[SF] GAZE II
posted on 16 Feb 2009 03:39 by borimaxii in GAZEGaze
Kibum x Donghae
By borin
To Know Each Other*
เปลือกตาหนาหนักๆค่อยๆปรือปิดลงในที่สุด หลังจากที่พยายามข่มตาหลับมานานกว่าสามชั่วโมงแล้ว แสงไฟสลัวๆที่สาดส่องลอดช่องประตูออกมานั้นแยงตาจนทำให้เจ้าของบ้านหลับไม่ลง ด้วยความเหนื่อยล้าบวกกับอาการอ่อนเพลียเนื่องจากล่วงเลยเวลานอนปกติมาได้ครู่ใหญ่ๆแล้ว ถึงทำให้คิมคิบอมหลับลงไปได้ในค่ำคืนนี้ ทั้งๆที่เสียงกุกกักจากด้านในห้องนอนนั้นยังคงดังรบกวนการนอนของเจ้าของบ้านรูปหล่อที่ถูกระเห็จออกมานอนนอกห้องอย่างไม่คิดจะหยุดลง
“ทำไมมันคันอย่างนี้นะ”
เสียงหวานเอ่ยบ่นพลางบิดตัวไปมาภายในผ้าห่มผืนหนาบนเตียงแคบๆขนาดกำลังดีสำหรับหนึ่งคน แต่มันคงจะแคบไปสำหรับคุณหนูทงเฮที่คุ้นเคยกับการนอนคนเดียวบนเตียงขนาดคิงไซส์ ร่างเล็กยังคงบิดไปมาจนทำให้เตียงไม้อายุเก่าแก่ส่งเสียงดังเอียดอาดไปในทุกครั้งที่เกิดการเคลื่อนไหว
“ฝุ่นก็เยอะ คิบอม นายทำความสะอาดห้องบ้างรึเปล่านะ”
ภายในห้องนอนสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่สว่างจ้า ร่างบอบบางที่นอนขดตัวยู่บนเตียงตรงกลางห้องนั้นค่อยๆเข้าสู่ห้วงนิทราไปทีละนิด พร้อมๆกับที่เสียงบ่นนั้นเงียบลง
แสงสว่างจากดวงไฟยังคงส่องสว่างไปทั่วห้องนอนสี่เหลี่ยมจัตุรัส แสงสีนวลสาดไล้ไปบนเฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นนั้น ตู้เสื้อผ้าไม้เรียบๆตั้งหลบมุมอยู่ตรงซอกข้างๆประตูห้องบานโต ประตูที่เปิดแง้มออกเล็กน้อยหลังจากที่คุณหนูวุ่นวายมือซนรื้อนู่นรื้อนี่เปิดดูจนหมดทุกซอกทุกมุมแล้วปิดมันลงอย่างไม่ใส่ใจ โต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่ชิดริมหน้าต่างบานโตเคยเป็นระเบียบเรียบร้อย หากแต่ในตอนนี้มันระเกะระกะไปด้วยเครื่องมือสื่อสาร ขวดครีมบำรุงผิวสามสี่ขวดวางเรียงรายอยู่บนสมุดบัญชีเล่มโตของเจ้าของห้องที่วางทิ้งเอาไว้บนพื้นโต๊ะข้างๆโคมไฟที่ถูกเปิดสว่างค้างเอาไว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่คนตัวเล็กได้เข้ามาในห้องนี้
ลมหายใจที่เป็นจังหวะสงบสม่ำเสมอบ่งบอกว่าทงเฮนั้นหลับสนิทลงไปแล้ว เปลือกตาและแพขนตานั้นปิดพริ้มสนิทลง ร่างเล็กขดม้วนตัวซุกในผ้าห่มผืนหนาแน่น พลางซุกเข้าหาผ้านวมอุ่นๆเพื่อคลายความเย็นที่กระทบผิวกายส่วนที่โผล่พ้นผ้าห่มนั้น
**
เสียงนกร้องกับสายลมอ่อนโยนที่พัดผ่านมากระทบผิวหน้าบางๆที่อยู่นอกผ้าห่มผืนหนาเป็นดังการต้อนรับสู่เช้าวันใหม่ เปลือกตาบางที่ถึงจะยังปิดสนิทอยู่ หากแต่สัมผัสได้ถึงแสงสว่างที่มากระทบ ทงเฮขยับตัวพลิกหันไปอีกด้านเพื่อหลบแสงสว่างจ้านั้นไม่ให้มารบกวนการนอนหลับแสนสบาย อากาศในยามเช้าเย็นจัดหากแต่อุ่นขึ้นด้วยแสงสว่างแรกของวันที่สาดส่องลงมาจากดวงอาทิตย์ ทำให้ไม่แปลกที่ใครหลายๆคนรวมทั้งทงเฮพอใจที่จะนอนซุกกายอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนามากกว่าจะตื่นลุกขึ้นไปทำอย่างอื่น
เสียงกุกกักจากชั้นล่างของตัวบ้าน หรืออีกนัยหนึ่งก็คือส่วนหลังของร้านหนังสือดังขึ้นไม่ขาดสาย ทำให้คนตัวเล็กที่กำลังพยายามที่จะหลับต่อนั้นตื่นเต็มตาอย่างไม่เต็มใจนัก เปลือกตาวาวค่อยๆปรือเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนที่เปลือกตานั้นจะกระพริบถี่ๆสองสามครั้งเพื่อไล่ความพร่ามัวออกไปจากทัศนะวิสัย แล้วเบิกตากว้างขึ้นในที่สุด
“คิบอม”
เสียงหวานยังคงแหบพร่าจากการนอนหลับเอ่ยเรียกชื่ออีกคนที่ยืนพิงบานประตูตู้เสื้อผ้าอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเตียงที่ทงเฮนอนอยู่นัก
“ผมมาปลุกทงเฮ แต่เห็นว่าทงเฮตื่นแล้วเลยยืนรอ”
ทงเฮเพียงแค่ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเท่านั้น เมื่อคิบอมเอ่ยปากตอบข้อสงสัยที่กำลังผุดขึ้นมาภายในใจของทงเฮนั้น
นานกว่าที่คิดกะเกณฑ์เอาไว้ ทงเฮค่อยๆก้าวเดินลงมาจากบันไดไม้ ในยามที่เท้าเปลือยเปล่าสัมผัสกับพื้นบันได มือเรียวก็ประคองจับราวบันไดเอาไว้เสียจนแน่น ด้วยความหวาดกลัว ... ก็ไอ้บันไดนี่น่ะสิ เอนไปเอนมาจนกลัวว่ามันจะพังลงไปก่อนที่ทงเฮจะได้เหยียบพื้นจนเต็มเท้า
“หัวเราะอะไรแต่เช้า”
เสียงระเบิดหัวเราะดังลั่นเป็นการทักทายยามเช้าหลังจากที่ทงเฮตื่นเต็มตานั้นทำให้คนสวยขมวดคิ้วแน่นพลางส่งสายตาดุๆไปให้เจ้าของบ้านรูปหล่อที่นั่งรออยู่บนเก้าอี้ข้างๆโต๊ะทานอาหารตัวขนาดกลาง
“ผมขำทงเฮน่ะสิ”
เสียงทุ้มเอ่ยบอกตามตรง พลางตบลงเบาๆที่เก้าอี้ตัวข้างๆที่ว่างอยู่แทนการเอ่ยเรียก
“นมอุ่นๆ ที่มันเย็นแล้ว”
เจ้าของบ้านเลื่อนแก้วใสใสตรงหน้าที่มีของเหลวสีขาวขุ่นบรรจุอยู่เกือบเต็มให้ไปอยู่ตรงหน้าทงเฮ แล้วเอ่ยบอกติดตลก
“เราอยากได้กาแฟมากกว่านะ”
“...แล้วที่นี่ไม่มีโทรทัศน์หรอ”
ทงเฮเอ่ยถามคิบอมด้วยสีหน้าเรียบเฉย พลางเหลือบมองใบหน้าหล่อคมของอีกคนด้วยหางตา ในขณะที่นิ้วเรียวทั้งสิบกำลังบรรจงประคองแก้วใสใสใบนั้นขึ้นจรดริมฝีปาก ขาเรียวยกขึ้นไขว้กันในท่าไขว่ห้าง แผ่นหลังเอนลงพิงกับพนักเกี้ในท่าสบายๆ
“หืม”
“เราติดรายการช่วงนี้น่ะ แต่ไม่เป็นไร”
ยังไม่ทันที่คิ้วได้รูปทั้งสองข้างของคิบอมจะเคลื่อนมาชนกันดีนัก ทงเฮก็เอ่ยบอกสวน พลางหยิบเอาโทรศัพท์เครื่องหรูคู่ใจจากในกระเป๋าขึ้นมากดๆจิ้มๆสองสามครั้ง คิ้วเรียวเลิกขึ้นทีละนิดพร้อมกับที่ขมวดเข้าหากัน
“คิบอม ... ที่นี่ไม่มีสัญญาณไวร์เลสอินเตอร์เน็ตหรอ”
**
นิ้วเรียวค่อยๆไล่ไล้ไปตามสันหนังสือบนชั้นวางหนังสือที่สูงเหนือศีรษะ ปกหนังสือหลากสีทั้งเก่าใหม่ถูกมองผ่านสายตาไปโดยที่เจ้าตัวไม่ได้สนใจนัก สายตาคมกริบที่ดูเหมือนมองเหม่อของทงเฮนั้นกลับทอดผ่านช่องว่างระหว่างชั้นหนังสือนั้นไปยังร่างสูงโปร่งของเจ้าของร้านที่กำลังปัดฝุ่นบนชั้นหนังสือที่อยู่ถัดออกไปนั่นต่างหาก ในเวลาสายแบบในตอนนี้ร้านหนังสือดูยุ่งวุ่นวายมากกว่าที่ทงเฮจะจินตนาการได้ ร้านหนังสือภาษาอังกฤษที่ตั้งอยู่ในเมืองเล็กๆเช่นนี้ กลับมีลูกค้าเข้า-ออกอย่างไม่ขาดสาย กล่องบรรจุหนังสือกล่องแล้วกล่องเล่าที่ถูกขนออกไป ดวงตาเรียวได้แต่จ้องมองอย่างแปลกใจปนสงสัย
“ทำอะไรอยู่”
เสียงทุ้มของคิบอมเอ่ยถาม ในขณะที่เจ้าตัวกำลังเดินผ่านไปยังด้านหลังของร้าน
“ก็ดูอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ”
มือบางละจากสันหนังสือที่วางค้างเอาไว้ก่อนจะทิ้งดิ่งลงข้างๆลำตัว
“ไม่ไปทำธุระหรอ”
“ธุระ? อ๋อใช่ งั้นเราไปก่อนนะ”
สิ้นคำนั้น ทงเฮเดินรี่เข้าไปยังส่วนในของตัวร้านแล้วหยิบเอากระเป๋าสะพายใบโปรดขึ้นสะพายบนไหล่ ก่อนจะเร่งรีบเดินออกจากร้านไป
จังหวะการก้าวเดินที่เร่งรีบเมื่อครู่ค่อยๆผ่อนช้าลงจนหยุดลงในที่สุดเมื่อพ้นเขตตึกแถวที่เรียงรายอยู่นั้นมาได้ไกลระยะหนึ่งแล้ว นัยน์ตาสีชาเหมอมองทิวทัศน์ไปรอบๆ สีเขียวของต้นไม้ใบหญ้ายังคงเป็นสิ่งเดียวที่เด่นชัดของธรรมชาติรอบๆตัว ท้องฟ้าในวันนี้สดใสเหลือเกิน สีฟ้าสดใสตัดกับกลุ่มเมฆขาวสะอาดที่กระจายตัวเป็นหย่อมๆดูสวยราวกับสายไหมรสหวาน สายมากแล้ว หากแต่อุณหภูมิในตอนนี้ก็ยังคงหนาวจัดไม่แพ้ช่วงเวลาใดใดของวัน ทงเฮกระชับผ้าพันคอผืนหนาที่เลือกหยิบออกมาใช้ในวันนี้ให้กระชับแน่นเข้าอีกครั้ง เสื้อกันหนาวตัวหนาที่หยิบยืมมาจากคิบอมช่วยให้ทงเฮไม่ต้องหนาวจนตัวสั่นอีกแล้ว
*ฟู่*
ควันสีขาวที่ลอยออกมาพร้อมกับแรงเป่าจากริมฝีปากที่รวบเข้าหากันบอกถึงอุณหภูมิอากาศรอบๆตัวได้เป็นอย่างดี ทงเฮยกมือขึ้นกอดอกพลางเหม่อมองไปรอบๆตัวเพื่อหาสิ่งน่าสนใจ
เงียบเชียบ รอบๆตัวของทงเฮในตอนนี้มีแต่ความเงียบ เสียงลมพัดผ่านไปมาก็ดูเหมือนว่ามันชัดเจนเหลือเกินในความรู้สึก ใบไม้พัดไหวไปมาตามแรงลมอ่อนๆที่พัดลมหนาวผ่านมาไม่ได้มีทีท่าว่าจะหยุดลงบ้างเลย แก้มใสที่ขาวละเอียดเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อเนื่องด้วยอุณหภูมิอากาศที่หนาวจัด มือทั้งสองซุกเข้าไว้ในกระเป๋าเสื้อตัวหนาที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆประจำตัวเจ้าของ
ทงเฮไม่คุ้นชินกับความโดดเดี่ยวและความเงียบเชียบเช่นนี้ ในขณะที่กำลังก้าวเดินไปรอบๆเมืองเล็กๆแห่งนี้อย่างไร้จุดหมาย ... ใช่แล้ว ทงเฮไม่มีจุดหมาย ไม่ได้มีธุระ และไม่รู้จะไปไหนด้วยซ้ำไป
**
กว่าหนึ่งอาทิตย์แล้ว ที่ทงเฮมาอาศัยอยู่ร่วมกับคิบอม ... นานกว่าที่คิด ... อาจจะเพราะที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และมีเพียงรถไฟที่จะผ่านมาสามวันครั้งเท่านั้น ที่จะสามารถใช้โดยสารกลับไปได้ ...
ทงเฮคิดถึงบ้าน ... คิบอมดีกับทงเฮมากก็จริง ออกจะดีเกินไปด้วยซ้ำกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน หากแต่ทงเฮก็ยังคงคิดถึงความสะดวกสบายที่โซล โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต ห้างสรรพสินค้า ... คิดถึงจริงๆ
มือเรียวยังคงประคองถ้วยกระเบื้องสีขาวขุ่นเอาไว้ในมือแน่น หากแต่สายตาของทงเฮกลับมองเหม่อออไปยังสถานีรถไฟทีตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักจากตัวร้าน กาแฟในถ้วยนั้นเย็นลงไปมากแล้ว เมื่อทงเฮจรดมันกับริมฝีปากบางๆเพื่อจิบมันลงลำคอ ก่อนที่จะวางมันลงบนขอบหน้าต่างข้างๆตัว ไอร้อนที่ยังพอมีอยู่ของของเหลวสีเข้มนั้นลอยตัวขึ้นเป้นควันเหนือผิวหน้าของมัน พลางแผ่ส่งความร้อนไปยังอากาศรอบๆ รวมทั้งสร้างฝ้าขาวๆเอาไว้บนกระจกใสใสนั้นด้วย
ฝ้าขาวๆที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นบนกระจกใสจากที่ใกล้แห่งความร้อน ไกลออกไป ไกลออกไป
ราวกับเป็นการจุดประกาย ... หยาดน้ำใสใสค่อยๆรวมตัวกันภายในดวงตาคู่สวย รวมตัวกันจนเป็นหยดใหญ่ แล้วหลั่งรินระลงมาตามแก้มใสแล้วหยดลงจากคางเรียวได้รูปลงสู่ขอบหน้าต่างที่ทงเฮใช้ต่างโต๊ะวางของและเท้าแขน ไร้อาการสะอื้นใดๆ มีเพียงแค่น้ำตาอุ่นๆเท่านั้นที่บ่งบอกถึงความเศร้าโศกของทงเฮในตอนนี้
“ทงเฮ มาช่วยผมจัดหนังสือตรงนี้หน่อยได้มั้ย”
เสียงทุ้มที่ตะโกนเรียกดังมาจากทางด้านในของร้าน ทงเฮรีบปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆแล้วก้าวเดินจากตรงส่วนหน้าร้านที่นั่งอยู่เข้าไปหาเจ้าของเสียงเรียกนั้น
“ให้ช่วยอะไรหรอ”
เสียงสั่นๆที่พยายามข่มให้เป็นปกติ บวกกับดวงตาใสที่ในตอนนี้แดงก่ำ ทำให้คิบอมเดาได้อย่างไม่ยากว่าคนตัวเล็กเพิ่งผ่านการร้องไห้มาหมาดๆ ร่างสูงวางหนังสือที่กำลังจัดเข้าชั้นนั้นลงก่อนจะค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ทงเฮที่ยืนอยู่ระหว่างชั้นหนังสือที่อยู่ใกล้ที่สุด
“เป็นอะไร”
“ร้องไห้หรอ”
นิ้วยาวไล้เบาๆไปบนแก้มใสเพื่อเช็ดคราบน้ำตาให้หมดไป ในขณะที่ทงเฮยืนก้มหน้านิ่งๆไม่ได้เอ่ยตอบอะไร
“ทงเฮ”
นิ้วเดิมไล้ผ่านแก้มใสไปเชยคางเรียวขึ้นเบาๆ ให้คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้มาสบตา
“เราคิดถึงบ้าน”
“คิดถึงบ้าน เราคิดถึงบ้าน คิบอม”
“แล้วทำไมทงเฮถึงไม่กลับบ้าน”
คนตัวโตก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าว พลางเอ่ยถาม
“เราหนีออกจากบ้านมา”
“เราถึงกลับไปไม่ได้ ฮึก”
ไหล่บอบบางสั่นระริกจากรงสะอื้น ทงเฮพูดไปสะอื้นไป พร้อมๆกับที่น้ำตาหยดโตร่วงลงมาจากดวงตาใสอีกครั้ง
“หนาวมั้ย ทงเฮ”
คำถามของคิบอมทำให้ทงเฮต้องจ้องมองใบหน้าหล่อคมนั้นอย่างสงสัย หากแต่ก็พยักหน้าขึ้นลงสองสามครั้งเป็นการตอบรับ ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะถูกรวบเข้าสู่อ้อมกอดของร่างสูงที่ยืนอยู่แนบชิดกันตรงช่องว่างระหว่างชั้นหนังสือที่สูงเหนือศีรษะ ความอบอุ่นจากคิบอมที่มันแทบจะเอ่อล้นทำให้น้ำตาไหลรินอีกครั้ง ทงเฮสะอื้นเต็มแรง พลางค่อยๆยกแขนทั้งสองข้างที่ทิ้งดิ่งอยู่ข้างลำตัวขึ้นโอบกอดร่างสูงด้วยเช่นกัน ใบหน้าสวยแนบซบไปกับอกแกร่งอย่างต้องการที่พึ่ง
ทงเฮไม่เข้าใจ ... รู้แต่แค่ว่า ในตอนนี้ ... อุ่นดีนะ
**
ประตูบานโตที่กั้นปิดห้องนอนให้แยกออกจากส่วนอื่นของตัวบ้านถูกเปิดอ้าออกโดยฝีมือของเจ้าของบ้าน เบา เงียบสนิท คิบอมพยายามแง้มประตูบานฝืดนั้นให้เปิดออกโดยที่เงียบเสียงที่สุด ก่อนที่ร่างสูงจะยืนพิงผนังตู้ที่เปิดแง้มอยู่นั้น สายตาคมจ้องมองตรงไปยังก้อนกลมๆบนเตียงของตัวเอง ที่มีเพียงแค่ส่วนศีรษะที่โผล่พ้นออกมาจากผ้านวมหนานุ่ม แพขนตาพริ้ม ดวงตาใสใสนั้นถูกปกปิดลงด้วยเปลือกตาบางวาว ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ... ทงเฮคงจะรู้สึกตัวอยูเล็กน้อยแล้ว หลังจากที่คิบอมเผลอทำเสียงดังตอนที่แผ่นหลังกระแทกปิดตู้เสื้อผ้านั้นลงเมื่อครู่ ถึงได้ขยับตัวไปมาเหมือนรำคาญอยู๋ในที ... ท่าทางน่ารักๆแบบนี้ กินนมแทนกาแฟแล้วกันนะ ทงเฮ
**
กล่องหนังสือกล่องสุดท้ายถูกยกขึ้นท้ายรถขนของที่มาจากเมืองใกล้ๆไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คิบอมถอนหายใจแรงๆเมื่อพบว่าภายในร้านตอนนี้ว่าง หลังจากที่ยุ่งมากกว่าปกติไปแล้วในช่วงสายๆ ร้าขายของชำที่อยู่ไกลออกไปจากร้านจึงเป็นที่หมายของคิบอมในตอนนี้ ร่างสูงบิดขี้เกียจครั้งหนึ่ง ก่อนจะก้าวเดินไปตามเส้นทางที่คุ้นเคยนั้น ... ก่อนจะต้องหยุดลงเมื่อเห็นร่างบอบบางอันคุ้นเคยกำลังนั่งยองๆกออกตัวกลมอยู่กลางทางเดิน ใบหน้าหวานสวยในตอนนี้ดูห่อเหี่ยวและเหงาหงอยเหลือเกิน ... จะเป็นอะไรมั้ย ถ้าคิบอมอยากเดินเข้าไปกอดปลอบคนตัวเล็กเหลือเกินในตอนนี้
...TBC…