2008/May/01

Indigo blue

Kibum x Donghae

Rainbow series No.2

By borin

 

 

 

 

 

ท้องฟ้าสีครามสดใสไร้เมฆมาบดบังความงดงาม ผืนทะเลทอดตัวกว้างใหญ่ยาวสุดลูกหูลูกตาที่ถูกแบ่งกั้นเอาไว้โดยหาดทรายขาวละเอียด คลื่นน้ำทะเลยังคงพัดเข้าหาชายฝั่งตามจังหวะการพัดผ่านของกระแสลม ทำให้ลมเย็นๆโชยเข้าสู่ภายในตัวผืนแผ่นดิน

 

 

เสียงก้อนหินขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่กระทบกับผิวน้ำที่ทำให้น้ำทะเลใสๆเกิดคลื่นรูปวงกลมขยายขนาดเคลื่อนที่ออกไปทุกทิศทุกทาง ก่อนที่ก้อนหินสาเหตุแห่งคลื่นระลอกนั้นจะจมหายลงไปในทะเลลึก

 

 

มานั่งทำอะไรคนเดียวตรงนี้

คิบอมส่งเสียงถามเพื่อนรักที่ปลีกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อนนานมากแล้ว มือหนาวางแตะลงบนไหล่บางของเพื่อนรักครั้งหนึ่งก่อนจะค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งบนพื้นทรายข้างๆ ขายาวๆเหยียดตรงไปข้างหน้าพร้อมกับเท้าแขนทั้งสองไปทางข้างหลัง

 

 

มานั่งตากลม

คำตอบสั้นๆของทงเฮทำให้คิบอมที่พึ่งจะเดินมานั่งลงได้ไม่นานเท่าไหร่พยักหน้าเห็นด้วย ลมเย็นๆที่พัดโชยเข้ามาไม่ขาดสายจากผืนทะเลกว้างใหญ่ตรงหน้าทำให้รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

 

 

คิบอมนั่งนิ่งเอนตัวแหงนมองท้องฟ้าสีคราม ในขณะที่ทงเฮนั่งกอดเข่าเพ่งมองออกไปยังผืนทะเลตรงหน้า สีฟ้าครามที่คล้ายๆกัน หากแต่มันเกิดมาจากคนละเหตุผล ก้อนหินถูกขว้างออกไปในทะเลอีกครั้ง ทำให้คิบอมละสายตาจากภาพท้องฟ้าข้างบนนั้นลงมามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆแทน

 

 

นายชอบท้องฟ้าหรอ

นัยน์ตาสีชายังคงมองตรงออกไปข้างหน้าในขณะที่เอ่ยเสียงถามออกมา

 

 

ใช่ ฉันชอบท้องฟ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

มันก็แปลกดีนะ ที่คนเราชอบมองออกไปไกลๆ แต่ไม่มองของที่อยู่ใกล้ตัว

สิ้นคำนั้น ทงเฮก็ลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปหาเพื่อนคนอื่นๆ

 

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

 

 

ฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว ในขณะที่คนกลุ่มใหญ่กำลังช่วยกันจัดเตรียมบาร์บีคิวที่จะมาย่างกินกันริมทะเล เสียงหยอกล้อแซวเล่นตามประสาเพื่อนดังขึ้นไม่ได้หยุด ทงเฮยื่นมือออกไปรับจานตั้งใหญ่ที่เพื่อนรักส่งมาให้ ก่อนจะตั้งอกตั้งใจประคองจานแก้วสีขาวสะอาดเดินออกจากตัวบ้านพักมายังชายหาดที่มีเพื่อนอีกกลุ่มยืนทำนู่นทำนี่อยู่

 

 

ทงเฮ ... ทงเฮ!!”

เสียงเรียกจากทางด้านหลังดังขึ้นเมื่อทงเฮเริ่มออกเดินมาได้ครึ่งทางแล้ว เมื่อใบหน้าหวานหันไปมองทางต้นเสียงก็พบใบหน้าหล่อๆของคิบอมที่ดูออกจะเหนื่อยๆ ทงเฮขมวดคิ้วมองคนตรงหน้างงๆ

 

 

ช่วยถือนะ

มือใหญ่แย่งเอาจานกองโตมาถือเอาไว้เองทั้งหมด พร้อมกับส่งรอยยิ้มกว้างมาให้คนตัวเล็ก

 

 

ใครใช้ให้ทงเฮถือจานมาเนี่ย ตัวนิดเดียวถือจานตั้งเบ้อเร่อมาได้ยังไง

คิบอมที่แย่งเอาจานทั้งหมดไปถือไว้เดินอยู่ข้างๆทงเฮพร้อมกับเอ่ยถามไปเรื่อยเปื่อย

 

 

ก็เห็นซีวอนหาคนช่วยถือมาน่ะ

 

 

ซีวอน? ไอ้เจ้าพ่อซิกแพ๊คนั่นมาใช้งานปลาน้อยบอบบางเนี่ยนะ

คิบอมส่ายหัวไปมาสองสามทีเบาๆ ก่อนจะเร่งฝีเท้าให้เดินไปได้เร็วยิ่งขึ้น แล้ววางจานตั้งใหญ่ลงบนโต๊ะที่มีผ้าสีขาวสะอาดคลุมอยู่เรียบร้อยแล้ว

 

 

คิบอม...

เสียงหวานเอ่ยเรียกแผ่วเบา เป็นการรั้งคนที่ตั้งท่าจะเดินจากออกไปอยู่กลายๆ

 

 

หืมม

 

 

ขอบคุณนะ

รอยยิ้มบางๆเจือขึ้นบนใบหน้าหวานใส คิบอมพยักให้คนตรงหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินหายไปในกลุ่มเพื่อนอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

เท้าเปลือยเปล่าเดินเตะเม็ดทรายละเอียดไปมาอย่างเรื่อยเปื่อย คลื่นน้ำทะเลซัดขึ้นมาบนชายฝั่งระลอกแล้วระลอกเล่า ก่อนที่มันจะค่อยๆไหลลงกลับลงไปรวมในผืนทะเลอย่างเดิม บางที ... ความรักของทงเฮอาจจะเป็นเหมือนกับน้ำทะเลก็ได้ หัวใจพองโตได้ไม่เท่าไหร่ก็กลับไปแห้งเหี่ยวเหมือนเดิม

 

 

มือบางๆขาวจัดถูกทิ้งดิ่งเอาไว้ข้างตัว อุ้งมืององุ้มลงเล็กน้อยคล้ายกับว่ามันกำลังจับสิ่งของอะไรบางอย่างเอาไว้ ลมเย็นๆที่พัดผ่านอุ้งมือนั้นไปบ่งบอกถึงความโดดเดียว และว่างเปล่า สัมผัสอ่อนนุ่มอบอุ่นที่ทงเฮรู้สึกได้นั้น ... ไม่มีจริง สายลมเย็นจัดพัดโชยไปมาด้วยความเร็วมากขึ้น ลมแรงของยามเย็นแบบนี้ ทำให้รู้สึกเหงาได้มากเหลือเกิน เหงา ทั้งๆที่เสียงเพื่อนๆหัวเราะก็ยังคงดังอย่างต่อเนื่องอยู่ไม่ไกลนักจากที่ตรงนี้

 

 

ทงเฮ ... พี่ทงเฮ

เสียงตะโกนเรียกจากที่ไกลๆดังขึ้น

 

 

รยออุค?

คนที่ยืนเรียกชื่อทงเฮอยู่ไกลๆนั้นน่าจะเป็นรยออุค หากแต่ความมืดที่เริ่มเข้าปกคลุมรอบๆตัวกับระยะห่างที่ค่อนข้างไกลทำให้ทงเฮไม่แน่ใจนัก

 

 

พี่ฮีชอลให้มาตามครับ

ร่างเล็กนั้นค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ทงเฮมากขึ้น ก่อนจะพูดบอกจุดประสงค์ ทงเฮพยักหน้ารับเบาๆแล้วเดินหิ้วรองเท้าแตะตามรยออุคกลับไปยังจุดที่กลุ่มเพื่อนอยู่

 

 

 

 

 

 

 

ยิ่งทงเฮกับรยออุคเดินเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่ เสียงพูดคุยเฮฮาก็ยิ่งจะดังมากขึ้นเท่านั้น บรรยากาศสนุกสนานรอบๆเตาไฟที่ย่างบาร์บีคิวกลิ่นหอมน่ากินดูครึกครื้นจนทงเฮยิ้มกว้างออกมาในที่สุด เพื่อนสองสามคนยกมือขึ้นกวักเรียกทงเฮให้เข้าไปนั่งที่โต๊ะหนึ่ง

 

 

ปลาน้อย

ทงเฮกำลังจะเดินไปยังโต๊ะตัวใหญ่ที่มีซองมินและฮยอคแจนั่งโบกมือไหวๆอยู่ หากแต่เสียงทุ้มอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังก็เรียกเอาไว้ตั้งแต่ที่ทงเฮยังไม่ทันได้เริ่มขยับตัวก้าวเท้าออกไปด้วยซ้ำ

 

 

ใบหน้าหวานหันไปตามเสียงเรียกนั้น พร้อมๆกับที่สัปปะรดชิ้นโตถูกดันเข้ามาในปากแดงๆที่อ้าค้างอยู่เล็กน้อย ทงเฮเคี้ยวไปพลางเหลือบมองคนตรงหน้าที่กำลังเคี้ยวสัปปะรดอยู่ในปากเหมือนกัน ชิ้นผลไม้หวานอมเปรี้ยวฉ่ำน้ำในปากถูกเคี้ยวแล้วกลืนลงคอไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่คิบอมจะรีบวิ่งหนีไปอีกทาง ทิ้งความสงสัยเอาไว้ให้กับทงเฮเต็มๆ

 

 

รีบไปไหนของเค้านะ ...

 

 

ทงเฮ เห็นคิบอมมั้ย

ทงเฮยืนงงอยู่ที่เดิมได้ไม่นานนักก็ปรากฏร่างบอบบางของรุ่นพี่หน้าสวยที่วิ่งตรงเข้ามาหา ใบหน้าแสดงอาการโกรธจัด

 

 

ทำไมหรอครับ พี่ฮีชอล

 

 

มันขโมยสัีปปะรดสองชิ้นสุดท้ายไปน่ะสิ อุตส่าห์จองไว้ มาฉกไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

รสชาติเปรี้ยวอมหวานของเนื้อสัปปะรดยังคงเจืออยู่ในปาก ทงเฮลอบกลืนน้ำลายครั้งหนึ่งก่อนจะส่ายหน้าแรงๆส่งไปแทนการปฏิเสธ รุ่นพี่หน้าหวานพยักหน้ารับก่อนจะวิ่งออกไปทันที

 

 

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

 

 

 

ซองมิน ฮยอคแจ

เรียกชื่อเพื่อนสนิททั้งสองคนก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ว่าง

 

 

ไปไหนมาเนี่ย รอแกอยู่เลยนะเนี่ย

 

 

รออะไรของแกเนี่ย ฮยอคแจ เหลือแต่จานเปล่า

ทงเฮย้อนคำเพื่อนรัก แล้วจิกสายตาลงไปยังจานเปล่าบนโต๊ะ

 

 

ของดีมันอยู่นี่เว่ย

สิ้นคำบอกกล่าวของฮยอคแจ ขวดแก้วสีเขียวๆก็โผล่ขึ้นมาจากขอบโต๊ะ พร้อมกับถ้วยแก้วใบเล็กๆอีกสามใบ

 

 

โซจู!! เอามาได้ไงเนี่ย ตกลงกันไว้ว่าวันนี้งดแอลฯไม่ใช่้หรอ

 

 

แล้วไงล่ะ

คราวนี้เป็นซองมินที่พูดขึ้นบ้าง มือขาวอวบเริ่มเทน้ำใสใสลงในถ้วยใบเล็กนั้น แล้วส่งให้ฮยอคแจกับทงเฮคนละถ้วย

 

 

 

 

 

 

ฮยอคแจกับซองมินแยกย้ายกันไปนอนแล้ว เหลือเพียงร่างบอบบางของทงเฮที่นั่งอยู่ตามลำพังบนพื้นทราย ดวงตาเรียวเฉียบที่เรียวรีลงกว่าปกติเล็กน้อยด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์มองตรงออกไปยังท้องทะเลตรงหน้า ที่บัดนี้มืดมิด ไร้แสงสว่างใดๆ รอบๆตัวเงียบสนิท มีเพียงเสียงคลื่นน้ำที่พัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะนานๆครั้งเท่านั้น ทงเฮนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ในขณะที่ความคิดวิ่งออกไปไกลลิบ

 

 

เสียงรองเท้าสัมผัสบนผืนทรายดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนที่มันจะหยุดลงก่อนที่ทงเฮจะทันได้รู้สึกด้วยซ้ำ ความคิดที่ล่องลอยไปไกลทำให้ทงเฮไม่ได้สังเกตความเปลี่ยนแปลงรอบๆตัว

 

 

เหม่อถึงใครอยู่หรอครับ

 

 

เฮ้ย มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

ไหล่บางๆกระตุกไม่เบานัก ทงเฮสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆเสียงทุ้มๆก็ดังขึ้นที่ข้างๆหู

 

 

ซักพักแล้ว แต่เห็นทงเฮนั่งนิ่งๆเลยไม่อยากกวน

 

 

คำอธิบายของคิบอมทำให้ทงเฮพยักหน้าเบาๆเป็นการตอบรับ ก่อนจะมองเหม่อออกไปยังผืนทะเลอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

เงียบ เงียบ และเงียบ

ในตอนนี้คิบอมไม่รู้ว่าทงเฮกำลังนึกไปถึงอะไร ดวงตาสีชานั้นถึงได้ดูเศร้าหมองมากขนาดนี้ สายตาเฉียบมองตรงออกไปในความมืดมิดของทะเล ทะเลสีครามสดใสในตอนกลางวันนั้นแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดที่ดูลึกลับและน่ากลัว

 

 

คิบอมที่กำลังมองตามสายตาของทงเฮออกไปยังผืนทะเลตรงหน้าเบนสายตากลับมามองคนข้างๆอย่างไม่เข้าใจ ดวงตาเรียวสวยของทงเฮยังคงมองตรงไปข้างหน้า หากแต่ร่างกายกลับโอนเอียงลงมาอิงแอบกับร่างสูงใหญ่ของคิบอม

 

 

นายมันเลวจังนะ คิบอม

เสียงทงเฮที่ออกจะห้วนๆดังขึ้น ทำให้คิบอมขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ หากแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร

 

 

เลว เลวมากๆเลย

หยดน้ำใสๆเริ่มสะสมตัวอยู่ในเบ้าตาของทงเฮที่นั่งเอียงคอซบอยู่กับไหล่กว้างของคิบอม

 

 

ทำไมชอบทำดีกับฉันนะ

 

 

 

 

 

 

เจ็บจังเลย คิบอม

หัวกลมๆตั้งตรงขึ้นอีกครั้ง ทงเฮหันหน้ามามองคิบอมตรงๆ น้ำตาอุ่นๆเริ่มไหลลงมาจากดวงตาคู่สวย ไหลลงไปตามแก้มเนียน

 

 

รักคิบอม

น้ำตาที่ค่อยๆไหลลงมาเมื่อครู่เริ่มไหลพรากตามลงมา ทงเฮขยับใบหน้าเข้าใกล้คนตรงหน้าให้มากขึ้ัน แล้วประทับจูบลงไปที่มุมปากหนานุ่มเบาๆ

 

 

ดวงตาใสเป็นประกายเนื่องด้วยน้ำในตาจ้องมองคนตรงหน้า แววระริกภายในนั้นทำให้ใจของคิบอมสั่นไหว ทงเฮยันตัวเองให้ลุกขึ้น แล้วเริ่มเดินกลับเข้าไปยังตัวบ้านพัก ห่างออกไปจากผืนทะเล

 

 

 

 

 

 

ข้อมือบอบบางถูกรั้งเอาไว้ด้วยมือใหญ่ หลังจากที่ทงเฮเดินจากออกมาได้ไม่ไกลเท่าไหร่ ก่อนที่ร่างบางนั้นจะถูกรวบเข้าสู่อ้อมกอดของคิบอม ริมฝีปากหนาประกบลงกับปากแดงๆไม่ได้แผ่วเบาเช่นเมื่อครู่ หากแต่ร้อนแรง รุกล้ำ แต่ก็ยังเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน

 

 

มืออีกข้างประคองใบหน้าหวานของทงเฮเอาไว้ในขณะที่เรียวลิ้นแทรกซอนเข้าไปภายในโพรงปาก แทนคำพูดทั้งหมดทั้งมวล รสจูบที่แสดงถึงความรักของคิบอมที่มีให้ต่อทงเฮเช่นเดียวกันกำลังส่งไปจากคิบอมถึงทงเฮ

 

 

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

 

 

ผืนทรายข้างๆโขดหินใหญ่ในขณะนี้ไร้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ด้วยความที่ดึกสงัดมากแล้ว และในแถบนี้ก็ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาพักมากเท่าไหร่ เรือนร่างเปลือยเปล่าของคนสองคนพันเกี่ยวกันไปมาแลกเปลี่ยนอุณหภูมิความร้อนที่พลุ่งพล่าน ขัดกับอากาศของธรรมชาติ ลมเย็นๆพัดมาปะทะเนื้อแท้ครั้งแล้วครั้งเล่า หากแต่ว่าร่างสองร่างก็ไม่ได้รู้สึกถึงมันเลยแม้แต่น้อย

 

 

รัก

คำพูดหนึ่งคำที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากของร่างด้านบนที่อยู่ห่างไปไม่เท่าไหร่ พร้อมกับลมร้อนๆที่ปะทะใบหน้าใส ก่อนที่ปากนั้นจะประกบลงกับริมฝีปากสีเชอร์รี่ แรงดูดเม้มทำให้มันช้ำจนแดงสดราวกับสีเลือด

 

 

อารมณ์ที่เตลิดไปนานแล้ว ทำให้คนสองคนไม่อาจห่างกันได้แม้ซักวินาที ไอร้อนจากผิวหนังเปลือยเปล่ารดใส่กัน เช่นเดียวกับลมหายใจร้อนจัด รอยเม้มสีแดงช้ำผุดขึ้นตามผิวกายสีขาวผ่อง ผิวสีเข้มของอีกคนประปรายไปด้วยรอยฟันซี่เล็กสลับกับรอยจิกของเล็บคม

 

 

น้ำสีขาวขุ่นขลักพวยพุ่งออกมาจากแท่งเนื้อที่ตั้งชันซึ่งเป็นผลจากการรูดเข้าออกของมือร้อนๆของอีกคน ร่างกายบอบบางแอ่นขึ้นพร้อมกับบิดไปมาตามอารมณ์ที่ถึงขีดสุด ร่างที่ทาบทับอยู่ข้างบนค่อยๆแทรกกายเข้าแนบชิดกับอีกคน แนบแน่น จนแทบจะกลายเป็นหนึ่งเดียว สองมือประสานเข้าไว้ด้วยกัน นิ้วต่อนิ้ว ก่อนที่ร่างกายทั้งสองจะค่อยๆเคลื่อนเข้าหากัน เนิบนาบในตอนแรก เร็วถี่ในเวลาต่อมา

 

 

จังหวะการเคลื่อนกายที่เป็นไปอย่างพร้อมเพรียง เสียงเนื้อแนบเนื้อที่ดังไปทั่วไม่ได้ทำให้ร่างสองร่างเคลื่อนกายช้าลงแต่อย่างใด หากแต่จะยิ่งถี่เร็วมากขึ้น ตามความอึดอัดที่ต้องการปลดปล่อย ด้วยการขยับเคลื่อนกายเข้าหากันอีกไม่กี่ครั้งก็มาถึงจุดสิ้นสุด น้ำอุ่นๆถูกปล่อยเข้าไปในร่างกายของทงเฮ ในขณะที่ทงเฮก็ปล่อยน้ำขุ่นๆออกมาอีกระลอก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความรักบนผืนทราย ที่ถูกแอบมองโดยดวงดาวระยิบระยับจากที่ไกลๆ ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...The End…