[SF] GAZE III

posted on 16 Feb 2009 03:40 by borimaxii  in GAZE

Gaze

Kibum x Donghae

By borin

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

The Beginning of US*

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านซึมผ่านมาจากอ้อมกอดที่อบอุ่นของร่างสูงนั้นทำให้น้ำตาที่กำลังไหลรินของทงเฮค่อยๆแห้งเหือดลงอย่างช้าๆ ก่อนที่จะเหลือเอาไว้เพียงแค่คราบน้ำตาบนแก้มใส และดวงตาที่บวมฉ่ำเท่านั้นเป็นหลักฐานของความโศกเศร้าภายในใจ ใบหน้าหวานยังคงซุกลงเข้ากับอกกว้างของคิบอมที่ยืนนิ่งๆโอบรั้งเอวเล็กไว้ให้แนบชิด ทงเฮที่โอบวาดเรียวแขนเอาไว้รอบเอวหนากำชายเสื้อเชิร์ตสีเข้มของคิบอมทางด้านหลังเอาไว้แน่น นิ้วเรียวจิกเข้าหากันเพื่ออดกลั้นอารมณ์

 

 

“ทงเฮยังหนาวอยู่รึเปล่า”

เสียงทุ้มที่เอ่ยชิดริมข้างๆหูนั้นเอ่ยบอก พร้อมกับที่ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดใบหูขาวจัดไปด้วย

 

 

“อืม หนาว”

ทงเฮไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแผงอกที่แสนอบอุ่นนั้นแม้เพียงสักครั้ง คนตัวเล็กพยักหน้าขึ้นลงทั้งๆที่ยังคงแนบใบหน้าลงแนบชิดกับร่างกายที่อบอุ่นของคิบอม

 

 

 

 

 

 

 

 

ทงเฮไม่ได้หนาว ทงเฮไม่เคยหนาวเมื่อยามที่อยู่ใกล้คิบอม

แต่กระนั้น ทงเฮก็ไม่อยากให้อ้อมกอดนี้คลายออกเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันเวลาดำเนินผ่านไปอย่างช้าๆ หากแต่ในบางครั้ง มันกลับเดินเร็วเกินกว่าที่คนเราคาดคิดเอาไว้เสียอีก

 

 

 

 

 

 

 

ไม่ทันที่คิบอมจะรู้ตัว รอบๆตัวก็ดูผิดแปลกไปจากเมื่อก่อน แก้วน้ำสองใบที่วางคว่ำไว้คู่กัน ช้อนส้อมสองคู่ แปรงสีฟัน ผ้าเช็ดตัว หรือรวมไปถึงรองเท้าแตะที่วางเอาไว้ตรงหน้าห้องน้ำก็เพิ่มจำนวนขึ้นจากที่เคยอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลายเป็นจำนวนสองที่อยู่เคียงคู่กันไปเสียแล้ว

 

 

“คิบอม คิบอม”

เสียงหวานของทงเฮเอ่ยเบาๆเป็นการเรียกร่างสูงที่เดินหายเข้าไปหลังประตูไม้ที่กั้นระหว่างห้องนอนและห้องน้ำเล็กๆที่อยู่ภายในเอาไว้

 

 

“ว่าไงครับ”

คิบอมเอียงตัวโผล่ศีรษะออกมาพ้นขอบประตูเพียงพอให้ทงเฮได้เห็นแปรงสีฟันที่ถือคาอยู่ บวกกับฟองสีขาวที่เปรอะอยู่ทั่วทั้งโพรงปาก ซึ่งบ่งบอกได้ดีถึงกิจกรรมที่กำลังทำติดพันอยู่ โดยไม่ต้องเอ่ยปากพูดอะไรอีก

 

 

“อ้าว แปรงฟันอยู่หรอ”

“เราแปรงด้วยคนสิ”

ร่างเล็กในชุดนอนเนื้อนิ่ม เสื้อยืด กางเกงขายาวก้าวข้ามขอบประตูเข้ามายืนเคียงข้างคนตัวโตที่ยืนจับจองพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว

 

 

คิบอมที่ยืนอยู่ตรงหน้ากระจกเหนืออ่างล้างหน้าขยับตัวเปลี่ยนตำแหน่งยืนให้อีกคนพอได้มีที่ยืนตรงอ่างล้างหน้าบ้าง ก่อนจะคาบแปรงสีฟันที่ถืออยู่ในมือเมื่อครู่คาไว้ระหว่างร่องฟัน แล้วเอื้อมหยิบแปรงสีฟันสีหวานอีกอันที่วางอยู่ในแก้วตรงหน้าส่งให้เจ้าของมันไป

 

 

“ทงเฮ”

“วันนี้ผมจะปิดร้านซักวันนะ”

คิบอมที่เพิ่งบ้วนปากเสร็จเอ่ยกับคนตัวเล็กข้างๆพลางส่องกระจกตรงหน้าไปมา

 

 

“เอ๋ จะไปไหนหรอ”

 

 

“ออกไปข้างนอกกัน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในตอนนี้ยังเช้าอยู่มากนัก แสงแดดที่ส่องลงมาให้ความอบอุ่นจึงยังไม่ถึงกับจ้าจนทำให้แสบตา ร้านรวงสองข้างทางกำลังเริ่มเปิดให้บริการ ความวุ่นวายของเจ้าของร้านในช่วงสายแบบนี้คงทำให้หัวหมุนได้เลยทีเดียว ทงเฮรู้ดี หลังจากที่ได้มาช่วยงานอยู่ในร้านหนังสือของคิบอม ร้านหนังสือเล็กๆแต่ยุ่งน่าดูทีเดียวล่ะ ในช่วงสายๆของวัน

 

 

รองเท้าบู๊ตคู่ใจที่ให้ตายยังไงทงเฮก็ยังเลือกที่จะใส่มันอยู่เสมอๆอยู่ดีทั้งที่ไม่เหมาะเอาเสียเลยกับการใส่รองเท้าสุดหรูมาเดินบนพื้นดินลูกรังแบบนี้ เจ้ารองเท้าราคาแพงเตะฝุ่นให้คลุ้งขึ้นไปตามจังหวะการก้าวเดินของเจ้าของเรียวขาสวย ลมเย็นๆที่พัดผ่านมาทำให้ทงเฮรู้สึกคิดผิดเหลือเกินที่ใส่เสื้อมาเพียงสองชั้นแบบนี้ มือเล็กขยับกระชับเจ้าผ้าพันคอผืนสวยให้โอบล้อมรอบลำคอระหงปิดบังผิวกายขาวละเอียดไม่ให้สายลมเย็นยะเยือกได้เข้าไปสัมผัสทำร้ายมัน

 

 

“วันนี้ลมแรงจัง”

“หนาวรึเปล่า ทงเฮ”

คิบอมเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทางการจัดเสื้อผ้าของทงเฮ บวกกับที่เส้นผมเส้นเล็กๆของทงเฮนั้นปลิวพริ้วไหวไปตามแรงลม

 

 

“นิดหน่อยน่ะ เสื้อตัวนอกของเรามันบางเกินไป”

 

 

“งั้นเอาอย่างนี้”

คิบอมเอ่ยบอกพลางเกาะกุมมือเล็กๆของทงเฮเอาไว้ในอุ้งมืออบอุ่น แล้วรั้งแขนเรียวให้ร่างทั้งร่างเข้ามาอยู่ภายในวงแขนแกร่งของตัวเอง

 

 

“อุ่นขึ้นมั้ย”

 

 

“อืม”

คนตัวเล็กพยักหน้าขึ้นลงเบาๆสองสามครั้ง ทั้งที่ยังถูกล็อคเอาไว้ในวงแขนของคนตัวสูงข้างๆแน่น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มือของคนสองคนยังคงเกาะกุมกันเอาไว้ไม่ได้คลายออกจากกัน ในขณะที่กำลังก้าวข้ามธรณีประตูตรงหน้าร้านกาแฟตรงใจกลางหมู่บ้านเข้าไปจับจองโต๊ะกลมตัวเล็กที่เหลือว่างอยู่เพียงไม่กี่ตัว

 

 

ทงเฮมาอยู่ที่นี่นานกว่าเดือนแล้วก็จริง หากแต่ยังนับครั้งได้ที่ได้มีโอกาสเข้ามาในกลางหมู่บ้านแบบนี้ ดวงตาเรียวใสๆส่องประกายแวววับเมื่อยามที่มองนู่นมองนี่รอบๆตัวอย่างสนใจ ผู้คนที่เดินสวนกันผ่านไปมาทำให้ทงเฮสนใจได้เสมอ คุณหนูทงเฮคิดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าเมืองเล็กๆที่ดูราวกับเมืองร้างแห่งนี้กลับมีประชากรมากถึงหลายร้อยหลังคาเรือน

 

 

“แถวนี้คนเยอะจังเนอะ คิบอม”

ทงเฮที่กำลังประคองแก้วกาแฟใบเล็กๆเอาไว้ในมือเพื่อรับไออุ่นจากของเหลวสีเข้มภายในนั้นเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสดใส ทั้งๆที่ยังไม่ได้ละสายตาไปจากเด็กเล็กๆกลุ่มใหญ่ที่วิ่งเล่นไล่กันไปมาส่งเสียงดังเจื้อยแจ้วอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

 

 

“แปลกใจล่ะสิ”

คิบอมเพียงแค่คลี่ยิ้มบางๆให้กับความน่ารักของคุณหนูชาวกรุงที่นั่งอยู่ร่วมโต๊ะเดียวกันเพียงเท่านั้นในขณะที่เอ่ยตอบไป

 

 

“มากเลยล่ะ”

“ตอนแรกที่มาถึงเรานึกว่าหลงมาอยู่ในเมืองร้างเสียอีก”

 

 

“ร้านผมอยู่ท้ายหมู่บ้าน แล้วก็น่าแปลก ที่สถานีรถไฟดันตั้งอยู่ตรงนั้น แทนที่จะเป็นหน้าหมู่บ้าน”

คิบอมยังคงเริ่มต้นเล่าเรื่องราวต่อไป ในขณะที่ทงเฮค่อยวางถ้วยกาแฟในมือลงแล้วตั้งศอกท้าวคางเอียงคอตั้งอกตั้งใจฟังราวกับเป็นเด็กๆสนใจฟังนิทานอีสปสอนใจ

 

 

“ที่นี่ลมแรงตลอดปี”

 

 

“กับคนขี้หนาวอย่างทงเฮแล้ว คงจะแย่มากๆเลยนะ”

 

 

“ทงเฮชอบที่นี่มั้ยครับ”

คิบอมยกกาแฟรสเข้มที่เริ่มเย็นลงไปบ้างแล้วขึ้นจิบเป็นระยะสลับกับการเอ่ยพูด ก่อนที่จะวางแก้วในมือลง แล้วจ้องมองตรงเข้าไปในดวงตาใสใสของคนที่นั่งท้าวคางอยู่ตรงหน้า

 

 

“ชอบสิ”

“ถึงมันจะถูกตัดขาดจากเทคโนโลยีทั้งหมดเลยก็เถอะ”

ใบหน้าหวานงองุ้มลงเล็กน้อยเมื่อคิดถึงความจริงข้อนั้น หากแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ไม่ใช่หรอ ว่าการมาอยู่ที่นี่บางครั้งแล้ว มันก็ทำให้ทงเฮเผลอลืมเทคโนโลยีที่ทันสมัยไปสนิทเลยด้วยซ้ำ

 

 

“ถ้าอย่างนั้น

คิบอมเอ่ยค้างไว้เพียงเท่านั้น ในความสงสัยของทงเฮ คิบอมเพียงแค่จ้องมองลึกลงไปในดวงตาของทงเฮ เนิ่นนาน ลึกซึ้ง จนผิวหน้าขาวๆของคนตัวเล็กเริ่มขึ้นสีระเรื่ออย่างควบคุมไม่ได้ มือหนาค่อยๆเลื่อนไปเกาะกุมมือบางๆข้างหนึ่งที่วางค้างอยู่บนโต๊ะแล้วจับกระชับมันเอาไว้แน่น

 

 

อยู่ด้วยกันที่นี่เถอะนะครับ”

“ผมรักคุณ”

คำพูดเพียงแผ่วเบาราวกับเสียงของสายลมที่ถูกเอื้อนเอ่ยออกมานั้น ดังกังวานสะท้อนไปมาภายในโสตประสาทของทงเฮอย่างไม่น่าเชื่อ ดวงตาคมคู่นั้นที่ส่งแรงดึงดูดมาทำให้ไม่อาจเบนสายตาหนีออกไปดังที่ใจอยากได้

 

 

เพียงเสี้ยววินาที หากแต่ดูเหมือนว่ามันยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์ ก่อนที่ใบหน้าหวานๆของทงเฮจะค่อยๆขยับขึ้นลงพยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ

 

 

คำตอบที่เป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้ทำให้คิบอมยิ้มแก้มปริ นิ้วชี้และนิ้วกลางถูกยกขึ้นทาบกับกลีบปากหนาของตัวเองชั่วครู่ ก่อนที่จะส่งมันไปประทับลงที่กลีบปากบางๆของคนตัวเล็กตรงหน้า เนิ่นนาน

 

 

 

 

 

 

สายลมแรงกำลังพัดผ่านไปมาอีกครา หากแต่ในตอนนี้ ทงเฮกลับไม่รู้สึกหนาวเลยแม้แต่น้อย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ทงเฮครับ ตื่นได้แล้วนะ”

แสงแดดที่ส่องลอดแนวผ้าม่านผืนหนาเข้ามารบกวนคนที่กำลังนอนหลับสบายให้ตื่นขึ้นรับเช้าวันใหม่ปลุกร่างสูงให้ตื่นขึ้น เพียงแค่เปลือกตาเท่านั้นที่เปิดลืมขึ้น คิบอมกรอกตามองไปรอบๆตัวครั้งหนึ่ง ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ร่างเล็กๆภายในอ้อมกอดที่ยังคงหลับตาพริ้มอย่างเป็นสุข เสียงเอ่ยเรียกไม่ได้ทำให้ทงเฮสนใจมากไปกว่าการบิดกายเข้าซุกแผ่นอกอุ่นๆของคนรักเพียงเท่านั้น

 

 

“ไม่เอาน่าทงเฮ ผมต้องไปเปิดร้านแล้วนะ”

เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆชิดใบหูก่อนที่ริมฝีปากนุ่มๆนั้นจะกดลงเร็วๆบนแก้มใส

 

 

“วันนี้อากาศดี นอนต่ออีกนิดนะ”

แขนเล็กโอบรอบท่อนแขนของคนรักแล้วกระชับกอดมันไว้เหมือนหมอนข้างใบโปรด ท่าทางแสนน่ารักของคุณหนูทงเฮทำเอาคนรักอย่างคิบอมต้องใจอ่อนในที่สุด ผ้าห่มผืนหนาถูกคลี่ออกห่มร่างทั้งสองร่าง ก่อนที่คนสองคนจะซุกกายเข้าหากันเพื่อหาไออุ่นให้มากขึ้นกว่าเดิม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ขอบคุณนะครับ แล้วจะส่งของไปให้ภายในสามวัน”

เสียงทุ้มๆหากแต่ฟังดูอบอุ่นของคิบอมที่ดังขึ้นเป็นระยะจากทางหน้าร้านทำให้ทงเฮที่ลอบมองอยู่นั้นเผลอยิ้มบางๆออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว ก่อนที่คนตัวเล็กจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ตัวประจำที่ชอบมานั่งเล่นไปหยิบเอาไม้ปัดฝุ่นจากบนชั้นวางของมาถือเอาไว้ด้วยท่าทางทะมัดทะแมง แล้วเดินตรงไปยังชั้นวางหนังสือสูงเหนือศีรษะที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด

 

 

เสียงบทสนทนาตอบโต้ระหว่างคิบอมกับลูกค้าเงียบลงไปเมื่อไหร่ทงเฮไม่รู้ แต่สัมผัสอุ่นๆที่คุ้นเคยบริเวณเอวบางที่ประคองอุ้มจนปลายเท้าของทงเฮลอยขึ้นจากพื้นนั้นทำให้ทงเฮต้องยิ้มกว้าง แผ่นหลังบอบบางเอนแนบลงไปกับแผ่นอกกว้างๆที่รอรับจากทางด้านหลัง วงแขนแกร่งที่ประคองเอวเอาไว้นั้นมั่นคง และให้ความรู้สึกปลอดภัยจนทงเฮสามารถปัดฝุ่นบนสันหนังสือชั้นบนสุดได้อย่างสบายๆ

 

 

“ตัวแค่เนี้ย จะปัดถึงชั้นบนหรอ”

คิบอมเอ่ยแซวคนรักในทันทีที่ปล่อยให้ทงเฮเหยียบลงบนพื้น

 

 

“หลอกว่าเราอีกแล้วนะ”

ไม้ปัดฝุ่นอันโตถูกใช้เป็นอาวุธสำหรับคนตัวเล็ก ทงเฮบรรจงตีมันลงบนบ่ากว้างของคนรักเสียเต็มรักจนคิบอมต้องยึดมันไปเสียเอง

 

 

“เด็กซนต้องถูกลงโทษนะ”

คนตัวใหญ่กว่าก้าวเท้าเข้าไปประชิดร่างเล็กๆพร้อมกับวางพาดแขนไปบนชั้นวางหนังสือเหนือศีรษะของทงเฮ ด้วยระยะห่างที่กว้างเพียงแค่ระหว่างชั้นวางหนังสือ ใกล้ เสียจนทำให้คนตัวเล็กต้องหน้าร้อนผ่าว แผ่นหลังบอบบางชนกระทบไปกับสันหนังสือที่ตั้งเรียงราย

 

 

 

 

ก่อนที่ใบหน้าคมของเจ้าของร้านจะค่อยๆเคลื่อนเข้ามาประชิดดวงหน้าหวานของคนรักทีละนิด ทีละนิด

 

 

 

 

เชื่องช้าเกินไปมั้ยนะ ช้าจนเกือบทำให้ทงเฮหัวใจระเบิดออกมา คิบอมจงใจเคลื่อนศีรษะเข้าไปอย่างเนิบนาบ ก่อนจะจู่โจมประกบริมฝีปากลงไปกับกลับปากสีสดของทงเฮอย่างฉับพลัน

 

 

 

 

แรงกดจูบที่จู่โจมโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว บวกกับการดูดเม้มรอบๆริมฝีปากทำให้ทงเฮแทบหลอมละลาย แขนเรียวยกขึ้นคล้องคอคนรักพลางรั้งให้เข้ามามอบจุมพิตลึกซึ้งได้ถนัดยิ่งขึ้น ก่อนจะปล่อยให้คิบอมเป็นผู้นำทาง ไปตามอารมณ์ความรู้สึกดีดีที่เพิ่มพูนขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด

 

 

 

 

เรียวลิ้นเกาะเกี่ยวกันเอาไว้ สัมผัส โลมเลีย ผละห่าง ก่อนที่จะเกี่ยวเข้าหากันอีกด้วยแรงดึงดูดของอารมณ์ ร่างกายเบียดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่ริมฝีปากยังคงเชื่อมต่อถึงกันไม่ได้ห่างแม้แต่น้อย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดวงตารีเรียวมองลอดผ่านกระจกใสตรงหน้าต่างของร้านหนังสือเล็กๆเข้าไปอย่างไม่ตั้งใจ ท้ายหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลออกไปจากส่วนอื่นๆของหมู่บ้านอย่างนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษนักในสายตาของฮันกยอง หากแต่ร้านหนังสือเล็กๆแห่งนี้กลับดึงดูดสายตาของเขาอย่างน่าประหลาด แว่นกันแดดอันโตถูกถอดออกเพื่อปรับมองภาพที่ได้เห็นให้ชัดยิ่งขึ้น ก่อนที่ดวงตาเรียวๆนั้นจะเบิกกว้างขึ้นจนเต็มความสามารถ

 

 

ฮันกยองสวมแว่นกันแดดคู่ใจอีกครั้ง ก่อนจะรีบเร่งฝีเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับตรงไปยังใจกลางกลางหมู่บ้าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

… TBC …

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet