Indigo blue
Kibum x Donghae
Rainbow series No.2
By borin
ท้องฟ้าสีครามสดใสไร้เมฆมาบดบังความงดงาม ผืนทะเลทอดตัวกว้างใหญ่ยาวสุดลูกหูลูกตาที่ถูกแบ่งกั้นเอาไว้โดยหาดทรายขาวละเอียด คลื่นน้ำทะเลยังคงพัดเข้าหาชายฝั่งตามจังหวะการพัดผ่านของกระแสลม ทำให้ลมเย็นๆโชยเข้าสู่ภายในตัวผืนแผ่นดิน
เสียงก้อนหินขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่กระทบกับผิวน้ำที่ทำให้น้ำทะเลใสๆเกิดคลื่นรูปวงกลมขยายขนาดเคลื่อนที่ออกไปทุกทิศทุกทาง ก่อนที่ก้อนหินสาเหตุแห่งคลื่นระลอกนั้นจะจมหายลงไปในทะเลลึก
“มานั่งทำอะไรคนเดียวตรงนี้”
คิบอมส่งเสียงถามเพื่อนรักที่ปลีกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อนนานมากแล้ว มือหนาวางแตะลงบนไหล่บางของเพื่อนรักครั้งหนึ่งก่อนจะค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งบนพื้นทรายข้างๆ ขายาวๆเหยียดตรงไปข้างหน้าพร้อมกับเท้าแขนทั้งสองไปทางข้างหลัง
“มานั่งตากลม”
คำตอบสั้นๆของทงเฮทำให้คิบอมที่พึ่งจะเดินมานั่งลงได้ไม่นานเท่าไหร่พยักหน้าเห็นด้วย ลมเย็นๆที่พัดโชยเข้ามาไม่ขาดสายจากผืนทะเลกว้างใหญ่ตรงหน้าทำให้รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
คิบอมนั่งนิ่งเอนตัวแหงนมองท้องฟ้าสีคราม ในขณะที่ทงเฮนั่งกอดเข่าเพ่งมองออกไปยังผืนทะเลตรงหน้า สีฟ้าครามที่คล้ายๆกัน หากแต่มันเกิดมาจากคนละเหตุผล ก้อนหินถูกขว้างออกไปในทะเลอีกครั้ง ทำให้คิบอมละสายตาจากภาพท้องฟ้าข้างบนนั้นลงมามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆแทน
“นายชอบท้องฟ้าหรอ”
นัยน์ตาสีชายังคงมองตรงออกไปข้างหน้าในขณะที่เอ่ยเสียงถามออกมา
“ใช่ ฉันชอบท้องฟ้า”
“มันก็แปลกดีนะ ที่คนเราชอบมองออกไปไกลๆ แต่ไม่มองของที่อยู่ใกล้ตัว”
สิ้นคำนั้น ทงเฮก็ลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปหาเพื่อนคนอื่นๆ
.
.
.
ฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว ในขณะที่คนกลุ่มใหญ่กำลังช่วยกันจัดเตรียมบาร์บีคิวที่จะมาย่างกินกันริมทะเล เสียงหยอกล้อแซวเล่นตามประสาเพื่อนดังขึ้นไม่ได้หยุด ทงเฮยื่นมือออกไปรับจานตั้งใหญ่ที่เพื่อนรักส่งมาให้ ก่อนจะตั้งอกตั้งใจประคองจานแก้วสีขาวสะอาดเดินออกจากตัวบ้านพักมายังชายหาดที่มีเพื่อนอีกกลุ่มยืนทำนู่นทำนี่อยู่
“ทงเฮ ... ทงเฮ!!”
เสียงเรียกจากทางด้านหลังดังขึ้นเมื่อทงเฮเริ่มออกเดินมาได้ครึ่งทางแล้ว เมื่อใบหน้าหวานหันไปมองทางต้นเสียงก็พบใบหน้าหล่อๆของคิบอมที่ดูออกจะเหนื่อยๆ ทงเฮขมวดคิ้วมองคนตรงหน้างงๆ
“ช่วยถือนะ”
มือใหญ่แย่งเอาจานกองโตมาถือเอาไว้เองทั้งหมด พร้อมกับส่งรอยยิ้มกว้างมาให้คนตัวเล็ก
“ใครใช้ให้ทงเฮถือจานมาเนี่ย ตัวนิดเดียวถือจานตั้งเบ้อเร่อมาได้ยังไง”
คิบอมที่แย่งเอาจานทั้งหมดไปถือไว้เดินอยู่ข้างๆทงเฮพร้อมกับเอ่ยถามไปเรื่อยเปื่อย
“ก็เห็นซีวอนหาคนช่วยถือมาน่ะ”
“ซีวอน? ไอ้เจ้าพ่อซิกแพ๊คนั่นมาใช้งานปลาน้อยบอบบางเนี่ยนะ”
คิบอมส่ายหัวไปมาสองสามทีเบาๆ ก่อนจะเร่งฝีเท้าให้เดินไปได้เร็วยิ่งขึ้น แล้ววางจานตั้งใหญ่ลงบนโต๊ะที่มีผ้าสีขาวสะอาดคลุมอยู่เรียบร้อยแล้ว
“คิบอม...”
เสียงหวานเอ่ยเรียกแผ่วเบา เป็นการรั้งคนที่ตั้งท่าจะเดินจากออกไปอยู่กลายๆ
“หืมม”
“ขอบคุณนะ”
รอยยิ้มบางๆเจือขึ้นบนใบหน้าหวานใส คิบอมพยักให้คนตรงหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินหายไปในกลุ่มเพื่อนอีกครั้ง
เท้าเปลือยเปล่าเดินเตะเม็ดทรายละเอียดไปมาอย่างเรื่อยเปื่อย คลื่นน้ำทะเลซัดขึ้นมาบนชายฝั่งระลอกแล้วระลอกเล่า ก่อนที่มันจะค่อยๆไหลลงกลับลงไปรวมในผืนทะเลอย่างเดิม บางที ... ความรักของทงเฮอาจจะเป็นเหมือนกับน้ำทะเลก็ได้ หัวใจพองโตได้ไม่เท่าไหร่ก็กลับไปแห้งเหี่ยวเหมือนเดิม
มือบางๆขาวจัดถูกทิ้งดิ่งเอาไว้ข้างตัว อุ้งมืององุ้มลงเล็กน้อยคล้ายกับว่ามันกำลังจับสิ่งของอะไรบางอย่างเอาไว้ ลมเย็นๆที่พัดผ่านอุ้งมือนั้นไปบ่งบอกถึงความโดดเดียว และว่างเปล่า สัมผัสอ่อนนุ่มอบอุ่นที่ทงเฮรู้สึกได้นั้น ... ไม่มีจริง สายลมเย็นจัดพัดโชยไปมาด้วยความเร็วมากขึ้น ลมแรงของยามเย็นแบบนี้ ทำให้รู้สึกเหงาได้มากเหลือเกิน เหงา ทั้งๆที่เสียงเพื่อนๆหัวเราะก็ยังคงดังอย่างต่อเนื่องอยู่ไม่ไกลนักจากที่ตรงนี้
“ทงเฮ ... พี่ทงเฮ
เสียงตะโกนเรียกจากที่ไกลๆดังขึ้น
“รยออุค?”
คนที่ยืนเรียกชื่อทงเฮอยู่ไกลๆนั้นน่าจะเป็นรยออุค หากแต่ความมืดที่เริ่มเข้าปกคลุมรอบๆตัวกับระยะห่างที่ค่อนข้างไกลทำให้ทงเฮไม่แน่ใจนัก
“พี่ฮีชอลให้มาตามครับ”
ร่างเล็กนั้นค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ทงเฮมากขึ้น ก่อนจะพูดบอกจุดประสงค์ ทงเฮพยักหน้ารับเบาๆแล้วเดินหิ้วรองเท้าแตะตามรยออุคกลับไปยังจุดที่กลุ่มเพื่อนอยู่
ยิ่งทงเฮกับรยออุคเดินเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่ เสียงพูดคุยเฮฮาก็ยิ่งจะดังมากขึ้นเท่านั้น บรรยากาศสนุกสนานรอบๆเตาไฟที่ย่างบาร์บีคิวกลิ่นหอมน่ากินดูครึกครื้นจนทงเฮยิ้มกว้างออกมาในที่สุด เพื่อนสองสามคนยกมือขึ้นกวักเรียกทงเฮให้เข้าไปนั่งที่โต๊ะหนึ่ง
“ปลาน้อย”
ทงเฮกำลังจะเดินไปยังโต๊ะตัวใหญ่ที่มีซองมินและฮยอคแจนั่งโบกมือไหวๆอยู่ หากแต่เสียงทุ้มอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังก็เรียกเอาไว้ตั้งแต่ที่ทงเฮยังไม่ทันได้เริ่มขยับตัวก้าวเท้าออกไปด้วยซ้ำ
ใบหน้าหวานหันไปตามเสียงเรียกนั้น พร้อมๆกับที่สัปปะรดชิ้นโตถูกดันเข้ามาในปากแดงๆที่อ้าค้างอยู่เล็กน้อย ทงเฮเคี้ยวไปพลางเหลือบมองคนตรงหน้าที่กำลังเคี้ยวสัปปะรดอยู่ในปากเหมือนกัน ชิ้นผลไม้หวานอมเปรี้ยวฉ่ำน้ำในปากถูกเคี้ยวแล้วกลืนลงคอไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่คิบอมจะรีบวิ่งหนีไปอีกทาง ทิ้งความสงสัยเอาไว้ให้กับทงเฮเต็มๆ
รีบไปไหนของเค้านะ ...
“ทงเฮ เห็นคิบอมมั้ย”
ทงเฮยืนงงอยู่ที่เดิมได้ไม่นานนักก็ปรากฏร่างบอบบางของรุ่นพี่หน้าสวยที่วิ่งตรงเข้ามาหา ใบหน้าแสดงอาการโกรธจัด
“ทำไมหรอครับ พี่ฮีชอล”
“มันขโมยสัีปปะรดสองชิ้นสุดท้ายไปน่ะสิ อุตส่าห์จองไว้ มาฉกไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้”
รสชาติเปรี้ยวอมหวานของเนื้อสัปปะรดยังคงเจืออยู่ในปาก ทงเฮลอบกลืนน้ำลายครั้งหนึ่งก่อนจะส่ายหน้าแรงๆส่งไปแทนการปฏิเสธ รุ่นพี่หน้าหวานพยักหน้ารับก่อนจะวิ่งออกไปทันที
.
.
.
“ซองมิน ฮยอคแจ”
เรียกชื่อเพื่อนสนิททั้งสองคนก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ว่าง
“ไปไหนมาเนี่ย รอแกอยู่เลยนะเนี่ย”
“รออะไรของแกเนี่ย ฮยอคแจ เหลือแต่จานเปล่า”
ทงเฮย้อนคำเพื่อนรัก แล้วจิกสายตาลงไปยังจานเปล่าบนโต๊ะ
“ของดีมันอยู่นี่เว่ย”
สิ้นคำบอกกล่าวของฮยอคแจ ขวดแก้วสีเขียวๆก็โผล่ขึ้นมาจากขอบโต๊ะ พร้อมกับถ้วยแก้วใบเล็กๆอีกสามใบ
“โซจู!! เอามาได้ไงเนี่ย ตกลงกันไว้ว่าวันนี้งดแอลฯไม่ใช่้หรอ”
“แล้วไงล่ะ”
คราวนี้เป็นซองมินที่พูดขึ้นบ้าง มือขาวอวบเริ่มเทน้ำใสใสลงในถ้วยใบเล็กนั้น แล้วส่งให้ฮยอคแจกับทงเฮคนละถ้วย
ฮยอคแจกับซองมินแยกย้ายกันไปนอนแล้ว เหลือเพียงร่างบอบบางของทงเฮที่นั่งอยู่ตามลำพังบนพื้นทราย ดวงตาเรียวเฉียบที่เรียวรีลงกว่าปกติเล็กน้อยด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์มองตรงออกไปยังท้องทะเลตรงหน้า ที่บัดนี้มืดมิด ไร้แสงสว่างใดๆ รอบๆตัวเงียบสนิท มีเพียงเสียงคลื่นน้ำที่พัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะนานๆครั้งเท่านั้น ทงเฮนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ในขณะที่ความคิดวิ่งออกไปไกลลิบ
เสียงรองเท้าสัมผัสบนผืนทรายดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนที่มันจะหยุดลงก่อนที่ทงเฮจะทันได้รู้สึกด้วยซ้ำ ความคิดที่ล่องลอยไปไกลทำให้ทงเฮไม่ได้สังเกตความเปลี่ยนแปลงรอบๆตัว
“เหม่อถึงใครอยู่หรอครับ”
“เฮ้ย มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”
ไหล่บางๆกระตุกไม่เบานัก ทงเฮสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆเสียงทุ้มๆก็ดังขึ้นที่ข้างๆหู
“ซักพักแล้ว แต่เห็นทงเฮนั่งนิ่งๆเลยไม่อยากกวน”
คำอธิบายของคิบอมทำให้ทงเฮพยักหน้าเบาๆเป็นการตอบรับ ก่อนจะมองเหม่อออกไปยังผืนทะเลอีกครั้ง
เงียบ เงียบ และเงียบ
ในตอนนี้คิบอมไม่รู้ว่าทงเฮกำลังนึกไปถึงอะไร ดวงตาสีชานั้นถึงได้ดูเศร้าหมองมากขนาดนี้ สายตาเฉียบมองตรงออกไปในความมืดมิดของทะเล ทะเลสีครามสดใสในตอนกลางวันนั้นแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดที่ดูลึกลับและน่ากลัว
คิบอมที่กำลังมองตามสายตาของทงเฮออกไปยังผืนทะเลตรงหน้าเบนสายตากลับมามองคนข้างๆอย่างไม่เข้าใจ ดวงตาเรียวสวยของทงเฮยังคงมองตรงไปข้างหน้า หากแต่ร่างกายกลับโอนเอียงลงมาอิงแอบกับร่างสูงใหญ่ของคิบอม
“นายมันเลวจังนะ คิบอม”
เสียงทงเฮที่ออกจะห้วนๆดังขึ้น ทำให้คิบอมขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ หากแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร
“เลว เลวมากๆเลย”
หยดน้ำใสๆเริ่มสะสมตัวอยู่ในเบ้าตาของทงเฮที่นั่งเอียงคอซบอยู่กับไหล่กว้างของคิบอม
“ทำไมชอบทำดีกับฉันนะ”
“เจ็บจังเลย คิบอม”
หัวกลมๆตั้งตรงขึ้นอีกครั้ง ทงเฮหันหน้ามามองคิบอมตรงๆ น้ำตาอุ่นๆเริ่มไหลลงมาจากดวงตาคู่สวย ไหลลงไปตามแก้มเนียน
“รักคิบอม”
น้ำตาที่ค่อยๆไหลลงมาเมื่อครู่เริ่มไหลพรากตามลงมา ทงเฮขยับใบหน้าเข้าใกล้คนตรงหน้าให้มากขึ้ัน แล้วประทับจูบลงไปที่มุมปากหนานุ่มเบาๆ
ดวงตาใสเป็นประกายเนื่องด้วยน้ำในตาจ้องมองคนตรงหน้า แววระริกภายในนั้นทำให้ใจของคิบอมสั่นไหว ทงเฮยันตัวเองให้ลุกขึ้น แล้วเริ่มเดินกลับเข้าไปยังตัวบ้านพัก ห่างออกไปจากผืนทะเล
ข้อมือบอบบางถูกรั้งเอาไว้ด้วยมือใหญ่ หลังจากที่ทงเฮเดินจากออกมาได้ไม่ไกลเท่าไหร่ ก่อนที่ร่างบางนั้นจะถูกรวบเข้าสู่อ้อมกอดของคิบอม ริมฝีปากหนาประกบลงกับปากแดงๆไม่ได้แผ่วเบาเช่นเมื่อครู่ หากแต่ร้อนแรง รุกล้ำ แต่ก็ยังเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน
มืออีกข้างประคองใบหน้าหวานของทงเฮเอาไว้ในขณะที่เรียวลิ้นแทรกซอนเข้าไปภายในโพรงปาก แทนคำพูดทั้งหมดทั้งมวล รสจูบที่แสดงถึงความรักของคิบอมที่มีให้ต่อทงเฮเช่นเดียวกันกำลังส่งไปจากคิบอมถึงทงเฮ
.
.
.
ผืนทรายข้างๆโขดหินใหญ่ในขณะนี้ไร้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ด้วยความที่ดึกสงัดมากแล้ว และในแถบนี้ก็ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาพักมากเท่าไหร่ เรือนร่างเปลือยเปล่าของคนสองคนพันเกี่ยวกันไปมาแลกเปลี่ยนอุณหภูมิความร้อนที่พลุ่งพล่าน ขัดกับอากาศของธรรมชาติ ลมเย็นๆพัดมาปะทะเนื้อแท้ครั้งแล้วครั้งเล่า หากแต่ว่าร่างสองร่างก็ไม่ได้รู้สึกถึงมันเลยแม้แต่น้อย
“รัก”
คำพูดหนึ่งคำที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากของร่างด้านบนที่อยู่ห่างไปไม่เท่าไหร่ พร้อมกับลมร้อนๆที่ปะทะใบหน้าใส ก่อนที่ปากนั้นจะประกบลงกับริมฝีปากสีเชอร์รี่ แรงดูดเม้มทำให้มันช้ำจนแดงสดราวกับสีเลือด
อารมณ์ที่เตลิดไปนานแล้ว ทำให้คนสองคนไม่อาจห่างกันได้แม้ซักวินาที ไอร้อนจากผิวหนังเปลือยเปล่ารดใส่กัน เช่นเดียวกับลมหายใจร้อนจัด รอยเม้มสีแดงช้ำผุดขึ้นตามผิวกายสีขาวผ่อง ผิวสีเข้มของอีกคนประปรายไปด้วยรอยฟันซี่เล็กสลับกับรอยจิกของเล็บคม
น้ำสีขาวขุ่นขลักพวยพุ่งออกมาจากแท่งเนื้อที่ตั้งชันซึ่งเป็นผลจากการรูดเข้าออกของมือร้อนๆของอีกคน ร่างกายบอบบางแอ่นขึ้นพร้อมกับบิดไปมาตามอารมณ์ที่ถึงขีดสุด ร่างที่ทาบทับอยู่ข้างบนค่อยๆแทรกกายเข้าแนบชิดกับอีกคน แนบแน่น จนแทบจะกลายเป็นหนึ่งเดียว สองมือประสานเข้าไว้ด้วยกัน นิ้วต่อนิ้ว ก่อนที่ร่างกายทั้งสองจะค่อยๆเคลื่อนเข้าหากัน เนิบนาบในตอนแรก เร็วถี่ในเวลาต่อมา
จังหวะการเคลื่อนกายที่เป็นไปอย่างพร้อมเพรียง เสียงเนื้อแนบเนื้อที่ดังไปทั่วไม่ได้ทำให้ร่างสองร่างเคลื่อนกายช้าลงแต่อย่างใด หากแต่จะยิ่งถี่เร็วมากขึ้น ตามความอึดอัดที่ต้องการปลดปล่อย ด้วยการขยับเคลื่อนกายเข้าหากันอีกไม่กี่ครั้งก็มาถึงจุดสิ้นสุด น้ำอุ่นๆถูกปล่อยเข้าไปในร่างกายของทงเฮ ในขณะที่ทงเฮก็ปล่อยน้ำขุ่นๆออกมาอีกระลอก
ความรักบนผืนทราย ที่ถูกแอบมองโดยดวงดาวระยิบระยับจากที่ไกลๆ ...
...The End…