งข้อมือบางของทงเฮให้เริ่มออกเดิน

 

 

“อ่ะ ของนาย”

ช่อกุหลาบแดงดอกเดียวนั้นถูกส่งคืนให้กับเจ้าของ คิบอมรับกลับไปถือพร้อมลอบมองดอกกุหลาบที่โดดเด่นอยู่ตรงกลางช่อนั้นครั้งหนึ่ง แล้วส่งยิ้มให้คนตัวเล็กที่เดินอยู่ข้างตัว

 

 

“ใครให้มาหรอ”

“คงเป็นคนพิเศษสินะ”

ทงเฮเอ่ยถามข้อข้องใจออกไปในที่สุด ก่อนที่จะเอ่ยประโยคหลังพูดกับตัวเองตามมาด้วยเสียงเบาๆ

 

 

“เจ้านี่น่ะหรอ”

“ของคนสำคัญน่ะ”

รอยยิ้มกว้างอย่างที่หาดูได้ยากของคิบอมถูกส่งมาให้ทงเฮในขณะที่เสียงทุ้มนั้นเอ่ยตอบคำถาม ทงเฮพยักหน้าเบาๆสองสามครั้งให้กับคำตอบแล้วก้มหน้าลงมองพื้น แววตาสดใสของทงเฮดูหม่นแสงลงอย่างไม่น่าเชื่อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า อีทงเฮที่นั่งนิ่งๆอยู่บนม้านั่งริมข้างทางเหม่อมองเพื่อนร่างสูงที่กำลังตั้งอกตั้งใจถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ธรรมชาติรอบๆมหาวิทยาลัยตามที่ได้รับมอบหมายจากอาจารย์ประจำภาควิชา และก็เช่นเคยที่งานถ่ายภาพแบบนี้ต้องตกเป็นงานของคิบอมไปโดยปริยาย เนื่องด้วยฝีมือถ่ายภาพอันยอดแย่ที่แสนจะเลื่องลือของอีทงเฮ

 

 

ขาเรียวภายใต้กางเกงพอดีตัวสีน้ำตาลเข้มยกขึ้นไขว้กันในท่าสบายๆ ในขณะที่นิ้วเรียวประคองดินสอไม้แท่งโปรดเอาไว้ระหว่างร่องนิ้วแล้วขยับหมุนมันไปมาพอเพลินๆสองสามครั้ง ก่อนจะจรดปลายดินสอทู่ๆนั้นลงไปละเลงเส้นสายบนกระดาษแผ่นโตที่วางไว้บนตัก ฝีมือการถ่ายภาพที่ยอดแย่ของทงเฮ มันช่างแปรผกผันกับพรสวรรค์ด้านการวาดภาพเสียจริง

 

 

นิ้วเรียวยกขึ้นปัดเส้นผมนุ่มๆที่ตกลงมาปรกหน้าตา ก่อนจะทัดมันไว้ที่ใบหูเล็กๆ ทงเฮปรับเปลี่ยนท่าทางการจับเจ้าดินสอคู่ใจพลางลงมือแรเงาให้แสงสีกับภาพวาดสองมิติที่เพิ่งจะลงลายเส้นเสร็จ

 

 

“ทำอะไรอยู่น่ะ”

เสียงทุ้มที่เอ่ยถามขึ้นเบาๆชิดใบหูจากทางด้านหลังนั้นทำให้คนที่กำลังตั้งอกตั้งใจแรเงาภาพวาดอยู่นั้นต้องสะดุ้งขึ้นสุดตัวอย่างช่วยไม่ได้

 

 

เสียงกดชัตเตอร์เป็นจังหวะเมื่อครู่นั้นเงียบลงไปเมื่อไหร่ทงเฮไม่รู้ หากแต่เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยถามพร้อมกับลมร้อนๆที่ถูกส่งออกมาพร้อมคำพูดนั้นทำให้ทงเฮกลับมาได้สติอีกครั้ง ใบหน้าหวานใสหันกลับไปตามต้นเสียง ก่อนที่แก้มใสนั้นจะเฉียดผ่านริมฝีปากร้อนๆของอีกคนไปอย่างไม่ตั้งใจ

 

 

“วาดรูปเจ้านี่น่ะ”

“นั่งว่างๆไม่มีอะไรทำ เลยวาดเล่นๆ”

มือเล็กประคองสมุดวาดภาพเล่มโตบนตักตั้งขึ้นให้อีกคนดู ทั้งที่นิ้วเรียวๆนั้นยังคงสั่นเบาๆอย่างควบคุมไม่ได้จากสัมผัสอุ่นๆที่แก้มใสเมื่อครู่

 

 

“ทงเฮชอบมันหรอ”

คิบอมเอ่ยถามพลางเหลือบมองช่อกุหลาบที่วางอยู่บนม้านั่งข้างๆตัวทงเฮ ดอกกุหลาบที่เป็นต้นฉบับให้กับกุหลาบขาวดำบนแผ่นกระดาษสีขาวโดยฝีมือของอีทงเฮ

 

 

“อือ มันดูเป็นตัวแทนความรักได้ดีนะ ได้รับการทะนุถนอมจากความรัก”

“คนให้เค้าคงรักนายมากเลยนะ”

 

 

“จริงหรอ”

 

 

“อื้มม”

ทงเฮพยักหน้าแรงๆ ในขณะที่สายตายังคงจ้องมองไปยังภาพวาดบนตักที่กำลังถูกเกลี่ยระบายแสงเงาด้วยนิ้วหัวแม่มือเล็กๆ

 

 

“งั้นชั้นให้ทงเฮนะ”

คนที่ยังคงยืนอยู่ทางด้านหลังนั้นเอ่ยขึ้นเบาๆอีกครั้ง พร้อมกับวางมือลงบนบ่าเล็กๆของทงเฮทั้งสองข้าง

 

 

“เห? ให้ชั้นทำไมล่ะ”

“เดี๋ยวคนให้เค้าจะเสียใจแย่”

ดวงตาคู่สวยยังคงจ้องมองผลงานชิ้นโบว์แดงที่กำลังตั้งอกตั้งใจแรเงา ในขณะที่เอ่ยถามออกไปอย่างสงสัย แต่ไม่ได้ใส่ใจนัก

 

 

“ดีใจต่างหากล่ะ อุตส่าห์เดินเลือกตั้งสิบกว่าร้าน กว่าจะได้ดอกที่ถูกใจน่ะ”

 

 

“เอ๋?”

ใบหน้าหวานหันมามองคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังอีกครั้ง พลางส่งสายตามองอย่างสงสัยไปให้

 

 

“ไปเดินหาซื้อตั้งนาน จนไปหาคนสำคัญช้า โดนงอนซะอีก”

“คุณคนสำคัญช่วยรับมันไว้ด้วยนะครับ”

ไม่ทันที่ทงเฮจะได้ตั้งตัว ริมฝีปากร้อนๆก็กดประทับลงกับแก้มใสใสนั้น ก่อนที่คิบอมจะรวบเอาคนตัวเล็กเข้าสู่อ้อมกอดจากทางด้านหลัง

 

 

แดงขึ้นเรื่อยๆ แก้มใสที่เคยขาวอมชมพูในตอนนี้แดงชัดขึ้นพอๆกับที่ทงเฮรู้สึกร้อนๆบนแก้มทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว มุมปากทั้งสองคลี่ออกเป็นรอยยิ้มโดยไม่ได้ตั้งใจ สัมผัสที่โอบรอบไหล่นั้นทำให้เลือดสูบฉีดไปทั่วใบหน้าได้ดีจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ทำไมเงียบล่ะ ทงเฮ”

“จะเอาป่ะเนี่ย”

 

 

“เอาดิ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในที่สุดแล้ว ช่อกุหลาบดอกเดียวช่อนั้นก็ต้องตกเป็นของอีทงเฮในที่สุด พร้อมๆกับการเริ่มต้นของสถานะที่เปลี่ยนไปของคิบอมกับทงเฮ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภายในห้องมืดทึบแสงที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำยาล้างรูป ในตอนนี้ถูกจับจองไปด้วยคนสองคน ด้วยระยะห่างเพียงแค่คืบ ใบหน้าของคนทั้งสองค่อยๆเคลื่อนเข้าหากันด้วยแรงดึงดูดของความรู้สึกดีดี ก่อนที่ลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดใส่กันเมื่อครู่จะหายไป พร้อมกับรสสัมผัสลึกซึ้งชวนเผลอไผลบนกลีบปากทั้งสอง

 

 

แขนคล้องคอ แขนโอบเอว รั้งให้คนรักเข้ามาแนบชิดกันมากขึ้น สัมผัสที่ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เนิบนาบ เชื่องช้า หากแต่กินใจเป็นที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

“นี่ ไอ้สองคนข้างในนั่นตกถังน้ำยาตายไปแล้วรึไงวะ”

เสียงทุบประตูอย่างมีมารยาท(?) พร้อมเสียงตะโกนอย่างห่วงใย(?)ของเพื่อนรักอย่างฮยอคแจที่ยืนรอรูปถ่ายของคิบอมเพื่อจะเอาไปรวบรวมทำรายงานมานานสองนานจนทนไม่ได้ ทำให้คิบอมและทงเฮจำใจผละออกจากกันได้ในที่สุด

 

 

คิบอมขยับเข้าไปกดจูบเร็วๆที่ริมฝีปากบางของทงเฮอีกครั้งหนึ่งด้วยความเสียดาย ก่อนที่คนตัวเล็กจะกดเปิดสวิทช์ไฟบนผนังให้ภายในห้องเล็กๆสว่างขึ้น ปรากฏภาพถ่ายที่เพิ่งจะล้างเสร็จ ตากเรียงรายอยู่บนเส้นเชือกที่ขึงตึงเอาไว้รอบๆตัว

 

 

 

 

 

 

 

“นี่ คิมคิบอม”

“ทำไมมันมีแต่รูปชั้นล่ะ”

 

 

“ก็รักทงเฮนี่”

 

 

“บ้า”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“คิมคิบอม อีทงเฮ”

“อาจารย์สั่งให้ถ่ายรูปธรรมชาตินะเว่ย ไม่ใช่รูปสัตว์โลกใต้ทะเล”

“ถ่ายไอ้ปลามันมาทำไม”

อีฮยอคแจที่ทนรอไม่ไหวแล้วเปิดประตูเข้าไปดูในที่สุด ก่อนที่จะต้องทึ้งหัวตัวเองด้วยความโมโหเมื่อเห็นรูปอีทงเฮทุกอิริยาบทตากไว้รอบๆตัว

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่รู้สิ ก็เค้ารักกันนิ คิก คิก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

… The End …

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊ากกกกกกกกก

ชอบๆๆ ดูน่ารักดีbig smile

#1 By เปบเปอร์Oho! on 2009-02-16 09:47

อรั๊ง !

น่ารักมากกก cry

#2 By Janeiiz__,, on 2009-02-16 17:22

เขินเกินไป

อย่างน่ารักอ่า~~~

#3 By กาแอ้ว (58.8.75.134) on 2009-04-26 17:18