Doll
Kyuhyun x Sungmin
By borin
ผิวขาวจัดดังน้ำนมที่เนียนใสนวลละเอียดตัดกับเสื้อผ้าอาภรณ์สีดำสนิทที่สวมใส่อยู่ดูเปล่งประกายได้ในตัวเอง ดวงหน้าหวานสวยได้รูปที่หันไปมา บวกกับดวงตากลมโตเป็นประกายชวนให้คนรอบข้างเก็บเอาไปเพ้อได้ง่ายๆ ริมฝีปากสีแดงสดยามที่คลี่ยิ้มบางๆออกมาดูงดงามเกินกว่ามนุษย์คนใดในโลก ความงดงามสมบูรณ์แบบของชายหนุ่มคนนั้นทำให้กลายเป็นเป้าสายตาของใครหลายๆคนในที่นี้ได้อย่างไม่แปลกเลย
“มึงมองอะไรวะ”
เพื่อนรักที่มัวแต่นั่งล้วงแคะแกะเกาแฟนร่างเล็กอยู่สังเกตถึงอาการแปลกๆของเพื่อนรักได้ในที่สุด คิมคิบอมละสายตาจากใบหน้าหวานสวยของแฟนที่รักยิ่งไปมองหน้าเพื่อนรักแทน คยูฮยอนกำลังนั่งจ้องคนน่ารักที่นั่งอยู่เยื้องๆออกไปสามโต๊ะอย่างไม่วางตา ทั้งยังดวงตาเคลื้มฝันนั่นอีก ร้อยวันพันปีที่คบกับมันมาไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้
“มองตุ๊กตา”
ทั้งที่ดวงตาคมเข้มยังมองตรงไปยังจุดเดิม หากแต่ริมฝีปากนั้นขยับตอบเพื่อนรักออกมาอย่างเพ้อๆ
คำตอบเพ้อๆของคยูฮยอนทำให้คิบอมส่ายหน้าไปมาเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปมองใบหน้าหวานๆของร่างนุ่มนิ่มที่นั่งอยู่บนตักดังเดิม รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อจัด แขนยาวขยับกระชับเอวบอบบางให้เข้ามาแนบชิดมากกว่าเดิม จมูกโด่งๆฝังเข้ากับแก้มใสแล้วเลื่อนลงไปสูดความหอมกรุ่นของซอกคอขาวๆ
เวลาเดินไปเรื่อยๆจนผ่านมาครึ่งค่อนคืนแล้ว ควันสีเทาปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณร้านที่มืดสนิท กลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์ปนกับกลิ่นบุหรี่แรงๆแสบจมูกที่ยิ่งนานจะยิ่งทวีคูณมากขึ้น ขวดเปล่าบนโต๊ะตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้าบอกปริมาณที่มากเกินกว่าที่คนทั่วๆไปสามคนจะรับไหว คยูฮยอนที่ปกติแล้วจะเหมาเครื่องดื่มสีอำพันของโปรดลงกระเพาะไปมากกว่าที่อีกสองคนจะดื่ม ในวันนี้แทบจะนับครั้งที่มือเรียวยาวนั้นสัมผัสแก้วได้เลย
ทงเฮที่ยังคงนั่งบนตักกว้างของคิบอม ดูไม่แปลกหากแต่ว่าตอนนี้ร่างบอบบางนั้นกำลังนั่งหันหน้าเข้าหาคนรัก ริมฝีปากของคนสองคนประกบกันสนิท เรียวลิ้นแลกเปลี่ยนความหอมหวานให้กันและกัน มือยาวๆลูบไล้นัวเนียเข้าไปภายในเสื้อเพื่อสัมผัสเนื้อแท้ภายในที่กำลังร้อนรุ่มจากอารมณ์และความต้องการ
คยูฮยอนเหลือบมองเพื่อนรักและแฟนหนุ่มหน้าหวานที่ยังคงนัวเนียกันไปมาไม่เลิกอยู่ข้างๆโดยไม่ได้อายฟ้าอายดิน หรือเพื่อนอย่างเขาเลยซักนิด ดูจากปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนโต๊ะที่แหว่งไปแล้ว ไอ้เพื่อนรักมันต้องคะยั้นคะยอให้เมียมันกินเข้าไปแน่ๆ คยูฮยอนส่ายหน้าไปมาเบาๆอย่างเอือมๆ ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นจากบรรยากาศเร่าร้อนตรงนั้น แล้วเดินตรงไปยังฟลอร์ที่เต็มไปด้วยผู้คนแทน
พื้นที่ว่างๆเมื่อตอนหัวค่ำบัดนี้ถูกจับจองไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่เมื่อสติถูกลิดรอนไปด้วยแอลกอฮอล์จนได้ที่แล้ว ก็ย้ายตัวเองมาโยกย้ายตามจังหวะเพลงตรงพื้นฟลอร์กว้างๆ คยูฮยอนมองจากชั้นลอยที่นั่งอยู่ลงมาข้างล่าง สอดส่ายสายตาไปในกลุ่มคนมากมายนั้น ก่อนจะหยุดลงเมื่อพบตุ๊กตาน้อยๆของเขา ขายาวเรียวก้าวเร็วๆไปยังเป้าหมายทันที
เสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มเป็นพิเศษจากลำโพงตัวใหญ่ด้านหน้าเวทียกสูง บวกกับกลุ่มคนจำนวนมากที่โยกย้ายอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว ทำให้คนที่พึ่งเดินเข้ามาใหม่เริ่มขยับตัวตามจังหวะได้อย่างไม่ยากนัก ร่างสูงเพรียวๆที่ค่อยๆแทรกตัวเข้าไปในกลุ่มคนตรงหน้า ด้วยท่าทางที่ดูดีบวกกับหน้าตาหล่อเหลาไม่แพ้ใครทำให้คยูฮยอนเป็นเป้าสายตาในเวลาไม่นานนัก คยูฮยอนค่อยๆขยับเข้าใกล้ตุ๊กตาสุดน่ารักของเขาเข้าไปเรื่อยๆ จนในที่สุดใบหน้าสวยหวานราวกับภาพวาดก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้า
ใบหน้าหล่อคมก้มลงเล็กน้อยเป็นการขออนุญาตอย่างกลายๆ ร่างบางตรงหน้าพยักหน้าตอบกลับมาให้พร้อมกับส่งรอยยิ้มบางๆบาดใจมาพร้อมกันด้วย ร่างสูงขยับเข้าแนบชิดคนตรงหน้าทันที ร่างกายขยับไปตามเสียงเพลงจังหวะเร่าร้อนที่ดังออกจากลำโพง เสียงเบสดังกระหึ่มทำให้หัวใจเต้นแรงตามไปด้วย สองร่างที่เต้นเข้าหากันเพิ่มความเร่าร้อนขึ้นไปทุกทีๆ ร่างกายแนบชิดจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันอยู่ที่กลางฟลอร์กว้าง
.
.
.
“พึ่งมาหรอ มึง”
เสียงทักทายยามเช้าอย่างอารมณ์ดีของโจคยูฮยอนดังขึ้นทันทีที่ขายาวๆของคิบอมเดินเลี้ยวผ่านมุมตึกเข้ามาในบริเวณคณะ คิบอมขมวดคิ้วมองใบหน้าที่รื่นเริงเกินเหตุของเพื่อนรักก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆเพื่อนตัวดี
“เปล่า กูไปส่งเมียมา”
ใบหน้าหล่อจัดยิ้มพรายอย่างภาคภูมิใจในขณะที่ตอบออกไป
“เมื่อคืนหนักไปหน่อยหรอ ถึงต้องพาไปส่งถึงที่”
คยูฮยอนถามพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ก็เห็นๆอยู่ว่าขนาดอยู่ที่ร้านมันยังถึงเนื้อถึงตัวกันขนาดนั้น ไปถึงบ้านเมียมันไม่รอดแน่ๆ แถมยังดอดหนีกลับไปก่อนอีก
“อิจฉา?”
“กูจะไปอิจฉามึงทำม๊าย เดี๋ยวกูจะหาตุ๊กตามานอนกอดซักตัวโชว์”
คยูฮยอนเหลือบมองใบหน้ากวนส้นของเพื่อนรัก รอยยิ้มแสยะๆตามแบบฉบับโจคยูฮยอนผุดขึ้นที่มุมปากข้างหนึ่ง นัยน์ตาสีเข้มแสดงความมุ่งมั่นอย่างที่สุด
“ว่าแต่ คนเมื่อวานชื่ออะไร”
“กูลืมถาม”
“ไอ้เชี้ย”
คำสรรเสริญเยินยออย่างสุภาพตามภาษาเพื่อนหลุดออกมาจากปากคิบอม พร้อมกับที่ฝ่ามือหนักๆจะฟาดลงไปบนกะโหลกหนาๆของคยูฮยอนครั้งหนึ่งเพื่อเพิ่มความสะใจ ใบหน้าหล่อๆประดับไปด้วยรอยยิ้มอย่างผู้ที่เหนือกว่า เป็นอย่างนี้ทุกทีเลยสินะ ไอ้เพื่อนรัก
“เออน่า ตัวนี้ไม่ได้ก็หาตัวใหม่”
“เฮ้ย ล้มเลิกง่ายๆเลยหรอมึง อ่อนชิบ”
“ก็กูลืมถามนี่หว่า ทำไงได้วะ แล้วนี่ก็ไม่รู้จะได้เจอเค้าอีกรึเปล่าเลย”
ใบหน้าหล่อๆเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงใบหน้าหวานจัดบวกกับร่างกายนุ่มนิ่มที่ได้แนบชิดอยู่เมื่อคืน ตุ๊กตาตัวนี้ถูกใจคยูฮยอนที่สุดเลยล่ะ
“ทงเฮ”
เสียงหวานๆของซองมินเอ่ยเรียกชื่อเพื่อนรักที่พึ่งจะเดินเข้ามาเบาๆ หลังจากร่ำลาแฟนหนุ่มอย่างถึงเนื้อถึงตัวอยู่นานสองนานตรงซอกตึก
“มานานแล้วหรอ ซองมิน”
ร่างบอบบางนั่งลงบนเก้าอี้หินอ่อนตัวที่อยู่ตรงข้ามกับเพื่อนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว
“มาซักพักแล้วล่ะ ... ว่าแต่ว่า ...”
พยักหน้าตอบรับก่อนจะขยับให้เข้าใกล้ทงเฮมากขึ้นไปอีก
“หือ อะไรหรอ”
“เมื่อคืนสนุกมั้ย”
ใบหน้าหวานยิ้มอย่างแซวๆให้กับเพื่อนรัก ดวงตากลมๆมองลอดผ่านแว่นหนากรอบสีดำที่ใส่อยู่ คนถูกแซวใบหน้าขึ้นสีระเรื่อเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนวาน รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่
“แกนั่งอยู่ที่นั่นด้วยหรอ นึกว่าไปส่งเราแล้วก็กลับเลย แล้วนั่งโตีะไหน ทำไมเราไม่เห็น”
“กลับเลยก็อดเห็นอะไรดีดีน่ะสิ แล้วทงเฮคงไม่มีเวลามามองหาเราหรอก”
เสียงหัวเราะสดใสดังขึ้น พร้อมๆกับคำพูดล่อแหลมที่ทงเฮไม่คิดว่าจะออกมาจากปากของซองมินได้
“แอบมองเราหรอ”
“ก็ร้อนแรงแนบเนื้อกับซะขนาดนั้น”
ซองมินแซวไปหัวเราะไป เมื่อเย็นวานทงเฮมาลากซองมินกับเพื่อนๆอีกสองสามคนให้ออกไปผับเป็นเพื่อน เพราะเจ้าตัวนัดกับแฟนหนุ่มรูปหล่อเอาไว้ แต่กลัวท่านแม่ที่บ้านจะว่าเลยโกหกไปว่าจะออกไปเที่ยวกับซองมิน ซึ่งแม่ต้องอนุญาตแน่ๆอยู่แล้ว ก็ออกไปเที่ยวกับนักศึกษาดีเด่นแบบซองมินจะมีอะไรอันตรายกันล่ะ จริงมั้ย
ทงเฮฟาดมือบางๆแต่หนักสุดๆลงไปกับต้นแขนนิ่มๆของเพื่อนรักสองทีถ้วน ก่อนจะส่งยิ้มชั่วร้ายไปให้เป็นปฏิกิริยาโต้ตอบอัตโนมัติของหนุ่มหน้าหวานนามว่าอีทงเฮที่เอาไว้แก้อาการเขินของตัวเอง
“อย่าให้แกมีบ้างนะ ไอ้กระต่ายอ้วน จะตามไปแอบดูตลอดเลย”
และท่าทางทงเฮก็จะได้เป็นตากุ้งยิงเร็วๆนี้ด้วยสิ
.
.
.
“ปวดหัวจัง”
ซองมินนักศึกษาดีเด่นของคณะหันไปบ่นให้เพื่อนรักที่นั่งอยู่ข้างๆฟัง ใบหน้าที่ขาวจัดอยู่แล้วซีดลงไปอีก
“เมื่อคืนแอบกินเหล้าใช่มั้ย”
ทงเฮลอบมองเข้าไปในดวงตาหลังแว่นหนาของเพื่อนรักเพื่อเค้นความจริง ซองมินคนดีพยักหน้าเบาๆก่อนจะค่อยๆฟุบเลื้อยไปบนโต๊ะเลคเชอร์ตัวเล็ก
“นอนพักไปเถอะ เดี๋ยวเราจดให้”
ทั้งๆที่กินเหล้าเข้าไปมากกว่าเพื่อนรักที่บ่นปวดหัวอยู่ข้างๆไม่น้อยกว่าห้าเท่า แล้วยังไปทำกิจกรรมอย่างอื่นต่ออีกจนแทบจะไม่ได้นอน แต่อีทงเฮก็ยังเป็นคนดีนั่งตั้งใจเรียนแทนซองมินที่ฟุบหลับอยู่ข้างๆไปแล้ว
“อ้าว ทงเฮ เดินมาทำไมครับ ผมบอกว่าจะไปรับที่คณะไง”
คิบอมที่เมื่อเห็นศรีภรรยาที่รักค่อยๆเดินเข้ามาอยู่ลิบๆ รีบวิ่งออกไปหาทันที
“อาจารย์ปล่อยเร็วน่ะ”
ทงเฮส่งยิ้มกว้างไปให้คนรัก ก่อนจะเดินตามแรงจูงมาที่โต๊ะประจำของคิบอมและคยูฮยอน ทงเฮนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง ก่อนที่คิบอมจะนั่งลงตามที่เก้าอี้ว่างตัวข้างๆ
“ที่จริงวันนี้กะจะพาเพื่อนมาแนะนำให้รู้จักกันด้วยนะ แต่ซองมินคงไม่เคยกินเหล้า ยังดูแฮงค์ๆอยู่เลย เราเลยบอกให้กลับไปแล้ว”
ทงเฮพูดเจื้อยแจ้วเล่าให้คิบอมกับคยูฮยอนฟัง
“เพื่อนทงเฮคนที่น่ารักๆน่ะหรอ”
คิบอมเอ่ยถามทงเฮ พร้อมๆกับที่แขนยาวๆเริ่มเลื้อยไปโอบรอบเอวบางของคนข้างๆ
“อืม เรากะจะพามาแนะนำให้คยูฮยอนรู้จัก”
ทงเฮพยักหน้าเบาๆให้คิบอมก่อนจะหันไปส่งยิ้มบางๆให้คยูฮยอนที่นั่งอยู่เยื้องๆกัน
“แต่ผมชอบตุ๊กตานะ”
เสียงที่ดังขึ้นราวกับพูดลอยๆขึ้นมากับตัวเองของคยูฮยอนทำให้ทงเฮขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย
“สเป็คมันน่ะ คนน่ารักเหมือนตุ๊กตา”
ทงเฮพยักหน้าเบาๆเมื่อคำอธิบายของคิบอมช่วยไขข้อข้องใจให้กระจ่างขึ้น
น่ารักเหมือนตุ๊กตา ... มันเหมือนกับเป็นคำจำกัดความของอีซองมินมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วนี่นา ใบหน้าหวานๆน่ารักเมื่อยามที่ไร้แว่นสายตาอันโตที่บดบังใบหน้านั้นเอาไว้กว่าครึ่ง ดวงตากลมโตยามที่กำลังจ้องมองสนใจอะไรบางอย่างส่องประกายใส แล้วยังผิวขาวจัดเนียนๆชวนมองนั่นอีก คงจะไม่แปลกหากซองมินจะมีคนมากหน้าหลายตามาสนใจ
หากแต่ความจริงแล้ว อีซองมินไม่เคยเผยใบหน้าหวานใสน่ารักภายใต้แว่นสายตากรอบหนาให้ใครได้เห็นเลย ในกรอบของนักศึกษาดีเด่น ซองมินไม่เคยสนใจเรื่องรักๆใคร่ๆมาก่อนเลยด้วยซ้ำ
.
.
.
“นะๆ ซองมินนะ”
ดวงตาเรียวสวยเฉียบจ้องมองเพื่อนรักอย่างอ้อนวอน
“ทำไมเราต้องไปด้วยล่ะ”
กับอีแค่จะไปดูหนัง ไปเที่ยวกับแฟน ทำไมต้องลากเพื่อนคนนี้ไปด้วยนะ ซองมินส่ายหน้าปฏิเสธทงเฮก่อนจะก้มหน้าลงอ่านหนังสือเล่มหนาที่อ่านค้างไว้เมื่อครู่ ดวงตากลมๆของซองมินที่ถูกบดบังเอาไว้ด้วยแว่นหนาๆจ้องตรงไปยังหนังสือเล่มนั้นโดยที่ไม่ได้สนใจทงเฮอีก
“ไม่รู้ล่ะ ถ้าพรุ่งนี้สิบโมงไม่เจอแก เราขาดกัน”
ประโยคสุดท้ายก่อนที่เพื่อนรักจะเดินฟึดฟัดจากออกไปทำให้ซองมินเงยหน้าขึ้นจากหนังสือตรงหน้าได้ แต่ก็ทันได้เห็นเพียงแค่แผ่นหลังบอบบางที่เดินจากออกไป
ไม่รู้ว่าเพราะประโยคสุดท้ายที่ทงเฮทิ้งเอาไว้ หรืออันที่จริงแล้วลึกๆในใจ ซองมินอยากมาด้วย เวลาสิบโมงตรงตามที่ทงเฮบอกเอาไว้ อีซองมินก็ได้ย้ายตัวเองมายืนรออยู่ตรงจุดนัดพบเรียบร้อยแล้ว แถมยังต้องมายืนรอเจ้าเพื่อนตัวดีที่เป็นคนนัดอีกต่างหาก เก้าอี้ไม้ตัวยาวตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากซองมินนัก หากแต่เจ้าตัวยังคงดึงดันที่จะยืนรอต่อไป ข้อมือขาวๆถูกยกขึ้นเพื่อดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือ เวลาที่บ่งบอกนั้นเลยเวลานัดมากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ซองมินหันมองซ้ายมองขวาหาเพื่อนรักแล้วตัดสินใจนั่งลงที่เก้าอี้ตัวยาวนั้นเมื่อไม่เห็นแม้แต่เงาของทงเฮ
“นี่ มึงอยู่ไหนวะ กูมานั่งรอเกือบชั่วโมงแล้วนะ”
เสียงโวยวายกับโทรศัพท์ไม่เบานักดังขึ้นจากอีกฟากหนังของเก้าอี้ตัวยาวที่หันหลังชนกัน ทำให้ซองมินนึกได้ มือขาวๆล้วงเข้าไปในกระเป๋าเพื่อหาโทรศัพท์มือถือ
“ไอ้เชี่ย แล้วทำไมไม่โทรมาบอก”
“เออ ขอให้เมียมึงมีชู้”
เสียงกดวางสายโทรศัพท์ดังลั่นทำให้ซองมินหันไปมองคนที่นั่งหันหลังให้กันอยู่
ซองมินหันหน้าไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างหลัง เป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างสูงด้านหลังนั้นก็หันหน้ามาพอดี ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มที่อยู่ห่างออกไปไม่เท่าไหร่ ดวงตาคมมองตรงมายังซองมิน ทำให้ริมฝีัปากสีสดส่งยิ้มบางๆไปให้
“ตุ๊กตา”
คำพูดที่เหมือนจะพูดขึ้นมาลอยๆกับตัวเองมากกว่าของคนตรงหน้าทำให้ซองมินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจ
“อะไรนะครับ”
“ตุ๊กตา”
คำคำเดิมถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากหนาๆพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ร่างสูงส่งกลับไปให้ซองมินที่ไม่ค่อยเข้าใจนัก หัวกลมๆหันกลับไปทิศทางเดิม
“ตุ๊กตาที่ผับวันนั้น”
“เอ๊ะ”
ซองมินหันกลับไปมองหน้าหล่อๆอีกรอบ แล้วเอียงคอมองอย่างสงสัย ดวงตากลมโตมองคนตรงหน้าตาแป๋ว
“ตุ๊กตาตัวนี้ชื่ออะไรหรอครับ”
คนตรงหน้ายื่นใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้ซองมินมากขึ้น
“นายที่เต้นเก่งๆวันนั้นนี่นา”
ใบหน้างุนงงบวกกับคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนไป ใบหน้าหวานเผยรอยยิ้มใสๆออกมาให้คนตรงหน้า
“แล้วนี่ซองมินมาทำอะไรที่นี่หรอครับ”
หลังจากที่คยูฮยอนย้ายตัวเองมานั่งอยู่อีกฝั่งของเก้าอี้ หรือพูดง่ายๆก็คือข้างๆซองมิน เสียงพูดคุยเรื่อยเปื่อยของทั้งสองก็ดังขึ้นไม่ได้หยุด
“มารอเพื่อนน่ะ แต่ท่าทางคงจะเบี้ยวเราซะแล้ว เป็นคนนัดแท้ๆ”
ซองมินหน้ามุ่ยเมื่อนึกถึงทงเฮ เพื่อนรักตัวดี จำเอาไว้เลยนะ
“เหมือนกันเลย ไอ้เพื่อนผมมันก็เบี้ยวเหมือนกัน เอางี้มั้ย ซองมิน ...”
ตั๋วหนังใบหนึ่งถูกยื่นมาตรงหน้าซองมิน มือขาวจัดขยับไปรับมันมาถือเอาไว้ ก่อนจะส่งยิ้มอย่างขอบคุณไปให้คนตรงหน้า ตัวเลขในตั๋วบอกว่าอีกห้านาทีจะถึงเวลาฉาย คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินไปยังโรงหนังพร้อมๆกับคยูฮยอน
“อีทงเฮ!!”
ซองมินตะโกนดังลั่น ร่างบอบบางที่เดินอยู่ข้างหน้านั่นคือทงเฮเพื่อนรักของซองมินอย่างแน่นอน ซองมินสาวเท้าเล็กเร็วๆเข้าไปใกล้ทงเฮ ก่อนจะจับไหล่บางๆให้หันมามอง
“อ้าว ซองมิน มาทำอะไรที่นี่”
รอยยิ้มเจื่อนๆของทงเฮถูกส่งมาให้ซองมิน มือบางๆจับแขนคนรักที่ยืนอยู่ข้างๆแน่น
“ทงเฮ~~ นัดเราไว้แล้วทำไมทำแบบนี้”
“อ่า ขอโทษนะ ซองมิน”
“ไอ้คยู ทำไมมาอยู่กับเพื่อนทงเฮได้วะ”
คิบอมที่ยืนอยู่ข้างๆทงเฮทักคยูฮยอนที่พึ่งเดินตามซองมินมาถึงด้วยท่าทางงงๆ
“นี่เพื่อนทงเฮหรอ”
นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังซองมิน พร้อมกับหันหน้าไปถามทงเฮ
“อื้ม นี่ซองมิน เพื่อนเราเอง”
ทงเฮยิ้มกว้างมากกว่าเดิมเมื่อในที่สุดคยูฮยอนก็เดินเข้ามาได้ถูกจังหวะพอดี ไม่งั้นทงเฮคงได้เห็นกระต่ายน้อยแปลงร่างเป็นบุญตาซะแล้ว
“ดีจัง”
“อะไรของมึง”
คิบอมมองเพื่อนรักที่ทำท่าประหลาดๆ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม
“ก็นี่แหละ ตุ๊กตาตัวนั้น”
ใบหน้าหล่อๆเปื้อนรอยยิ้มกว้างเกินความจำเป็นเห็นแล้วมันน่าหมั่นไส้จริงๆ
“ตุ๊กตา ... ที่มึงบอกว่าออกไปเต้นที่ฟลอร์กับมึงเนี่ยนะ”
“ใช่แล้ว”
คยูฮยอนตอบเพื่อนรัก ใบหน้าหล่อๆยังคงยิ้มกว้าง ในขณะที่คิบอมและทงเฮส่งสายตางงจัดไปทางซองมิน เด็กเรียนสุดเรียบร้อยเจ้าของตำแหน่งนักศึกษาดีเด่นอย่างอีซองมินเนี่ยนะ จะออกไปเต้นเร่าร้อนอยู่ที่กลางฟลอร์ในผับตามคำบอกเล่าของคยูฮยอน ว่าตุ๊กตาตัวนั้นน่ะ ... ร้อนแรงไม่เบาเลยล่ะ
“จริงหรอ ซองมิน”
เสียงหวานหูของทงเฮเอ่ยถามเพื่อนรัก ดวงตาเรียวเฉียบหันไปจ้องมองซองมินอย่างไม่เชื่อแม้แต่น้อย
ดวงหน้าน่ารักขาวจัดเผยสีหน้าออกจะกลัวๆ เมื่อเห็นตาดุๆของทงเฮที่ส่งมาคาดคั้นความจริง ตากลมใสๆเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจพยักหน้าแรงๆออกไปสองที แล้วก้มหน้าลงหลีกเลี่ยงการสบตากับทงเฮ
“เราฝากซองมินด้วยนะ คยูฮยอน”
เสียงของทงเฮที่ดังขึ้นทำให้ซองมินเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตาใสมองภาพตรงหน้าอย่างแปลกใจ ทงเฮส่งรอยยิ้มแปลกๆไปให้คยูฮยอน ก่อนที่มือหนาๆของคิบอมจะตบเบาๆที่บ่ากว้างของเพื่อนรักแล้วค่อยๆเลื่อนไปโอบเอวคนรักเดินเข้าโรงหนังไป
“ไปกันเถอะครับ ตุ๊กตา”
คยูฮยอนยืนมองตามจนกระทั่งคู่รักสุดสวีทสองคนนั่นเดินเข้าโรงหนังไปเรียบร้อยแล้วจึงหันมาพูดกับซองมิน ก่อนจะคว้ามือนุ่มนิ่มมากุมเอาไว้หน้าตาเฉย แล้วเดินนำเข้าโรงหนังตามไปเช่นกัน
.
.
.
โรงหนังปิดทึบเพดานสูงอากาศเย็นเฉียบ ที่มีคนจับจองที่นั่งอยู่บนที่นั่งนุ่มๆเพียงครึ่งหนึ่งจากทั้งหมดที่จัดไว้จนเต็มพื้นที่ แถวหลังสุดซึ่งเป็นที่นั่งที่ดีที่สุดถูกจับจองด้วยคนสองคู่ ที่ไม่รู้ว่าเพราะสวรรค์เป็นใจ หรือว่านรกกลั่นแกล้งกันแน่ที่ให้คยูฮยอนกับคิบอมได้นั่งติดกัน และมีทงเฮและซองมินขนาบข้างอีกที จอภาพสีขาวสนิทขนาดใหญ่ตรงหน้าพอดีระดับสายตากำลังแปรเปลี่ยนจากจอขาวโล่งเป็นภาพเคลื่อนไหว หนังฉายไปได้ซักพักแล้ว เรื่องราวสุดโรแมนติกระหว่างคนสองคนถูกถ่ายทอดออกมาสู่ผู้ชมที่นั่งเอนอย่างสบายอยู่บนเบาะเก้าอี้นุ่มๆตัวโต
สัมผัสบางเบาหากแต่อบอุ่นค่อยๆแผ่ซ่านความรู้สึกจากบริเวณหลังมือของซองมินที่วางนิ่งอยู่บนหน้าขา ซองมินละสายตาจากฉากโรแมนติกตรงหน้าทันที มือใหญ่ๆของคยูฮยอนเลื่อนมาวางทาบทับหลังมือของซองมิน ก่อนจะค่อยๆเกาะกุมมือนุ่มนิ่มนั้นเอาไว้แน่น ใบหน้าหล่อคมยังคงมองตรงไปข้างหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซองมินมองผ่านคยูอยอนไปยังคิบอมและทงเฮ ที่กำลังนั่งซบอิงแอบกันจนแทบจะกลายเป็นคนคนเดียวกันอยู่แล้ว พร้อมกับดูฉากรักหวานซึ้งในจอไปด้วย
ภาพบนจอใหญ่ยักษ์ตรงหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสีดำมืดขณะที่รายชื่อนักแสดงตัวสีขาวค่อยๆวิ่งเลื่อนผ่านจอนั้น ไฟสว่างพรึบ คิบอมและทงเฮหายไปไหนตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ คยูฮยอนและซองมินลุกขึ้นพร้อมๆกัน ก่อนจะค่อยๆเดินตามฝูงชนออกไปทางประตูด้านข้าง มือสองมือที่เกาะกุมกันเอาไว้เกือบจะตลอดเวลาที่ดูหนังอยู่ในห้องมืดสนิทยังคงเกาะกันเอาไว้แบบเดิม ทั้งคยูฮยอนและซองมิน ลืมที่จะปล่อย หรือรู้สึกดีเกินกว่าที่จะปล่อย ?
“หนังสนุกดีนะครับ”
คยูฮยอนส่งยิ้มกว้างจนตาปิดมาให้ซองมิน
“อือ เราว่ามันซึ้งมากเลย”
“นี่ตุ๊กตาร้องไห้ด้วยหรอ”
คยูฮยอนหันไปมองใบหน้าหวานๆของคนที่ยืนอยู่ข้างๆให้ชัดยิ่งขึ้น ใบหน้าน่ารักเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาบางๆที่แห้งกรัง ดวงตากลมใสแดงก่ำจากการร้องไห้เป็นเวลานาน นิ้วยาวๆของคยูฮยอนเลื่อนขึ้นไปไล้บนแก้มใสเนียนนุ่มเบาๆ สัมผัสอบอุ่นอ่อนโยนนั้นทำให้น้ำตาอุ่นๆของซองมินไหลลงมาอาบแก้มขาวอีกระลอก
“อ้าว กะจะทำโรแมนติกแบบในหนังเมื่อกี้ซักหน่อย ร้องไห้เฉยเลย”
คยูฮยอนหน้าเสีย มือหนาถอยห่างจากใบหน้าเนียนนุ่มแล้วยกค้างเอาไว้ในอากาศอย่างเก้อๆ
ซองมินยืนนิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะยกมือขาวจัดขึ้นเกาะกุมมือใหญ่ๆนั้น แล้วค่อยๆวางมันลงที่ใบหน้าหวานๆอีกครั้ง ความอบอุ่นเหมือนเมื่อครู่แผ่ซ่านทั่วทั้งใบหน้า ความรู้สึกดีดีทำให้ใบหน้าของซองมินขึ้นสีระเรื่อ ดวงตาคมเข้มของคยูฮยอนมองตรงเข้าไปในดวงตากลมๆของซองมิน ในขณะที่ซองมินพยายามหลบสายตาจากดวงตาคมลึกนั้น เพราะยิ่งมองลึกเข้าไปเท่าไหร่ ก็เหมือนว่ามันจะเป็นหลุมพรางให้ตกลงไปลึกมากเท่านั้น
“ทำอะไรกันอยู่หรอ”
ใบหน้าหวานสวยของทงเฮที่เดินเข้ามาเมื่อไหร่ไม่รู้ยื่นเข้ามาใกล้ๆใบหน้าของคนสองคนที่ห่างกันอยู่แค่คืบกว่าๆ ทงเฮส่งสายตาเฉียบมองตรงไปยังคนทั้งสองสลับกันใบหน้าเผยรอยยิ้มกว้างดูมีความสุขเกินควร
การปรากฏตัวขึ้นของอีทงเฮทำให้คนสองคนที่ยืนจ้องกันไปจ้องกันมาผละห่างออกจากกันทันที มือหนาๆที่วางทาบเอาไว้บนใบหน้าน่ารักชักออกแล้วปล่อยให้มันทิ้งดิ่งอยู่ข้างๆตัวแทน
“ตลกชะมัดเลย”
คิบอมที่พึ่งจะเดินตามทงเฮมาถึงหัวเราะดังลั่นออกมาอย่างไม่อายใคร
“หยุดเลย ทั้งสองคน...แล้วนี่หายไปไหนกันมานานสองนาน”
คยูฮยอนพูดห้ามเสียงแข็ง แล้วเปลี่ยนเรื่องอย่างจงใจ
“พาทงเฮไปทำธุระมา”
คิบอมรีบตอบ และถ้าซองมินมองไม่ผิด ใบหน้าขาวๆของทงเฮเปลี่ยนสีได้เพียงเพราะประโยคนั้นของคิบอม ซองมินเหลือบมองภาพนั้นแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ
“หัวเราะอะไรน่ะ ซองมิน”
“พึ่งรู้ว่าเพื่อนเราก็เขินเป็นด้วย”
“ซองมินนน”
.
.
.
“เฮ้ยยยย”
คิบอมร้องตะโกนดังลั่นเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของเพื่อนรักที่เดินเลี้ยวผ่านมุมตึกเข้ามาบริเวณลานหน้าตึกประจำคณะ ดวงตาคมๆเบิกโตอย่างตกใจ
“ร้องหาเมียหรอ”
เสียงกวนบาทาของเพื่อนรักนามว่าคยูฮยอนดังขึ้นทันทีที่ขายาวๆก้าวมาถึงโต๊ะประจำที่มีคิบอมนั่งรออยู่ คยูฮยอนนั่งลงบนเก้าอี้ตัวตรงข้ามคิบอม แล้วจัดแจงให้กระต่ายน้อยนั่งบนเก้าอี้ตัวที่อยู่ถัดไปทางซ้าย
“มึงพามาด้วยทำไมวะ”
“ทำไม มึงอายหรอ”
“เออ กูรู้ว่ามึงชอบตุ๊กตามาก แต่คิดยังไงพาตุ๊กตากระต่ายตัวเท่าควายมามหาลัยด้วยวะ”
คิบอมมองหน้าเพื่อนรักสลับไปกับตุ๊กตากระต่ายสีชมพูตัวใหญ่เกือบเท่าคนที่นั่งทำหน้าแบ๊วอยู่ข้างๆเจ้าของ
“กูจะเอามาให้ซองมิน”
“เออ เอาเถอะมึง”
คิบอมส่ายหน้าไปมา ท่าทางว่าคนนี้มันจะเอาจริง ร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยลงทุนอะไรแบบนี้ อุ้มกระต่ายสีชมพูตัวเบ้อเร่อเดินมามหาลัยเนี่ย หน้าตาดีทำอะไรก็ไม่ผิด แต่มันก็ต้องมีลิมิตบ้างนะเว้ย
“แต่ว่า ... ไอ้คยู กระต่ายตัวนี้ทำไมตรงหูมันดูเปื่อยๆวะ”
“ซองมินครับ”
เสียงตะโกนเรียกมาแต่ไกลพร้อมการปรากฏตัวของสัตว์ประหลาด(?) เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วบริเวณแถวๆนั้น ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเข้าเรียน หากแต่ใกล้เต็มทน นักศึกษาจำนวนมากจึงมานั่งรอเพื่อนสนิทมิตรสหายอยู่ที่ลานหน้าตึกแบบนี้
“ซองมิน ซองมิน”
เสียงทงเฮที่พึ่งจะเดินเข้ามาถึงพอดีเรียกด้วยเสียงไม่เบานักพร้อมกับสะกิดเพื่อนรักแรงๆไปด้วย ซองมินที่กำลังใช้สมาธิอย่างสูงส่งในการอ่านหนังสือท่ามกลางเสียงพูดคุยของเหล่านักศึกษาจึงได้ค่อยๆหันหน้ามามองเพื่อนรักด้วยท่าทางงงๆ
ทงเฮเดินตรงเข้ามาหาซองมินก่อนจะหยุดยืนข้างๆตัวเพื่อนรักแล้วชี้ไปในทิศทางตรงข้ามกับที่พึ่งเดินเข้ามา คยูฮยอนยืนยิ้มแป้นมองตรงมาทางซองมิน ในอ้อมแขนประคองกอดตุ๊กตากระต่ายตัวใหญ่เอาไว้แน่น
ซองมินลุกขึ้นจากเก้าอี้หินที่นั่งอยู่ แล้วรีบสาวเท้าเข้าไปหาเจ้าตัวปัญหาที่ยืนยิ้มกริ่มไม่รู้ร้อนหนาวอยู่
“มาทำอะไร คยูฮยอน”
“เอาเจ้านี่มาให้ตุ๊กตาครับ”
ริมฝีปากขยับเป็นคำพูด ส่วนแขนทั้งสองก็ยื่นตุ๊กตาตัวยักษ์ออกมาตรงหน้าพร้อมกันด้วย
“เอ๊ะ”
“ผมนอนกอดมันทุกวันเลยนะ”
ซองมินรับเจ้ากระต่ายจากมือคยูฮยอนที่ยื่นมา มาถือเอาไว้เอง
“ขอบคุณนะ แต่ว่า คยูฮยอนเอามาให้เราทำไมหรอ”
“เอามาแลก”
“แลก?”
“ผมเอาเจ้าตัวนี้มาแลกกับซองมิน ต่อไปนี้ซองมินต้องไปให้ผมนอนกอดแทนเจ้านี่นะครับ”
...The End…