[SF] One Rose
posted on 16 Feb 2009 03:42 by borimaxii in ShortFicOne Rose
Kibum x Donghae
By borin
For Valentine’s day ‘09
กุหลาบหนึ่งดอก
กลิ่นหอมอ่อนๆตามธรรมชาติที่ไม่ถึงกับฉุนจมูกจนเกินไปเฉกเช่นน้ำหอมสกัดสังเคราะห์โชยผ่านมาตามสายลมอ่อนๆที่พัดผ่านไปมาอยู่รอบๆตัว อากาศเจือความรัก ถ้าเรียกอย่างนี้ก็คงจะไม่ผิดไปจากความจริงนัก อากาศเย็นๆของวันกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่หอมละมุนไปด้วยกลิ่นกุหลาบ แสงแดดจ้าที่ดูสดใสของวันนี้ดูเหมือนว่าจะเข้ากันเหลือเกินกับสีแดงและชมพูที่รายล้อมอยู่รอบตัว
เวลาล่วงเลยจนมาถึงเวลาบ่ายแก่เต็มทีแล้ว ภายในร้านอาหารกึ่งคอฟฟี่ช็อปภายในรั้วมหาวิทยาลัยถึงได้กลับเข้าสู่ความเงียบสงบอย่างที่มันควรจะเป็นอีกครั้ง เสียงช้อนส้อมที่กระทบกับพื้นจานกระเบื้องผสานไปกับเสียงพูดคุยสนทนาเพียงแผ่วเบาที่ดังสอดแทรกมาเป็นระยะไม่ทำให้ถึงกับรำคาญหากแต่น่าฟังและออกจะเพลิดเพลินเสียมากกว่า ผนังกระจกใสใสที่คั่นกลางระหว่างบรรยากาศภายนอกและภายในตัวร้านนั้นทำให้แสงสว่างจ้าของยามบ่ายส่องให้ความสว่างแก่บริเวณตัวร้านโดยแทบไม่ต้องพึ่งกระแสไฟฟ้าเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาใสใสเหม่อมองออกไปยังวิวทิวทัศน์นอกร้าน ในขณะที่น้ำหล่อเลี้ยงภายในตาส่องประกายฉายแววสดใสสะท้อนไปกับแสงแดดธรรมชาติที่ตกกระทบลงมาตกต้อง บรรยากาศภายนอกตัวร้านในตอนนี้ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจมากพอที่จะดึงดูดสายตาของทงเฮเอาไว้ได้ สายตาคมเฉียบนั้นถึงได้เบนกลับมาสนใจสิ่งที่วางเรียงรายอยู่ใกล้ๆตัวดังเดิมเช่นนี้
ดอกกุหลาบสีแดงสดก้านยาวพอเหมาะที่ปักวางไว้ในแก้วใสใสตรงหน้าดูจะเป็นสิ่งเดียวที่พอจะทำให้คนที่กำลังเบื่อถึงขีดสุดอย่างทงเฮพอได้เพลิดเพลิน และรู้สึกสนุกขึ้นได้บ้าง นิ้วเรียวเล็กค่อยๆประคองฐานดอกกุหลาบสีเพลิงนั้นขึ้นมาจากน้ำหล่อเลี้ยงที่มันปักอยู่ ก่อนจะยกขึ้นสูดกลิ่นหอมธรรมชาติอันเฉพาะตัวของมันเข้าไปจนเต็มปอด กลิ่นหอมละมุนที่คนตัวเล็กเพิ่งสูดรับเข้าไปตามประสาทรับกลิ่นนั้นทำให้ริมฝีปากบางเฉียบค่อยๆคลี่ออกเป็นรอยยิ้มจางๆ ทงเฮยืดตัวปรับเปลี่ยนท่าทางก่อนจะค่อยๆเอนตัวลงพิงแอบไปกับพนักเก้าอี้ตัวนุ่มที่นั่งอยู่ในขณะที่ในมือก็ยังคงมีดอกกุหลาบสดอยู่
… ความงามก็เป็นเหมือนดอกกุหลาบ ที่ซ่อนความอันตรายเอาไว้ภายในมากมาย …
“โอ๊ย”
เสียงหวานเอ่ยอุทานออกมาเบาๆ หลังจากที่หนามแหลมๆบนก้านกุหลาบนั้นทิ่มแทงลงไปเนื้อนิ่มจนมิด ในระหว่างที่นิ้วเรียวกำลังไล้ไปมาบนกลีบดอกจนถึงฐานดอกอย่างเพลินๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อความรู้สึกเจ็บปวดค่อยๆเพิ่มขึ้น พร้อมกับที่ของเหลวสีแดงข้นทะลักล้นออกมาจากรอยแผลเป็นหยดโต
ทงเฮจ้องมองผิวขาวจัดบริเวณปลายนิ้วที่ตัดกับสีแดงสดของหยดเลือดกลมๆนั้นนิ่ง ความเจ็บปวดเมื่อครู่ค่อยๆลดน้อยลง หรืออาจจะแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกชาที่เข้ามาแทนที่ ทำให้ทงเฮไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนไปกับบาดแผลตรงหน้านี้อีกแล้ว
“ทงเฮ ทงเฮ!!”
น้ำเสียงสดใสที่เอ่ยเรียกชื่อร่างเล็กที่นั่งอยู่ก่อนแล้วนั้นแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจมาแทนที่ในฉับพลันทันทีที่เจ้าของเสียงนั้นมองตามสายตาเฉียบของทงเฮไปบรรจบลงที่แผลนั้นเป้นครั้งแรก
“ทงเฮ ไปโดนอะไรมาน่ะ เลือดออกเยอะแยะเลย”
ร่างสูงที่เพิ่งมาใหม่นั้นหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่ข้างๆทงเฮนั่นเอง มือใหญ่ที่อุ่นจนร้อนจับประคองมือเล็กนั้นเอาไว้เบาๆ ในขณะที่เพ่งมองหยดเลือดบนปากแผลที่เจ้าตัวไม่ยอมเช็ดมันออกไปเสียที
“แค่หนามมันตำน่ะ”
ดวงตาคู่ใสมองปราดไปยังเจ้าดอกกุหลาบตัวดีที่ในตอนนี้นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นโต๊ะนั้นแทนการอธิบายเพิ่มเติม
“แล้วทำไมไม่เช็ดเลือดออกล่ะครับ”
“ดูไปดูมามันก็สวยดีนะ หยดเลือดเนี่ย”
ทงเฮเอ่ยตอบ ทั้งๆที่ยังไม่ได้ละสายตาออกจากรอยแผลนั้นเลยแม้แต่วินาที่
“ทงเฮ??”
“ล้อเล่นน่า คิมคิบอม ชั้นแค่ยังหากระดาษมาเช็ดไม่ได้เท่านั้นเอง”
ใบหน้าที่เรียบเฉยเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้าง ทงเฮค่อยๆเบนสายตาขึ้นมามองใบหน้าคมของผู้มาใหม่พร้อมส่งยิ้มกว้างไปให้
“ถ้าอย่างนั้น…”
ยังไม่ทันจบประโยค เจ้าของเสียงทุ้มนั้นก็บรรจงยกมือที่เกาะกุมมือเล็กๆนั้นเอาไว้ให้สูงขึ้นในระดับใบหน้า ก่อนจะดูดเบาๆที่ปลายนิ้วนั้น
แรงดูดเบาๆบวกกับความอุ่นนุ่มของเรียวลิ้นร้อนทำให้เจ้าของนิ้วเล็กนั้นต้องหันหน้าหนีอย่างช่วยไม่ได้ ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อพร้อมๆกับที่ทงเฮรู้สึกร้อนที่ใบหน้านั้นอย่างไร้สาเหตุ ไม่ได้ผลักไส ทงเฮอดที่จะยอมรับไม่ได้ว่าสัมผัสอ่อนโยนนั้นทำให้รู้สึกดีจนเกือบจะกลายเป็นเคลิบเคลิ้มในรสสัมผัส
“แผลลึกเหมือนกันนะเนี่ย ไปทำอีท่าไหนมันถึงตำได้นะ”
คิบอมถอนริมฝีปากออกมาจากปลายนิ้วได้ซักพักแล้ว แต่มือใหญ่ก็ยังคงจับมือนุ่มๆนั้นไว้พลางพลิกไปมาเพื่อพิจารณาบาดแผลตรงปลายนิ้ว
“ก็ไม่มีอะไรทำน่ะสิ นั่งรอตั้งนานแล้ว เลยหยิบมันมาดูเล่น”
มือเล็กหดกลับเข้าหาตัวในทันทีที่นึกขึ้นได้ พลางหุบรอยยิ้มบนใบหน้าหวานๆนั้น
“งอนหรอเนี่ย”
“อย่าทำเป็นสาวๆน่า ทงเฮ”
นิ้วยาวจิ้มจึกๆลงไปบนไหล่ลาดสองสามครั้งเป็นการแหย่เพื่อนตัวเล็กที่ในตอนนี้เอาแต่หันหน้าหนีไปมองทางอื่นเสียอย่างนั้น
“ทงเฮ…”
“ไม่ต้องมายุ่งเลยนะ ปล่อยให้ชั้นรอมาสามชั่วโมงแล้วนะ คิมคิบอม”
คนตัวเล็กบิดกายหนีสัมผัสจากมืออุ่นๆที่พยายามสะกิดครั้งแล้วครั้งเล่าตรงเอวเล็กพร้อมส่งเสียงโวยวาย
“ก็วันนี้วันวาเลนไทน์นี่นา ไปที่ไหนคนก็เยอะไปหมด”
“… แล้วยังโดนดักตามทางอีก”
“เออ ไอ้หนุ่มฮอท แล้วจะมานัดกันทำไมเนี่ย สู้ไปหาสาวๆไม่ดีกว่ารึไง”
ทงเฮเอ่ยประชดประชัน พลางดึงกลีบกุหลาบสีแดงตรงหน้าเล่นเป็นการระบายอารมณ์ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเพราะไอ้ประโยคหลังของคิมคิบอมที่พูดเสริมขึ้นมานั่นแหละ ที่ทำเอาอีทงเฮคนสวยฉุนแตก
“ก็นัดไปถ่ายรูปทำโปรเจ็คไง หรือทงเฮลืมไปแล้ว”
ท่าทางที่ดูสลดลงไปกว่าครึ่งทำให้คิบอมรู้ได้ไม่ยากเลย ว่าข้อสันนิษฐานนั้นถูกต้องเป็นแน่แท้ ริมฝีปากหนาแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างที่ทงเฮดูยังไงแล้วมันก็ดูเหมือนรอยยิ้มเยาะเสียมากกว่ารอยยิ้มอย่างจริงใจ
“งั้นก็รีบไปกันสิ เสียเวลาจริงๆเลย”
…
ภายในมหาวิทยาลัยอันกว้างขวางในวันนี้ดูจะคึกคักกว่าทุกๆวัน ผู้คนเดินผ่านสวนกันไปมาเป็นคู่ๆ และดูว่าจะไม่ใช่แค่ผู้คนที่ทำให้บรรยากาศรอบๆตัวคึกคัก หากแต่รวมไปถึงประชากรกุหลาบ ตุ๊กตาหมี หรือแม้แต่กล่องช็อคโกแลตหลากสีสันนั่นด้วย
“ชั้นว่าชั้นกำลังจะเลี่ยนตายนะเนี่ย”
ทงเฮเอ่ยบ่นไม่ดังมากนักหลังจากที่เดินผ่านคู่รักหวานแหววคู่ดังประจำชั้นปีมาได้ไม่เท่าไหร่
“อิจฉาเค้าหรอ”
“ตรงไหน?”
ทงเฮทำหน้าเหม็นเบื่อใส่เพื่อนรักตัวสูงที่เดินเคียงคู่กันอยู่ครั้งหนึ่ง พลางกระชับสายสะพายกระเป๋ากล้องให้คล้องอยู่บนไหล่ลาดไม่หล่นลงไปเสียหายระหว่างทาง
“ทงเฮฝากนี่หน่อยสิ”
คิบอมที่กำลังส่งยิ้มหวานๆให้เด็กสาวรุ่นน้องสองสามคนที่ส่งเสียงเรียกอยู่ไม่ไกลออกไปนักส่งช่อกุหลาบที่ถือติดมือมาด้วยให้กับเพื่อนตัวเล็ก ก่อนจะรีบร้อนเดินรี่เข้าไปหาคนที่เอ่ยเรียก
ดวงตาใสลอบมองกุหลาบหนึ่งดอกที่ถูกจัดไว้อย่างประณีตตรงกลางช่อกระดาษแก้วสีสวย ละอองน้ำหยาดเล็กๆที่ยังคงติดค้างอยู่บนกลีบสีแดงสดนั้นบ่งบอกว่าเจ้าดอกกุหลาบดอกนี้คงได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้าของคนก่อน ใครกันนะที่ทำให้คิบอมใส่ใจดอกไม้ช่อนี้จนถึงกับถือติดมือไปไหนมาไหนด้วย ทั้งๆที่ปกติแล้วมันมักจะไปจบลงที่ถังขยะซักถังภายในบริเวณมหาวิทยาลัยนี่ล่ะ ใครกันนะ ที่เป็นเจ้าของมัน??
ดอกไม้ช่อโตอีกช่อถูกยื่นไปตรงหน้าคิบอม ก่อนที่ร่างสูงนั้นจะยื่นมือออกไปรับประคองเจ้าดอกไม้ช่อยักษ์นั้นเอาไว้ พร้อมกับยิ้มกว้างแทนคำขอบคุณให้กับรุ่นน้องที่ยืนเขินหน้าแดงอยู่ตรงหน้า บทสนทนาอีกสองสามคำถูกเอ่ยถามก่อนที่คิบอมจะขอตัวเดินจากออกมา แล้วก้าวเร็วๆกลับมาหาเพื่อนตัวเล็กที่ยืนรออยู่ที่เดิม
“ได้มาอีกช่อแล้วหรอ ไอ้คนหล่อ”
คิบอมไม่ได้ตอบอะไรเพื่อนตัวเล็ก เพียงแค่ยกช่อดอกไม้สุดหรูนั่นขึ้นดมครั้งหนึ่ง ก่อนจะปล่อยให้มันหลุดมือหล่นลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ในถังขยะใกล้ๆตัวนั้น โดยไม่ได้หันไปใส่ใจอะไรอีก
“ป่ะ ไปกันต่อ”
“ทงเฮ”
เสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆพลางรั้งข้อมือบางของทงเฮให้เริ่มออกเดิน
“อ่ะ ของนาย”
ช่อกุหลาบแดงดอกเดียวนั้นถูกส่งคืนให้กับเจ้าของ คิบอมรับกลับไปถือพร้อมลอบมองดอกกุหลาบที่โดดเด่นอยู่ตรงกลางช่อนั้นครั้งหนึ่ง แล้วส่งยิ้มให้คนตัวเล็กที่เดินอยู่ข้างตัว
“ใครให้มาหรอ”
“คงเป็นคนพิเศษสินะ”
ทงเฮเอ่ยถามข้อข้องใจออกไปในที่สุด ก่อนที่จะเอ่ยประโยคหลังพูดกับตัวเองตามมาด้วยเสียงเบาๆ
“เจ้านี่น่ะหรอ”
“ของคนสำคัญน่ะ”
รอยยิ้มกว้างอย่างที่หาดูได้ยากของคิบอมถูกส่งมาให้ทงเฮในขณะที่เสียงทุ้มนั้นเอ่ยตอบคำถาม ทงเฮพยักหน้าเบาๆสองสามครั้งให้กับคำตอบแล้วก้มหน้าลงมองพื้น แววตาสดใสของทงเฮดูหม่นแสงลงอย่างไม่น่าเชื่อ
เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า อีทงเฮที่นั่งนิ่งๆอยู่บนม้านั่งริมข้างทางเหม่อมองเพื่อนร่างสูงที่กำลังตั้งอกตั้งใจถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ธรรมชาติรอบๆมหาวิทยาลัยตามที่ได้รับมอบหมายจากอาจารย์ประจำภาควิชา และก็เช่นเคยที่งานถ่ายภาพแบบนี้ต้องตกเป็นงานของคิบอมไปโดยปริยาย เนื่องด้วยฝีมือถ่ายภาพอันยอดแย่ที่แสนจะเลื่องลือของอีทงเฮ
ขาเรียวภายใต้กางเกงพอดีตัวสีน้ำตาลเข้มยกขึ้นไขว้กันในท่าสบายๆ ในขณะที่นิ้วเรียวประคองดินสอไม้แท่งโปรดเอาไว้ระหว่างร่องนิ้วแล้วขยับหมุนมันไปมาพอเพลินๆสองสามครั้ง ก่อนจะจรดปลายดินสอทู่ๆนั้นลงไปละเลงเส้นสายบนกระดาษแผ่นโตที่วางไว้บนตัก ฝีมือการถ่ายภาพที่ยอดแย่ของทงเฮ มันช่างแปรผกผันกับพรสวรรค์ด้านการวาดภาพเสียจริง
นิ้วเรียวยกขึ้นปัดเส้นผมนุ่มๆที่ตกลงมาปรกหน้าตา ก่อนจะทัดมันไว้ที่ใบหูเล็กๆ ทงเฮปรับเปลี่ยนท่าทางการจับเจ้าดินสอคู่ใจพลางลงมือแรเงาให้แสงสีกับภาพวาดสองมิติที่เพิ่งจะลงลายเส้นเสร็จ
“ทำอะไรอยู่น่ะ”
เสียงทุ้มที่เอ่ยถามขึ้นเบาๆชิดใบหูจากทางด้านหลังนั้นทำให้คนที่กำลังตั้งอกตั้งใจแรเงาภาพวาดอยู่นั้นต้องสะดุ้งขึ้นสุดตัวอย่างช่วยไม่ได้
เสียงกดชัตเตอร์เป็นจังหวะเมื่อครู่นั้นเงียบลงไปเมื่อไหร่ทงเฮไม่รู้ หากแต่เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยถามพร้อมกับลมร้อนๆที่ถูกส่งออกมาพร้อมคำพูดนั้นทำให้ทงเฮกลับมาได้สติอีกครั้ง ใบหน้าหวานใสหันกลับไปตามต้นเสียง ก่อนที่แก้มใสนั้นจะเฉียดผ่านริมฝีปากร้อนๆของอีกคนไปอย่างไม่ตั้งใจ
“วาดรูปเจ้านี่น่ะ”
“นั่งว่างๆไม่มีอะไรทำ เลยวาดเล่นๆ”
มือเล็กประคองสมุดวาดภาพเล่มโตบนตักตั้งขึ้นให้อีกคนดู ทั้งที่นิ้วเรียวๆนั้นยังคงสั่นเบาๆอย่างควบคุมไม่ได้จากสัมผัสอุ่นๆที่แก้มใสเมื่อครู่
“ทงเฮชอบมันหรอ”
คิบอมเอ่ยถามพลางเหลือบมองช่อกุหลาบที่วางอยู่บนม้านั่งข้างๆตัวทงเฮ ดอกกุหลาบที่เป็นต้นฉบับให้กับกุหลาบขาวดำบนแผ่นกระดาษสีขาวโดยฝีมือของอีทงเฮ
“อือ มันดูเป็นตัวแทนความรักได้ดีนะ ได้รับการทะนุถนอมจากความรัก”
“คนให้เค้าคงรักนายมากเลยนะ”
“จริงหรอ”
“อื้มม”
ทงเฮพยักหน้าแรงๆ ในขณะที่สายตายังคงจ้องมองไปยังภาพวาดบนตักที่กำลังถูกเกลี่ยระบายแสงเงาด้วยนิ้วหัวแม่มือเล็กๆ
“งั้นชั้นให้ทงเฮนะ”
คนที่ยังคงยืนอยู่ทางด้านหลังนั้นเอ่ยขึ้นเบาๆอีกครั้ง พร้อมกับวางมือลงบนบ่าเล็กๆของทงเฮทั้งสองข้าง
“เห? ให้ชั้นทำไมล่ะ”
“เดี๋ยวคนให้เค้าจะเสียใจแย่”
ดวงตาคู่สวยยังคงจ้องมองผลงานชิ้นโบว์แดงที่กำลังตั้งอกตั้งใจแรเงา ในขณะที่เอ่ยถามออกไปอย่างสงสัย แต่ไม่ได้ใส่ใจนัก
“ดีใจต่างหากล่ะ อุตส่าห์เดินเลือกตั้งสิบกว่าร้าน กว่าจะได้ดอกที่ถูกใจน่ะ”
“เอ๋?”
ใบหน้าหวานหันมามองคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังอีกครั้ง พลางส่งสายตามองอย่างสงสัยไปให้
“ไปเดินหาซื้อตั้งนาน จนไปหาคนสำคัญช้า โดนงอนซะอีก”
“คุณคนสำคัญช่วยรับมันไว้ด้วยนะครับ”
ไม่ทันที่ทงเฮจะได้ตั้งตัว ริมฝีปากร้อนๆก็กดประทับลงกับแก้มใสใสนั้น ก่อนที่คิบอมจะรวบเอาคนตัวเล็กเข้าสู่อ้อมกอดจากทางด้านหลัง
แดงขึ้นเรื่อยๆ แก้มใสที่เคยขาวอมชมพูในตอนนี้แดงชัดขึ้นพอๆกับที่ทงเฮรู้สึกร้อนๆบนแก้มทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว มุมปากทั้งสองคลี่ออกเป็นรอยยิ้มโดยไม่ได้ตั้งใจ สัมผัสที่โอบรอบไหล่นั้นทำให้เลือดสูบฉีดไปทั่วใบหน้าได้ดีจริงๆ
“ทำไมเงียบล่ะ ทงเฮ”
“จะเอาป่ะเนี่ย”
“เอาดิ”
ในที่สุดแล้ว ช่อกุหลาบดอกเดียวช่อนั้นก็ต้องตกเป็นของอีทงเฮในที่สุด พร้อมๆกับการเริ่มต้นของสถานะที่เปลี่ยนไปของคิบอมกับทงเฮ …
…
ภายในห้องมืดทึบแสงที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำยาล้างรูป ในตอนนี้ถูกจับจองไปด้วยคนสองคน ด้วยระยะห่างเพียงแค่คืบ ใบหน้าของคนทั้งสองค่อยๆเคลื่อนเข้าหากันด้วยแรงดึงดูดของความรู้สึกดีดี ก่อนที่ลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดใส่กันเมื่อครู่จะหายไป พร้อมกับรสสัมผัสลึกซึ้งชวนเผลอไผลบนกลีบปากทั้งสอง
แขนคล้องคอ แขนโอบเอว รั้งให้คนรักเข้ามาแนบชิดกันมากขึ้น สัมผัสที่ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เนิบนาบ เชื่องช้า หากแต่กินใจเป็นที่สุด
“นี่ ไอ้สองคนข้างในนั่นตกถังน้ำยาตายไปแล้วรึไงวะ”
เสียงทุบประตูอย่างมีมารยาท(?) พร้อมเสียงตะโกนอย่างห่วงใย(?)ของเพื่อนรักอย่างฮยอคแจที่ยืนรอรูปถ่ายของคิบอมเพื่อจะเอาไปรวบรวมทำรายงานมานานสองนานจนทนไม่ได้ ทำให้คิบอมและทงเฮจำใจผละออกจากกันได้ในที่สุด
คิบอมขยับเข้าไปกดจูบเร็วๆที่ริมฝีปากบางของทงเฮอีกครั้งหนึ่งด้วยความเสียดาย ก่อนที่คนตัวเล็กจะกดเปิดสวิทช์ไฟบนผนังให้ภายในห้องเล็กๆสว่างขึ้น ปรากฏภาพถ่ายที่เพิ่งจะล้างเสร็จ ตากเรียงรายอยู่บนเส้นเชือกที่ขึงตึงเอาไว้รอบๆตัว
“นี่ คิมคิบอม”
“ทำไมมันมีแต่รูปชั้นล่ะ”
“ก็รักทงเฮนี่”
“บ้า”
“คิมคิบอม อีทงเฮ”
“อาจารย์สั่งให้ถ่ายรูปธรรมชาตินะเว่ย ไม่ใช่รูปสัตว์โลกใต้ทะเล”
“ถ่ายไอ้ปลามันมาทำไม”
อีฮยอคแจที่ทนรอไม่ไหวแล้วเปิดประตูเข้าไปดูในที่สุด ก่อนที่จะต้องทึ้งหัวตัวเองด้วยความโมโหเมื่อเห็นรูปอีทงเฮทุกอิริยาบทตากไว้รอบๆตัว
… ไม่รู้สิ ก็เค้ารักกันนิ คิก คิก …
… The End …

ชอบๆๆ ดูน่ารักดี
#1 By เปบเปอร์Oho! on 2009-02-16 09:47